<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ประธานคณะกรรมการ CFTC สหรัฐฯ ยอมรับว่า Blockchain และ Crypto คือสิ่งที่พลิกโฉมวงการตลาด

ประธานคณะกรรมการ United States Commodity Futures Trading Commission (CFTC) นาย J. Christopher Giancarlo  ได้กล่าวถึงหน่วยศูนย์รวมการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเงินในสถานที่ทดลองชื่อ LabCFTC ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายใน ที่เกี่ยวข้องกับผู้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและการปฏิรูปตลาด

นาย Giancarlo อดีตประธานบริษัท CFTC ได้กล่าวในที่ประชุมประจำปีอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนานาชาติหรือ International Futures Industry Conference  ครั้งที่ 44 ถึงหัวข้อ “แก้ไขอดีต ติดตามสถานการณ์ในปัจจุบันและพัฒนาตลาดดิจิตอลในอนาคต”

อย่างไรก็ตามภายในปีนี้คาดว่าจะมีการแต่งตั้งประธานของ CFTC ใหม่คือนาย Heath Tarbert นอกจากนี้นาย Giancarlo ได้กล่าวว่าการกำจัดคนกลางออกไปจากวงการธุรกิจเป็นหลักการสำคัญที่เป็นข้อท้าทายสำหรับกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน เทคโนโลยี Blockchain และ Cryptocurrency จะเป็นกุญแจสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาดในปัจจุบัน

เพื่อสนองตอบต่อวัตถุประสงค์ที่ท้าทายดังกล่าวที่ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลเกิดขึ้นกับผู้มีอำนาจออกกฏหมายของรัฐ โดยประธานได้กล่าวย้ำถึงสิ่งสำคัญของวิธีการของ CFTC คือการก่อตั้งผู้มีส่วนได้เสียภายซึ่งก็คือ LabCFTC

ตามที่ Giancarlo กล่าว LabCFTC ซึ่งถูกก่อตั้งเมื่อสองปีที่แล้วได้มีส่วนร่วมกว่า 250 ครั้ง ในการสร้างนวัตกรรมหลายรูปแบบ รวมถึงได้ดำเนินการทดลองสำหรับภายในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศด้วย

ทางประธานดังกล่าวยังได้เน้นย้ำอีกว่าห้องทดลองนั้นไม่ใช่ที่สำหรับทดลองกฎเกณฑ์ หรือregulatory sandbox อีกทั้งยังไม่ได้เป็นการพยายามที่จะปลดตัวเองออกเป็นเอกเทศจากกฎเกณฑ์ของ CFTC แต่กลับเป็นการ “ตั้งเป้าในการนำเสนอเป้าหมายทางเทคโนโลยีทั้งภายในและภายนอก”

“สำหรับการดำเนินการภายในแล้ว มันเป็นการอธิบายถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีแก่พนักงานของตัวแทนหน่วยงานและผู้ออกกฎเกณฑ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้สนับสนุนสำหรับการนำเทคโนโลยีมาใช้ สำหรับภายนอกแล้ว มันเป็นการขวนขวายและเรียนรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการพัฒนาของตลาดผ่านการร่วมมือระหว่างผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม”

ท่ามกลางกิจกรรมเหล่านี้ นาย Giancarlo ได้เน้นย้ำถึงความตกลงทางธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน ระหว่างทางห้องทดลองและผู้ออกกฎเกณฑ์ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นจากลอนดอน สิงคโปร์ หรือออสเตรเลีย รวมถึงการประกาศถึงหลักการพื้นฐานของเทคโนโลยีดังกล่าวและการเปิดให้มีการแสดงความเห็นต่อสาธารณะ

นาย Giancarlo ได้ผสมผสานสิ่งที่สร้างขึ้นจากห้องทดลองดังกล่าวกับงานของเค้าในฐานะส่วนหนึ่งของแนวทางที่เป็นที่นิยมของหน่วยงานทั้งหลาย ทั้งยังได้กล่าวอีกว่า “ผู้ออกกฎหมายทางการเงินของสหรัฐอเมริกาทุกคนต่างกำลังสร้างหรือพยายามที่จะสร้างสิ่งเดียวกับที่ LabCFTC กำลังทำ”

ประธานคนดังกล่าวยังได้ชี้ให้เห็นว่า CFTC กำลังนำวิธีการสำหรับการสร้างนวัตกรรมที่ขึ้นอยู่กับตลาดมาใช้ เช่นเดียวกับการอนุญาตให้มีการซื้อขายสัญญาในอนาคต (futures) ของราคา Bitcoin รวมถึงความพยายามในการที่จะเป็นผู้ออกกฏเกณฑ์เชิงปริมาณซึ่ง “สามารถที่จะดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลทางตลาดได้อย่างอิสระโดยอาศัยแหล่งที่มาของข้อมูลที่แตกต่างกัน รวมถึง Blockchain และระบบเครือข่ายที่ปราศจากการควบคุมแบบผูกขาดโดยส่วนกลาง”

อย่างที่ได้มีรายงานไปก่อนหน้านี้ พื้นฐานทฤษฏีทางการศึกษาเทคโนโลยีทางการเงินทั้งสองของ LabCFTC นั้นได้อุทิศให้กับสกุลเงินจำลอง (จัดทำในเดือนตุลาคม ปี 2017) และสัญญาอัจฉริยะ (จัดทำในเดือนพฤศจิกายน ปี 2018) โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาทางห้องทดลองได้เปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชนและบุคคลภายในตลาด ต่อสกุลเงิน Ethereum (ETH) ในฐานะส่วนหนึ่งของการประเมินสำหรับการอนุญาตให้ซื้อขายสัญญาในอนาคต (futures) ของสกุลเงิน Ethereum (ETH)