<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

STO หรือ ICO จะมาเป็นเทรนด์การลงทุนในปี 2019 นี้ได้หรือไม่

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมีความคืบหน้าหน้าอุตสาหกรรมคริปโตเลยก็ว่าได้ เพราะว่ารัฐบาลนั้นได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของคริปโตมาอย่างยาวนาน

ก.ล.ต. กำลังเริ่มที่จะจริงจังกับเทคโนโลยี Blockchain และคริปโตมากขึ้นไปอีก หลังจากที่พวกเขาได้ออกใบอนุญาตประกอบสินทรัพย์ดิจิทัลให้กับเว็บเทรดในไทยอย่าง BX, Bitkub และ Satang Pro ไปเมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุดดูเหมือนว่าพวกเขากำลังต้องการที่จะผลักดันให้ในประเทศไทยมีการใช้เหรียญ Securities Token Offering (STO) กันอย่างแพร่หลายแล้ว

คำถามก็คือการลงทุนแบบ STO หรือ ICO จะกลับมาเป็นกระแสในปี 2019 ได้หรือไม่

การลงทุนแบบ ICO ในช่วงปี 2017 ถึง 2018 ที่ผ่านมานั้นก็ถือว่ายังเป็นการะแสที่หลาย ๆ เจ้าหรือหลายบริษัทก็ผลัดกันออกกันมาอยู่เรื่อย ๆ เพราะว่ากระบวนการนั้นไม่ยากเกินไปที่จะออก และกฎหมายด้านการระดมทุน ICO นั้นยังไม่รัดกุมอะไรมากเท่าไร

การลงทุนแบบ ICO ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารอะไรมากมายในการซื้อหรือขายเลยเพียงแค่ผู้ใช้งานมีเงินหรือสกุลเงินที่พร้อมที่จะซื้อก็สามารถทำการระดมทุนได้แล้ว ซึ่งมันทำให้การระดมทุน ICO นั้นเป็นที่นิยมทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะแค่ไทย

แต่ข้อแตกต่างระหว่าง ICO และ STO ก็คือ การระดมทุน ICO นั้นเราไม่ได้หุ้นของบริษัทนั้น ๆ

ยกตัวอย่างทางกฎหมายเช่น ถ้าหากว่าคุณซื้อหุ้นจากบริษัทแห่งหนึ่งไว้คุณจะได้สิทธิและพันธะในการเป็นผู้ถือหุ้น เช่นการออกเสียงในกลุ่มผู้ถือหุ้น และรวมถึงเงินปันผลอีกด้วย

แต่เมื่อคุณซื้อเหรียญโทเคนที่เป็น ICO คุณจะไม่ได้สิทธินั้น ๆ เลย แต่ทว่าในเหรียญ STO นั้น จะให้คุณได้ในทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้น บวกกับความคล่องตัวของความเป็นโทเคนที่รันอยู่บนเทคโนโลยี Blockchain ของมัน

ราคาคริปโตในปัจจุบัน

เมื่อปลายปี 2017 ราคาคริปโตนั้นถือว่ามี All Time High แทบจะทุกอาทิตย์ ทุกคนแห่เข้ามาในอุตสาหกรรมคริปโตกันหมด การระดมทุน ICO ก็เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมล้นหลาม ต่างบริษัทก็ออกมาเปิด ICO กันแทบจะทั้งนั้น ขนาดผู้บริโภคยังต้องเลือกเลยว่าจะลงทุนใน ICO ตัวไหนดี

แต่เมื่อต้นปี 2018 ราคาคริปโตทั้งหมดได้ลดลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bitcoin ที่ลดจาก 20,000 ดอลลาร์เหลือเพียง 3,500 ดอลลาร์ถึง 3,600 ดอลลาร์เท่านั้น ราคาคริปโตจะเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจในการลงทุนได้หรือไม่

และถ้าในปี 2019 ราคาคริปโตยังไม่ฟื้นหรือยังคงอยู่ในสภาพตลาดหมีทั้งปี การลงทุนในรูปแบบ STO หรือ ICO จะกลับมาหรือเปล่า

ไทยสนับสนุนการใช้งานเหรียญ STO

ก.ล.ต. ไทยก็ให้ความสนใจกับเหรียญ STO โดยนายปริย เตชะมวลไววิทย์ ฝ่ายสือสารองค์กรสำนักงาน ก.ล.ต. ได้กล่าวว่า:

“ตั้งแต่ต้นปี 2562 มีผู้สนใจสอบถาม ก.ล.ต. แทบในทุกเวทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมทั้งความเป็นไปได้ที่เราจะได้เห็น STO เกิดขึ้นจริงในตลาดทุนไทย แถมยังมีภาคเอกชนเข้ามาเสนอ idea และสนใจเข้ามามีบทบาทในเรื่อง STO กันอยู่หลายราย”

เขายังกล่าวว่าทางผู้ออกกฎหมายนั้นได้เล็งเห็นศักยภาพของเหรียญ STO ที่ว่านี้ในการ “เปลี่ยนโฉมวิธีการทำธุรกรรมและการประกอบธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน โดยเขากล่าวสรุปว่า:

“ก.ล.ต.จึงตั้งใจจริงในการขจัดอุปสรรคและสนับสนุนให้สามารถนำกระบวนการ STO/tokenization มาใช้ได้จริงในไทยครับ”

ข้อกฏหมายที่ชัดเจน

การระดมทุนแบบ STO จะมีข้อกฎหมายที่ชัดเจนในการกำกับ เพราะส่วนใหญ่แล้วนั้น STO จะเป็นจำพวกหลักทรัพย์ เช่นหุ้น ตราสารหนี้ หน่วยลงทุน นั่นหมายความว่าข้อกฎหมายทุกอย่างที่จะถูกนำมาบังคับใช้นั้นจะอยู่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ ที่ถูกควบคุมและกำกับโดยทาง ก.ล.ต.

ฉะนั้นผู้ที่จะทำการซื้อเหรียญ STO ก็จะต้องมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ไม่ต่างจากการระดมทุนและการซื้อหลักทรัพย์ทั่วไป แต่สุดท้ายสิ่งที่คุณจะได้มานั้นก็คือโทเคนดิจิทัลที่เก็บอยู่บน Blockchain ที่สามารถโอนหากันได้และยังเก็งกำไรได้อีกด้วย

สุดท้ายก็ยังตอบไม่ได้ว่าเทรนด์ในปี 2019 นั้น ICO หรือ STO ตัวไหนที่จะมากันแน่ หรือท้ายสุดแล้วนั้น อาจไม่มีเทรนด์การลงทุนเลยก็เป็นได้ อาจไปเน้นเรื่องการเทรดกันอย่างเดียว