<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Ethereum วางแผนเปิดใช้งานตัว Hard fork ล่าสุด Istanbul ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้

หลังจากการประชุม Ethereum Core Developer ได้สิ้นสุดลงไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ทาง Ethereum จึงได้ตัดสินใจว่าจะเปิดตัว Istanbul Mainnet ให้ใช้งานออกมาในวันที่ 4 ธันวาคมปีนี้ เมื่อถึงจำนวนบล็อคที่ 9,056,000

ทางด้านของนาย Danno Ferrin ซึ่งเป็นวิศวกร Blockchain Protocol ของสตูดิโอ ConsenSys ที่ Ethereum ร่วมลงทุนได้ออกมากล่าวในห้องแชท Ethereum Core Developers ว่า:

“จากที่คำนวณออกมาแล้วผมคาดว่าเราน่าจะได้เปิดตัว Mainnet ของ Istanbul ออกมาที่บล็อค 9,056,000”

นอกจากนี้ในที่ประชุมของนักพัฒนายังได้เห็นร่วมกันว่าหากเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นมาจนทำให้มันไม่สามารถเปิดตัวออกมาได้ทันตามวันที่ได้ตั้งเป้าไว้ ทาง Ethereum จะเลื่อนการเปิดตัวออกมาอีก 1 เดือนซึ่งจะเปิดตัว Istanbul Mainnet ออกมาช้าสุดในวันที่ 8 มกราคมปีหน้าแทน

“ถ้าหากมันเกิดอะไรขึ้นมาและเราจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนวันและเวลา เช่นในกรณีที่เราอาจจะต้องสร้างเครื่องผู้ใช้บริการ (Client) ใหม่ และต้องให้ทุกคนติดตั้ง Client ที่เราสร้างขึ้นมาใหม่นี้ เราจะเลื่อนการเปิดใช้งานออกไปเพียงแค่ 4 สัปดาห์เท่านั้นหากจำเป็น” นาย Ferrin กล่าวระหว่างการประชุม Dev Call

ก่อนหน้านี้การอัปเกรดครั้งล่าสุด Constantinople ก็จำเป็นที่ต้องเลื่อนเปิดใช้งาน Mainnet เช่นกันซึ่งต้องเลื่อนออกไปประมาณหนึ่งเดือนเนื่องจากตรวจพบช่องโหว่ของโค้ด ซึ่งพบภายหลังจากที่ได้ตั้งเวลาเปิดตัวของ Constantinople ไว้เพียง 48 ชั่วโมง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงทำให้นักพัฒนาของ Ethereum ตัดสินใจว่ามันอาจจะมีปัญหาที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งเวลาสำรองไว้ ทางด้านนักพัฒนาคุณ Piper Merriam ก็ได้กล่าวว่า:

“ในตอนนี้ยังไม่ได้ตรวจพบปัญหาใด ๆ ที่ทำให้มันไม่สามารถเปิดตัว Mainnet ของ Istanbul ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคมได้ เราแค่ตั้งวันที่สำรองเอาไว้เผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น”

การอัปเกรด Istanbul จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?

การอัปเกรด Istanbul นั้นเป็นไปเพื่อเปลี่ยนแปลงโค้ดทั้งหมด 6 รายการ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ Ethereum Improvement Proposal (EIP) 1884

ตัว EIP 1884 มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการกับประเด็นเรื่องของค่าใช้จ่ายในการประมวลผลข้อมูลบนเครือข่าย เพราะเมื่อขนาดของ Blockachain เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการคำนวณเพื่อเรียกคืนข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของเครือข่าย (เช่น ยอดคงเหลือในบัญชี) ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในทางตรงข้ามราคา Gas กลับน้อย มันส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างค่าใช้จ่ายในการดำเนินการกับการใช้ทรัพยากร การอัพเกรด EIP 1884 จึงได้เพิ่มค่าธรรมเนียม Gas ขึ้นให้มันสมดุลกับการใช้ทรัพยากร

ส่วนการอัปเกรดอื่น ๆ ก็เป็นการปรับเปลี่ยนค่าใช้จ่ายบนแพลตฟอร์ม Ethereum ให้เหมาะสมรวมถึงระบบปฏิบัติการโค้ดอันใหม่ที่ให้นักพัฒนาแอปพลิเคชั่นสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบน Blockchain ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เมื่อเดือนที่แล้วทาง Ethereum ได้ทดลองใช้งาน Istanbul บนเครือข่ายทดลอง Ropsten และเนื่องจากมันเปิดตัวมาเร็วเกินไป นักขุดก็ได้พบเจออุปสรรคบางอย่างที่เกิดขึ้นในการอัปเกรด

เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนว่าซอฟต์แวร์ใดที่จะรันให้สำหรับนักขุด ทางนักพัฒนาหลักของ Ethereum จึงได้ปรับเปลี่ยนโค้ดใหม่ที่เรียกว่า EIP 2124

เปลี่ยนแปลงโค้ดใหม่ให้เครือข่าย Client ระบุเชนง่ายขึ้น

การปรับเปลี่ยนโค้ดใหม่ที่ถูกเสนอขึ้นจากนักพัฒนาหลักของ Ethereum สองคนคือนาย Péter Szilágyi และ Felix Lange ได้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงโค้ดที่เรียกว่า ‘EIP 2124‘ ซึ่งเป็นกลไกที่เอาไว้สำหรับให้ผู้ใช้งานสามารถรถระบุเวอร์ชั่นซอฟต์แวร์บนเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ หรือที่เราเรียกว่าโหนดที่เครือข่าย Ethereum ใช้รันได้

“โดยปกติแล้วเครือข่ายผู้ใช้งาน (Client) มักจะเจอกับปัญหาเรื่องการเลือกใช้เชนที่ไม่ได้ถูกใช้งานกันทั่วไป ดังนั้นเครือข่ายผู้ใช้งานจึงต้องปรับเปลี่ยนเครือข่ายเองเพื่อให้ตนรันอยู่บนเชนที่ถูก” นาย Szilágyi กล่าวพร้อมเสริมว่า

“ประเด็นทั้งหมดจะถูกแก้ไขง่าย ๆ เลยคือให้มีการ Fork ID ออกมา”

การ Fork ID/ Fork Identifier ที่รวมอยู่ในการอัปเกรด EIP 2124 นั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นที่ทำให้ Client ของซอฟต์แวร์ Ethereum สามารถปรับเปลี่ยนเชนของตนเองได้โดยที่ไม่ต้องอาศัยการร่วมมือจากคนอื่น ๆ

นอกจากนี้นาย James Hancock หัวหน้าโปรเจ็คบริษัทสตาร์ทอัพ ETHSignals ผู้ซึ่งพยายามทำการ Hard Fork เหรียญ Ethereum เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาได้ออกมาประกาศแล้วว่าเขาได้เข้าร่วมกับ Ethereum Foundation แล้ว เพื่อร่วมมือประสานงานระบบการอัปเกรดบนเครือข่าย Ethereum (หรือการ Hard Fork)

“ผมร่วมมือกับ Ethereum Foundation แล้วเพื่อมาช่วยในเรื่องของการ Hard Fork สำหรับผม ผมต้องการเน้นไปที่ EIPs ให้มีความพร้อม”

ที่มา : coindesk