<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้ก่อตั้ง Ethereum นาย Vitalik Buterin เชื่อว่า Proof of stake จะทำให้เหรียญของเขามีความปลอดภัยมากขึ้น

ในงานประชุม Devon 5 here ที่ โอซาก้าประเทศ ญี่ปุ่น นาย Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum อ้างว่าในวันนี้ Ethereum จะทำงานบนกลไก consensus ที่ปลอดภัยมากกว่า Bitcoin เมื่อมันย้ายไปยัง proof-of-stake/" class="lar_link lar_link_outgoing" data-linkid="34443" data-postid="47672" title=" Proof-of-work กับ proof-of-stake คืออะไร" rel="nofollow" target="_self" >proof of stake ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกด้วยว่ากลไก consensus ใหม่นี้ จะทำให้เครือข่ายปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วยการทำให้ต้นทุนที่ใช้ในการโจมตีเครือข่ายนั่นมีราคาที่สูงขึ้น

Ethereum เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่มีความทะเยอทะยานเป็นอย่างมากและมันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้มันสามารถปรับขนาดได้และสามารถรองรับผู้ใช้งานได้เป็นจำนวนมาก โดยในการทำเช่นนั้นมันต้องเปลี่ยนจาก proof of work (วิธีการขุดเหมืองเพื่อใช้ในการคำนวณเพื่อสร้างบล็อกใหม่) ไปยัง proof of stake (ที่ซึ่งผู้คนนำเงินมาเป็นหลักประกันเพื่อใช้ในการยืนยันธุรกรรม)

ในส่วนของ roadmap นั้นจะใช้เวลาหลายปี แต่นาย Buterin ยืนยันว่ามันจะคุ้มค่าเพราะมันไม่ใช่แค่เพื่อความยืดหยุ่นเท่านั้น แต่เพื่อความปลอดภัยอีกด้วย

ในขณะที่เขาบรรยายต่อหน้าผู้คนกว่า 400 คน Buterin ใช้เวลาห้านาทีแรกในการพูดเกี่ยวกับ Bitcoin และแสดงความเคารพต่อบิดาของ Bitcoin ผู้ที่ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamoto เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนในเครือข่ายทั่วโลกหันมาใช้งานในบล็อกเชน ส่วนหนึ่งของความอัจฉริยะที่ Satoshi ทิ้งไว้ให้ก็คือแนวคิดที่ว่า ถ้าใครบางคนต้องการที่จะพังระบบพวกเขาจะต้องจ่ายต้นทุนมหาศาลสำหรับมัน ซึ่งถ้าหากว่าผู้เล่นที่ไม่ดีเหล่านี้ต้องการที่จะเก็บเงินของพวกเขาเอาไว้ กลอุบายนี้ก็มีความหมายอย่างมากสำหรับเครือข่าย

อย่างไรก็ตามมันมีปัญหาอยู่ข้อหนึ่ง โดย Buterin กล่าวว่า:

“หากผู้โจมตีมีแรงจูงใจอย่างแท้จริง , มีโปรโตคอลขนาดใหญ่เป็นพิเศษ หรือต้องการที่จะเห็นโลกนี้มอดไหม้ล่ะ ? ซึ่งอาจเป็นรัฐบาล หรือ แฮกเกอร์ที่ต้องการความสนุกสนาน สมมติว่าผู้เข้าร่วมเหล่านี้มีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนที่ต้องการทำลายสิ่งนี้โดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา” Buterin กล่าว

แล้วเราจะเพิ่มต้นทุนการโจมตี proof of stake ให้สูงขึ้นได้อย่างไร ?

แทนที่นักขุดจะเป็นผู้สร้างบล็อกใหม่เหมือนในปัจจุบัน เครือข่ายจะดำเนินการโดยคนที่รู้จักกันในชื่อ “ผู้ตรวจสอบความถูกต้อง” และผู้ตรวจสอบความถูกต้องเหล่านี้จะถูกล็อคเงินของพวกเขาโดยสมัครใจด้วยการใช้ smart contracts ในกระบวนการที่เรียกว่า staking ยิ่งพวกเขามี ether ( คริปโตเคอเรนซี่ดั้งเดิมของ Ethereum) มากเท่าไรพวกเขาก็ล็อคเงินได้มากขึ้น , สร้างบล็อกได้มากขึ้น และยังได้รับรางวัลมากขึ้นอีกด้วย แต่กลับกันพวกเขาก็จะสูญเสียได้มากขึ้นเช่นกัน

และนี่คือวิธีที่ blockchain จำเป็นต้องมีในการต่อต้านกับนักแสดงที่ชั่วร้ายที่ต้องการสร้างบล็อกด้วยธุรกรรมที่ไม่ถูกต้อง Buterin อ้างถึงคนเลวเหล่านี้ว่า “Evil Smiley Face Guy”

PoS จะมีระบบที่สามารถตรวจสอบผู้ตรวจสอบได้อีกครั้ง โดยมีระยะเวลาหนึ่งหลังจากการตรวจสอบความถูกต้องสำหรับสร้างบล็อกใหม่ใน chain ให้ทุกคนสามารถ “ท้าทาย” มันได้ หากผู้ท้าชิงสามารถพิสูจน์ได้ว่าการสร้างบล็อกนั้นไม่ถูกต้อง Evil Smiley Face Guy ก็จะเสียเงินทุนและส่วนหนึ่งของพวกเขาจะถูกส่งไปยังผู้ท้าชิง

“ผู้ท้าชิงสามารถส่งธุรกรรมไปยัง [บล็อกที่เป็นตัวปัญหา] โดยการคำนวณนั้นจะทำงานบน blockchain อย่างเช่น ‘หากคำตอบจริงคือ 256 แต่ผู้ชายคนนี้ส่ง 250 ดังนั้นผู้ชายคนนี้ผิด’ เงินฝากของ Evil Smiley Face Guy ก็จะถูกทำลายและส่วนหนึ่งจะถูกส่งมอบให้กับผู้ท้าชิง” Buterin กล่าว

นี่คือวิธีที่ทำให้ blockchain มีต้นทุนการโจมตีที่สูงขึ้น หากมีคนต้องการที่จะพังเครือข่าย พวกเขาจะต้องสร้างบล็อกที่เป็นอันตรายจำนวนมากและหากทำเช่นนั้นพวกเขาจะต้องเพิ่ม Ether จำนวนมากเพื่อเป็นหลักประกัน ซึ่งพวกเขาจะแพ้หากถูกท้าทาย สิ่งนี้จะทำให้การโจมตีครั้งใหญ่มีราคาแพงอย่างมากในการดำเนินการ โดย Buterin อ้างว่าสิ่งนี้จะเป็นการทำให้ proof of work ปลอดภัยยิ่งขึ้น

โมเดล crypto-economic ที่แข็งแกร่งกว่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลายแง่มุมของ Ethereum นับตั้งแต่การทำโซลูชันเลเยอร์สองชั้น (เลเยอร์ที่ปรับขนาดได้มากขึ้นที่สร้างบน Ethereum) ปลอดภัยยิ่งขึ้นไปจนถึงการทำให้ light clients (เวอร์ชั่นของ Ethereum ที่ดำเนินการบนโทรศัพท์มือถือ) มีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

“Satoshi สร้างสิ่งที่น่าสนใจและยอดเยี่ยมจริง ๆ” Buterin กล่าว “และตอนนี้เราสามารถสร้างสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่ว่านั้นได้แล้ว”

ที่มา : decrypt.co

ร่วมหาคำตอบทิศทางราคา Bitcoin ได้ในงานมหกรรมด้านคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในไทยในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ บัตรมีจำนวนจำกัด!จองที่นั่งเลย
+ +