<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

แหล่งข่าวเผย Bitmain เตรียมติดตั้งเครื่องขุด Bitcoin จำนวนหลายเครื่องรวมมูลค่ากว่า 80 ล้านดอลลาร์

สรุปโดยย่อ

  • Bitmain กำลังวางแผนที่จะนำอุปกรณ์เครื่องขุด Bitcoin ของตนกว่า 200,000 เครื่องออกใช้งานในประเทศจีน ในฤดูร้อนที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายในการใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าพลังงานน้ำซึ่งมีราคาถูก
  • อุปกรณ์ดังกล่าวนั้น สามารถประเมิณได้เป็นราคากว่า 80 ล้านดอลลาร์ แต่อย่างไรก็ตามมันอาจจะเป็นประโยชน์มากกว่าในตอนนี้ที่ทาง Bitmain จะเหล่าอุปกรณ์เก็บไว้ใช้เอง มากกว่าที่จะนำออกขายทั้งหมด
  • การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นสัญญาณซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงภายในตลาด และความพร้อมของเหล่านักขุดที่เตรียมตัวลงทุนอีกครั้งหลังจากช่วงที่ความต้องการซื้อดังกล่าวลดลงในปีก่อน

Bitmain ซึ่งเป็นหนึ่งในผุ้ผลิตอุปกรณ์การขุดสกุลเงินคริปโตที่ใหญ่ที่สุดเมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งของตลาด โดยทางบริษัทกำลังพยายามขยายความสามารถในการขุดเพื่อตอบรับกับราคาค่าไฟฟ้าที่ลดลงในประเทศจีนในฤดูร้อนที่จะถึงนี้

อ้างอิงจากผู้อำนวยการฝ่ายการขุดในพื้นที่จังหวัดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนซึ่งได้คุ้นเคยกับแผนของทาง Bitmain เป็นอย่างดีได้กล่าวว่า ทางบริษัทนั้นวางแผนที่จะนำอุปกรณ์เครื่องขุดของตนกว่า 200,000 เครื่องออกใช้งานในพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์จากราคาค่าไฟฟ้าที่ลดลงอย่างมากในช่วงฤดูร้อนที่จะถึงนี้ซึ่งเป็นผลมาจากไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้จากเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศจีน

แม้ว่าฤดูฝนในพื้นที่โซนตกวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน รวมถึงในจังหวัดเสฉวนและยูนนานจะยังไม่เริ่มต้นจนกระทั่งเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ทาง Bitmain ได้เริ่มต้นการเจรจาตกลงและได้ทำสัญญากับเหล่าชาวนาเพื่อการติดตั้งเครื่องอุปกรณ์ของตนเพื่อเตรียมพร้อมแก่การมาถึงดังกล่าว

โดยอุปกรณ์ที่ทางบริษัทนั้นจะใช่ส่วนใหญ่เป็นสินค้ารุ่นใหม่ของทางบริษัทเองได้แก่  AntMiner S11 และ S15 รวมทั้งอาจมีการนำสินค้าในรุ่นก่อนๆอย่างเช่น AntMiner S9i/j มาใช้ด้วย ( สินค้ารุ่น S11, S15 และ T15 ของทางบริษัทนั้นขึ้นป้ายว่าของหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้วบนหน้าร้านออนไลน์ของทางบริษัท Bitmain) อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเครื่องอุปกรณ์การขุดดังกล่าวจะใช้กับสกุลเงินคริปโตซึ่งใช้อัลกอริทึ่ม proof-of-work ตัวใด

อีกทั้งการตัดสินใจดังกล่าวนั้นมีค่าเสียโอกาสที่ไม่อาจเมิณเฉยได้เนื่องจากทางบริษัทนั้นมีรายรับส่วนใหญ่จากการขายอุปกรณ์เครื่องขุดมากกว่าที่จะดำเนินการขุดโดยทางบริษัทเอง

เครื่องขุดรุ่น S9j และ S11 ได้ถูกนำออกขายในราคา $400 และ $500 บนเว็บไซต์ชองทางบริษัท ดังนั้นเครื่องขุดทั้งหมด 200,000 เครื่องจึงสามารถประเมิณมูลค่าได้ตั้งแต่ 80 ถึง 100 ล้านดอลลาร์ ถ้าทางบบริษัทได้ทำการขายเครื่องดังกล่าวทั้งหมด โดยราคาดังกล่าวยังไม่รวมเครื่องขุดรุ่น S15 ซึ่งมีมูลค่าถึง $1,000 ต่อเครื่อง

อย่างไรก็ตามภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่ในปัจจุบัน การที่จะนำเครื่องขุดเหล่านี้ในรุ่น S9j, S11 และ S15 มาดำเนินการขุดเองนั้นน่าจะเป็นการปลอดภัยและแน่นอนมากกว่าการพยายามที่จะขายเครื่องขุดเหล่านี้ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดขาลง ซึ่งอ้างอิงจากดัชนีรายได้ของนักขุดซึ่งมีการติดตามการเคลื่อนไหวของข้อมูลจากบริษัทนักขุดที่ใหญ่ที่สุดอัดดับสามของโลกอย่างบริษัท  f2pool

ดัชนีดังกล่าวได้แสดงว่าเครื่องในรุ่น S9j, S11, และ S15 โดยตัวเองแล้วสามารถสร้างรายได้ในแต่ละวันถึง $0.87, $1.8 และ $2.88 ตามลำดับ​ โดยราคาดังกล่าวนั้นขึ้นอยู่กับราคาปัจจุบันของ Bitcoin รวมถึงระดับราคาค่าไฟฟ้าที่ $0.05 ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง

แม้ว่ารายละเอียดสัญญาการซื้อไฟฟ้าของ Bitmain นั้นจะยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน ทางผู้ดำเนินการฟาร์มขุดทั้งหลายได้กล่าวว่าราคาค่าไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนนั้นจะอยู่ที่ $0.037 ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง และเมื่อนำเข้าไปคำนวนตามสมการของดัชนีของบริษัท f2pool แล้วได้ความว่า รุ่น S9j, S11 และ S15 นั้นจะสร้างรายได้ในแต่ละวันถึง $1.29, $2.24, และ $3.38 ตามลำดับ

และแม้ว่าจะคาดเดาว่าเครื่องขุดทั้ง 200,000 เครื่องนั้นจะเป็นรุ่นต่ำสุดคือ S9j ก็ตาม ความสามารถในการสร้างรายได้ของเหล่าเครื่องขุดทั้งหมดต่อเดือนที่สามารถทำได้อยู่ที่ราวๆ 7.7 ล้านดอลลาร์แก่บริษัท Bitmain   และเมื่อได้รับการติดต่อจาก CoinDesk ทางบริษัทได้ปฏิเสธในการให้ความเห็นใดๆในเรื่องนี้

การเปลี่ยนแปลงของตลาด

การขยายตัวอย่างมีนัยยะของบริษัท Bitmain ในการดำเนินการดังกล่าวนั้นได้เป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงทางตลาดที่น่าติดตาม

ในปีก่อนท่ามกลางสถานการณ์การหดตัวลงของตลาดสกุลเงินคริปโตโดยรวม มีการประมาณว่านักขุด Bitcoin กว่า 600,000 รายได้ปิดตัวลง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ส่งผลให้มีอุปทานการขายอุปกรณ์เครื่องขุดมือสองโดยได้มีการลดราคาลง อย่างเช่นในรุ่น AntMiner S9

การลดลงของกิจกรรมการขุดในช่วงปีที่แล้วยังได้ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงในโครงการขุดของบริษัท Bitmain

อ้างอิงจากพื้นที่เก็บข้อมูลของบริษัท Bitmain ถึงข้อมูลเรื่องอัตราการ hash ซึ่งเปิดเผยไว้ในเว็บหน้าบล๊อคดังกล่าวในวันที่ 9 เดือนตุลาคม ปี 2018 โดยเครื่องขุดของบริษัท Bitmain ทั้งหมดนั้นได้ทำการขุด Bitcoin ซึ่งอาศัยอัลกอริทึ่ม SHA265 และยังมีอัตราการ hash ที่ 2,339 พันล้านล้าน hash ต่อวินาที (PH/s)

โดยการคาดหมายว่าการดำเนินการขุดของบริษัท Bitmain อ้างอิงจากเครื่องขุดรุ่น AntMiner S9 นั้นจะมีอัตราการ Hash ที่ 14 ล้านล้าน Hash ต่อวินาที (TH/s) ซึ่งหมายความว่าทางบริษัทนั้นได้ใช้เครื่องขุดทั้ง 170,000 เครื่องในการดำเนินการ (1PH/s เท่ากับ 1,000 TH/s.)

เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา พิจาณณาภายใต้การคาดเดาแบบเดียวกัน อัตราการ Hash ในการดำเนินการของทางบริษัทนั้นได้ลดลงไปสู่ 1,692 PH/s ซึ่งหมายความว่าบริษัทได้หยุดการทำงานของเครื่องขุดกว่า 50,000 เครื่อง ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาและได้มีเครื่องขุดจำนวนกว่า 120,000 เครื่องดำเนินการขุดอยู่ในช่วงต้นของเดือนมีนาคม

อัตราการ Hash ของเครือข่าย Bitcoin และ Bitcoin Cash ในวันดังกล่าวนั้นอยู่ที่ราว 44,973 PH/s และ 1,500 PH/s ตามลำดับ หมายความว่าการดำเนินการขุดซึ่ง Bitmain เป็นเจ้าของนั้นมีส่วนราวๆ  3.6 เปอร์เซ็น ของอัตราดังการขุดสกุลเงินคริปโตบนอัลกอริทึ่ม SHA265 ในเครือข่ายทั้งหมดเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมานี้

ในปัจจุบันนี้ มันดูเหมือนว่าสถานการณ์นั้นจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปแล้วจากการส่วนเกินของไฟฟ้าซึ่งผลิตได้จากเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำในพื้นที่ระหว่างภูเขาโซนตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนซึ่งสามารถทำให้ราคาไฟฟ้าลงไปถูกที่สุดที่ราคา $0.037 ต่อ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งโอกาสอันดีในการสร้างผลกำไรจากการขุดดังกล่าวนั้นได้ดึงดูงให้มีการไหลเข้ามาของนักขุดในภูมิภาค

หากจะคาดคะเนว่าความสามารถในการขุดใหม่ของ Bitmain โดยการใช้งานสินค้ารุ่น AntMiner S11ซึ่งมีอัตราการ Hash อยู่ที่ 19.5 TH/s นั้น เครื่องขุดดังกล่าวจำนวน 200,000 เครื่องนั้นจะทำให้บริษัทมีขุมพลังทางคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้นถึง 3,800 PH/s

ในขณะนี้ อัตราการ Hash ในเครือข่าย Bitcoin นั้นอยู่ที่ราวๆ 48,000 PH/s อ้างอิงตามข้อมูลจากเว็บไซต์ Blockchain.info ดังนั้นการลงทุนของบริษัท Bitmain นั้นจะเป็นการเพิ่มขุมพลังทางการคำนวนทางคอมพิวเตอร์และเป็นการเพิ่มความมั่นคงให้แก่ระบบเครือข่ายถึง 7.9 เปอร์เซ็น

เพื่อเป็นการยืนยัน แม้ในขั้นนี้ยังเป็นการไม่ชัดเจนถึงอัตราการ Hash รวมทั้งหมดในเครือข่ายเมื่อฤดูฝนมาถึงก็ตาม แต่บางคนได้ทำการคาดคะเนว่าอัตราดังกล่าวน่าจะขึ้นไปได้สูงที่สุดถึง 70 ล้านยกกำลัง4 Hash ต่อวินาที (EH/s) ซึ่งสูงกว่าอัตราสูงสุดตลอดการซึ่งเคยเกิดขึ้นในเครือข่ายที่ 60 EH/s เนื่องการการลงทุนที่กำลังจะเกิดขึ้นโดย Bitmain และนักขุดรายอื่นในเร็ววันนี้

ผู้นำตลาดด้านการขุด

มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะพิจารณาว่าการดำเนินการขุดของ Bitmain นั้นครั้งหนึ่งเคยคิดเป็นมูลค่าที่มีส่วนสำคัญในรายรับรวมทั้งหมดของ Bitmain นั้นได้หดตัวลงเหลือเพียงเศษของมูลค่ารวมทั้งหมด

อ้างอิงจากงบการเงินซึ่งเปิดเผยโดย Bitmain เมื่อทางบริษัทได้ยื่นคำร้อง IPO ต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศฮ่องกงเมื่อเดืนอกันยายนปีก่อน รายรับจากการดำเนิการขุดของบริษัทนั้นลดลงจาก 20.3 เปอร์เซ็นของมูลค่าทั้งหมดในช่วงปี 2015 เหลือเพียง 7.9 เปอร์เซ็นในปี 2017 และเหลือเพียง 3.3 เปอร์เซ็นในช่วงต้นปี 2018

ในขณะเดียวกันทางบริษัทได้พึ่งการมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายอุปกรณ์การขุดมากขึ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 78.6 เปอร์เซ็นในปี 2015 ไปสู่ 80.5 เปอร์เซ็นในช่วงปี 2017 และไปสู่ 94.3 เปอร์เซ็นในช่วง 6 เดือนซึ่งนับจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2018

อย่างไรก็ตามตลาดขาลงได้มีอิทธิพลมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงหลังของปี 2018

อ้างอิงจากรายงานทางการเงินซึ่งยังไม่ถูกประกาศออกมาจาก Coindesk ว่า Bitmain ได้ประสบปัญหาการสูญเสียรายรับกว่า 500 ล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสหลังของปี 2018

โดยในช่วงวันที่ 30 เดือนมิถุนายน ปี 2018 นั้นทาง Bitmain ได้เปิดฟาร์มการขุดเหรียญในพื้นที่จังหวัดเสฉวน ซินเจียง และในพื้นที่มองโกเลียตอนใน โดยสามารถสรุปอุปกรณ์การขุดที่ใช้ดำเนินการได้ทั้งหมด 200,000 เครื่อง อีกทั้งฟาร์มเหล่านี้ถูกใช้ทั้งในการดำเนินการขุดโดยบริษัทเอง และใช้ในการให้นักขุดรายอื่นใช้พื้นที่ ซึ่งพื้นที่ฟาร์มเหล่านี้นั้นแยกออกจากฟาร์มซึ่งบริษัทได้กำลังทำการนำเครื่องขุดออกใช้งานในขณะนี้

ทางบริษัทได้เปิดเผยว่าอัตราการ Hash ในการดำเนินการดังกล่าวของบริษัท ในช่วงเดืนอกรกฎาคมของปี 2018 นั้นอยู่ที่ 1692 PH/s ซึ่งหมายความว่าทางบริษัทนั้นได้มีเครื่องขุดเดินเครื่องอยู่ถึง 120,000 เครื่อง

ที่มา : coindesk