<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ท่ามกลางราคา Bitcoin ที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้การจ่ายภาษีด้วย BTC ดูน่าดึงดูดใจมากกว่า

ราคา Bitcoin และเหรียญคริปโตอื่น ๆ ค่อนข้างจะอยู่ในช่วงผันผวน ถ้าคุณถือ Bitcoin หรือคริปโตอื่น ๆ คุณก็คงจะรอขายมันตอนที่ราคาเหรียญเหล่านั้นอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่หากคุณมีหน้าที่ต้องจ่ายภาษี คุณจะทำอย่างไรมันจะดีกว่าหรือไม่หากสามารถจ่ายภาษีเป็น Bitcoin ได้

จากเว็บไซต์ OhioCrypto.com ในโอไฮโอตอนนี้ผู้คนสามารถจ่ายภาษีเป็น Bitcoin ได้แล้ว ส่วนเหรียญอื่น ๆ ยังไม่อนุญาต

ถือว่าโอไฮโอนั้นล้ำหน้าแอริโซนา, จอร์เจีย, ยูทาห์และนิวแฮมเชียร์ไปแล้วเพราะรัฐเหล่านี้ก็เคยผลักดันให้มีการจ่ายภาษีเป็นคริปโตด้วยเหมือนกันแต่ก็ไม่สำเร็จ  ในการจ่ายภาษีเป็นคริปโตในโอไฮโอนั้นจะคิดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม 0% ในสามเดือนแรก ต่อจากนั้นจะจ่ายค่าธรรมเนียม 1%

ถ้าคุณทำธุรกิจในโอไฮโอคุณจะต้องไปลงทะเบียนที่ OhioCrypto.com ซึ่งระบบต่าง ๆ จะประมวลผลโดย BitPay การชำระเงินจะถูกแปลงเป็นเงินดอลลาร์ก่อนที่จะถูกฝากไปยังบัญชีของรัฐ

เรียกได้ว่ากรมสรรพากรของสหรัฐอเมริกาค่อนข้างจะเปิดกว้างในเรื่องคริปโต ก่อนหน้านี้ในปี 2014 ทางกรมสรรพากรเคยออกกฎมาว่าคริปโตเคอร์เรนซีเป็นทรัพย์สินในประกาศที่ 2014-21 ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อเรื่องภาษีโดยเฉพาะในเรื่องของราคาที่ไม่เสถียร

ความผันผวนก็มีประโยชน์

ถ้าคุณค้างภาษีต้องจ่ายอยู่ 10,000 ดอลลาร์คุณก็สามารถจ่ายเป็นเงินดอลลาร์ตามปกติได้ แต่ถ้าคุณเลือกจ่ายเป็น Bitcoin ในตอนที่ราคา Bitcoin คือ 10,000 ดอลลาร์พอดีก็ถือว่าคุณเสมอตัวแล้วถูกไหม แต่คุณต้องลองคิดดี ๆ

การจ่ายภาษีคริปโตก็เหมือนกับการซื้อขายสินค้า ถ้าคุณซื้อ BTC มาในตอนที่มันราคา 10,000 ดอลลาร์เพื่อนำไปจ่ายภาษีที่ค้างอยู่ 10,000 ดอลลาร์ เท่ากับว่าคุณไม่ได้กำไรอะไรเลย แต่ถ้าคุณซื้อ BTC มาตั้งแต่มันราคา 1,000 ดอลลาร์ แล้วตอนนี้ราคา BTC อยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์ นั่นเท่ากับว่าคุณได้กำไร 9,000 ดอลลาร์

มันคือกำไรในระยะยาว และวิธีการนี้ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้คุณจ่ายภาษีได้น้อยลง โดยเฉพาะภาษีที่คุณต้องจ่ายให้กับภาครัฐ แต่ในรัฐแคลิฟอร์เนียเก็บภาษีรายได้ปกติและกำไรจากการลงทุนในอัตราภาษีเดียวกัน ดังนั้นแม้แต่การได้กำไรจากการลงทุนก็ไม่ได้ช่วยให้คุณจ่ายภาษีน้อยลงในแคลิฟอร์เนีย นั่นคือเมื่อคุณขายหลักทรัพย์คุณไม่ควรจ่ายภาษีด้วยเงินที่คุณเคยใช้ลงทุน

แต่ถ้าคุณถูกเก็บภาษีเป็นคริปโตหรือขายคริปโตเพื่อนำมาจ่ายภาษีเป็นเงินดอลลาร์ คุณก็ยังต้องจ่ายภาษีอยู่ดี เพราะมันคือรายได้ของคุณ ซึ่งการจ่ายภาษีเป็นคริปโตมันก็มีความเสี่ยงตรงที่คุณอาจจะขาดทุนก็ได้ เช่น ถ้าคุณซื้อเหรียญคริปโตมาในราคา 7,000 ดอลลาร์แล้วเมื่อถึงเวลาต้องจ่ายภาษี คริปโตที่คุณซื้อมามูลค่ามันกลับลดลงเหลือ 7,000 ดอลลาร์ เท่ากับว่าคุณขาดทุนไป 2,000 ดอลลาร์ หรือแม้แต่เลือกขายมันไปแล้วเอาเงินที่ได้มาไปจ่ายเป็นดอลลาร์ คุณก็ยังขาดทุนอยู่ดี

ทุกการโอนคริปโตสามารถคิดภาษีได้หมด เช่น การชำระเงินด้วยคริปโตแก่คู่สัญญาก็จะถูกคิดภาษีทั้งสองฝ่าย ผู้รับมีรายได้วัดจากมูลค่าตลาด ณ เวลาที่ได้รับเงินและมันก็มีกลไกที่ต้องรายงานรายได้ซึ่งก็ถือเป็นปัญหาสำคัญของหลาย ๆ คน

รายงานภาษี คริปโต

หากคุณจ่ายเงินให้คู่สัญญาอิสระด้วยคริปโต คุณจะรายงานได้อย่างไร ซึ่งตรงนี้ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับการชำระเงินอื่น ๆ แก่ผู้รับจ้างอิสระ ผู้ชำระเงินที่ทำธุรกิจจะต้องกรอกฟอร์มของกรมสรรพากร IRS 1099 และคุณไม่สามารถกรอก 1,000 Bitcoin ลงไปในฟอร์ม IRS 1099 ได้

ในทางกลับกันคุณจะต้องกรอกแบบฟอร์มการชำระเงินเป็นเงินดอลลาร์ในเวลาที่ทำการชำระ คือการชำระเงินโดยใช้คริปโตมันก็ใช้แบบฟอร์มรายงาน 1099 เช่นเดียวกับการชำระเงินอื่น ๆ การที่ผู้ชำระเงินจะต้องเสียภาษีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้จ่ายภาษีเอง ถ้าคุณถือคริปโตไปอย่างน้อย 1 ปี คุณอาจเลือกจ่ายภาษีเป็นเงินได้จากกำไรในการขายหลักทรัพย์ระยะยาวคงจะดีกว่า

อย่างไรก็ตามจริง ๆ แล้วจะได้กำไรหรือขาดทุนก็ขึ้นอยู่กับคริปโตที่คุณถืออยู่ด้วย หลายคนจะบอกว่าตนเป็นนักลงทุนในคริปโตไม่ใช่ดีลเลอร์หรือทำการค้าขาย ทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งรายได้ธรรมดา (ordinary income) กับรายได้จากกำไรที่ขายหลักทรัพย์ในระยะยาว (long-term capital gain treatment) นั้นมีความแตกต่างกัน คุณอาจจะต้องจ่ายภาษี 15% จากกำไรที่คุณได้จากการขายหลักทรัพย์ ซึ่งอัตราสูงสุดคือ 20% อาจบวกเพิ่ม 3.8% เป็นภาษีเงินได้จากการลงทุนภายใต้  Affordable Care Act ของสหรัฐ ฯ

แล้วก็ต้องคำนึงถึงเสมอว่าทุก ๆ ครั้งที่คุณจะโอนคริปโตคุณมีความเสี่ยงที่อาจจะขาดทุนหรือได้กำไรก็ได้ ระยะเวลาการชำระภาษีและการถือครองคริปโตจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคุณรับเงินดิจิตอลในการชำระเงิน คุณก็ต้องรวมมันเข้าไปอยู่ในรายได้ด้วย และต้องรายงานมูลค่าตลาดในวันที่คุณได้รับเงินคริปโตนั้น หรือถ้าคุณขุดคริปโต มูลค่าตลาดก็คือรายได้จากการขุด เพราะฉะนั้นต้องวางแผนให้ดี

ที่มา cointelegraph