<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Ripple: ทำไมสถาบันการเงินและบริษัทใหญ่ถึงรักมัน และทำไมชุมชนคริปโตถึงเกลียดมัน

Ripple เป็นเหรียญคริปโตเคเรนซี่ที่มีผู้คนมีความสนใจและให้ความเห็นต่างกันมากที่สุดเหรียญหนึ่งของโลกทั้งในแง่ดีและไม่ดี และดูจะค่อนไปทางด้านไม่ดีซะมากกว่า แต่ทว่าทำไมกันบริษัทชั้นนำหรือธนาคารต่าง ๆ ที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา CNN ได้มีการหาข้อมูลแล้วผลตัวเลขที่น่าตกใจว่าบริษัท Ripple มีสถาบันการเงิน และ ธนาคารเข้าร่วมโครงการของพวกเขาแล้วกว่า 200 บริษัทด้วยกันอาทิเช่น Transpaygo, WorldCom Finance และ Euro Exim Bank ซึ่งได้เข้าไปมีส่วนร่วมในโครง RippleNet. โดยหาก Ripple เป็นสกุลเงินอื่น ๆ ป่านนี้มันคงประสบความสำเร็จไปแล้ว แต่ทว่าเพราะมันคือ Ripple นั้นเองที่ชุมชน Crypto จงเกลียดจงชังมันมากเป็นเพราะอะไรกันวันนี้เราจะมาหาคำตอบว่ามันเกิดขึ้นจากตรงไหน

ทำไมบริษัทถึงชอบ Ripple

ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่ทำไมทางบริษัทหรือสถาบันทางการเงินถึงชื่นชอบ Ripple เป็นอย่างมากนั้นก็เป็นเพราะว่า Ripple โดยพวกเขามีเหรียญอย่าง XRP ที่สามารถทำให้บริษัทหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ลดพ่อค้าคนกลางลงไปได้ในการส่งเงินข้ามประเทศ และการตัดตัวกลางออกไปได้นั้นก็ทำให้พวกเขาทั้งขั้นตอน ระยะเวลา และที่สำคัญที่สุดคือลดรายจ่ายอย่างมีนัยยะสำคัญได้

ยกตัวอย่างเช่นตัวกลาง PayPal มักจะเรียกเก็บเงินประมาณ 3% สำหรับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่หากคุณใช้ Ripple ที่ปัจจุบันมีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.0009 XRP ซึ่งน้อยมากเมื่อพิจารณาจากราคาต่อ 1 XRP อยู่ที่ประมาณ  0.37 ดอลลาร์เท่านั้นเอง

อีกหนึ่งเหตุผลเลยที่พวกบริษัทชอบรักและชื่นชอบใน Ripple เลยนั้นก็คือ XRP สามารถทำธุรกรรมได้มากกว่า 1,500 ธุรกรรมต่อวินาทีซึ่งเยอะและมีความยืดหยุ่นเป็นอย่างมากนอกจากนี้ยังมีปริมาณการทำธุรกรรมที่ในอนาคตจะมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ Visa ได้โดยผู้รับเงินจะได้จะใช้เวลาเพียงแค่ 4 วินาทีเท่านั้น

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นในการส่งเงิน XRP คุณ Michael Arrington ผู้ก่อตั้ง TechCrunch ส่งเงิน 50 ล้านดอลลาร์และใช้เวลาเครือข่ายเพียง 3 วินาทีในการชำระเงิน ที่สำคัญกว่านั้นคือการทำธุรกรรมราคา 30 เซ็นต์เท่านั้นซึ่งถูกเป็นอย่างมาก

แล้วทำไมชุมชนถึงเกลียด Ripple ละ

คนส่วนใหญ่เกลียด XRP เพราะพวกเขาเชื่อว่ามันเป็นเงินดิจิตอลของธนาคาร ด้วยการทำงานกับสถาบันการเงินมันเบี่ยงเบนไปจากวิสัยทัศน์ของ Satoshi Nakamoto เกี่ยวกับสกุลเงินแบบ Peer to Peer ที่ทำให้มันมีคนกลุ่มหนึ่งสามารถควบคุมได้จากธนาคารนั้นเอง

ยิ่งไปกว่านั้น XRP ไม่ใช่สกุลเงินที่กระจายอำนาจ (Decentralized) ทั้งยังถูกควบคุมทุกขั้นตอนดำเนินการและควบคุมโครงข่ายต่าง ๆ ได้สิ่งนี้ขัดกับแนวคิดทั้งหมดของ decentralized cryptocurrency

อีกหนึ่งในเหตุผลที่ผู้คนมักหลีกเลี่ยง Altcoin อย่าง XRP ก็คือมันได้ถูกขุดมาแล้วและ Ripple ยังคุม XRP กว่า 60 เปอร์เซ็นต์นอกจากนี้มันยังเสกขึ้นมาได้จากทาง Ripple เองอีกด้วยด้วยทั้งหมดนี้เองทำให้ผู้เชียวชาญหรือชุมชนคิดว่า XRP เกิดขึ้นมาเพื่อทำการปั่นราคาและทุบราคาด้วยพวกเขาเองหรือก็คือพวกเขาสามารถควบคุมราคาของ XRP ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ประเด็นที่เห็นได้ชัดก็คือการวิ่งขึ้นในรอบสุดท้ายที่ราคา XRP ขึ้นไปสูงถึง 3 ดอลลาร์ในวันที่ 4 มกราคม จากราคา 0.24 ดอลลาร์ซึ่งเท่ากับว่าใครที่ซื้อราคาดังกล่าวขึ้นไปกว่า 1,275 เปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงเดือนก่อนที่ต่อมาจะถูกทุบราคาลงไปอยู่ที่จุดเดิมหรือต่ำกว่านั้นทันทีจนเรียกได้ว่านี้เป็นการหลอกล่วงครั้งใหญ่เป็นอย่างมากและนักลงทุนเข็ดขยาดกันไปเลยถึงขั้นมีนักลงทุนไปร้องเรียนและฟ้องร้อง Ripple จ่ายเงินค่าเสียหายให้ 167.7 ล้านดอลลาร์

สุดท้ายแล้ว XRP นั้นเป็นตัวที่มีพื้นฐานดีในบรรดาเหรียญ Cryptocurrency อย่างไรก็ตามหลายคนไม่ชอบมันเนื่องจากค่อนข้างไม่ตรงกับวิสัยทัศน์ของ Satoshi Nakamoto ซึ่งผลสรุปก็คือเงินเป็นของพวกคุณและการลงทุนมักมีความเสี่ยงเสมอโดยเฉพาะกับ XRP