<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผลสำรวจเผยคนกว่า 17 เปอร์เซ็นต์เป็นหนี้เพราะซื้อ Bitcoin ในปี 2017

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเป็นที่รู้กันทั่วไปว่ามันมีความเสี่ยงสูง เห็นได้จากประวัติราคาที่ผ่าน ๆ มาของ BTC เช่น ในช่วงปี 2016 ราคามันอยู่ที่ 600 ดอลลาร์ แล้วหลังจากนั้นเพียงปีเดียวราคามันก็มาพุ่งแตะ 20,000 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2017

หลาย ๆ ครั้งที่ราคาพุ่งขึ้นก็เป็นเพราะคน FOMO กันไปเองทำให้เกิดช่วงฟองสบู่คริปโตจนราคาพุ่งขึ้นสูงและผู้คนต่างหวังว่ามันจะ “Moon” หรือพุ่งทะยานไปไกลถึงดวงจันทร์

ต่อมาก็เกิดการระดมทุน ICO ที่ได้รับความนิยมสูงมาก นักลงทุนหลายคนลงทุนในโปรเจ็ค ICO ก้นอย่างมหาศาล ซึ่งโปรเจ็ค ICO เหล่านั้นบ้างก็เป็นโปรเจ็คที่ถูกกฎหมาย บ้างก็เป็นโปรเจ็คที่ไว้หลอกนักลงทุนและโทเค็นจากการ ICO ทั้งหลายในตอนนี้กลับไม่มีมูลค่าอะไรเลย

กลับมาที่ตลาด Bitcoin หลังจากที่มันพุ่งแตะ 19,800 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2017 ได้เกือบ 1 ปี มันก็ร่วงอย่างรุนแแรงมาแตะที่ 3,120 ดอลลาร์ในช่วงเดือนธันวาคม 2018 และในปีนี้ราคา Bitcoin ก็พุ่งไปแตะจุดสูงสุดที่ 13,880 ดอลลาร์ ส่วนตอนนี้นั้นมันวิ่งขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ที่ระดับ 8,000 ดอลลาร์

กลับมาที่ปัจจุบัน

แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากจะยอมรับว่าสูญเสียเงินจำนวนไม่น้อยไปกับการลงทุน Bitcoin หรือเหรียญคริปโตอื่น ๆ จากการสำรวจก็ได้มีการเปิดเผยจำนวนเงินตรงนี้มาบ้างซึ่งมันถือเป็นบทเรียนชั้นดีเลยทีเดียวในการที่จะให้ทุกคนมีความระมัดระวังเป็นพิเศษก่อนที่จะลงทุนในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี

จากการสำรวจนั้นเป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างผู้ที่ถือคริปโตและซื้อมันมาในช่วงปี 2017 และ 2018

ในแบบสำรวจจะมีคำถามว่า “คุณเสียเงินไปเท่าไหร่ในการซื้อคริปโตเมื่อคิดเป็นเงินดอลลาร์?” ซึ่งมีการตอบกลับมาถึง 2,000 คน รวมแล้ว 54% นั้นพบว่าพวกเขาเสียเงินน้อยกว่า 10,000 ดอลลาร์ ส่วนอีก 10% เสียเงินไปประมาณ 10,000 – 50,000 ดอลลาร์และอีก 6% นั้นเสียเงินไประหว่าง 51,000 – 100,000 ดอลลาร์ ส่วนอีก 15% นั้นยอมรับว่าพวกเขาเสียเงินไปมากกว่า 100,000 ดอลลาร์ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่มากเลยทีเดียว

คำถามต่อมาคือเป็นคำถามเพื่อที่จะถามว่านักลงทุนคนใดบ้างที่กลายเป็นหนี้เป็นสินจากการซื้อคริปโต มันน่าสนใจตรงที่ว่ามีคนกว่า 17% ยอมรับว่าพวกเขาเป็นหนี้จากการซื้อคริปโต

อย่างเอาเงินลงมาเสี่ยงถ้าคุณรู้ว่าตนจะรับการสูญเสียไม่ได้

มนุษย์เป็นสัตว์ที่ตามธรรมชาติจะมีอารมณ์และความรู้สึก ความโลภ, FOMO, เสียใจหรือมีอีโก้ ซึ่งอารมณ์เหล่านี้มันส่งผลต่อการตัดสินใจของเราทำให้เราเลือกลงทุนโดยไม่ได้ตัดสินใจด้วยเหตุผล

กฎแรกที่คุณต้องรู้คือการลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูง เช่น คริปโตเคอร์เรนซี ให้ลงทุนเฉพาะเท่าที่คุณรับความเสี่ยงไหว ไม่ใช่ว่าลงทุนหมดหน้าตัก ซึ่งกฎนี้ไม่ได้ใช้แต่กับคริปโตเคอร์เรนซีเท่านั้น มันรวมถึงการกู้ยืม กองทุนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นของคุณด้วย การลงทุนในคริปโตแล้วกลายเป็นหนี้มันเปรียบได้กับการเอาเงินมาเททิ้งเลยทีเดียว

ที่มา : cryptopotato