<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

7 เว็บเทรด Bitcoin Futures ที่ดีที่สุดในปี 2019 ที่คนไทยเทรดได้

ทุกวันนี้มีเว็ปเทรด Bitcoin เกิดขึ้นมามากมาย แต่บางคนอาจไม่รู้ว่าเว็ปเทรดไหนบ้างที่มีการเทรดสัญญาฟิวเจอร์ด้วย ซึ่งในบทความนี้เราจะแนะนำเว็ปเทรด Bitcoin Futures และมาทำความรู้จักกับ Bitcoin Futures กัน

Futures คืออะไร?

ฟิวเจอร์ส (Futures) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นสัญญาที่ผู้ซื้อกับผู้ขายตกลงจะซื้อขายสินค้าอ้างอิง โดยการกำหนดราคากันตั้งแต่วันนี้ แต่จะส่งมอบและชำระเงินในอนาคต ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่จำเป็นต้องถือสัญญาไว้จนครบกำหนด อาจซื้อขายแลกเปลี่ยนมือกันได้ผ่านกลไกของตลาด แต่หากถือไว้จนครบกำหนด ผู้ซื้อและผู้ขายมีพันธะที่ “ต้องซื้อขาย” กันตามที่ตกลงในสัญญา

การใช้สัญญาฟิวเจอร์คุณสามารถเปิดสถานะได้สองประเภทก็คือ : การ short และ long 

  • การ Long ก็คือการเดิมพันว่าราคาสินทรัพย์จะเพิ่มสูงขึ้นในวันที่ครบอายุสัญญา
  • การ Short ก็คือการเดิมพันว่าราคาสินทรัพย์จะลดน้อยลงในวันที่ครบอายุสัญญา

BTC Futures ทำงานอย่างไร ?

สัญญา BTC Futures จะถูกตรึงกับมูลค่าของ Bitcoin ดังนั้นนักเก็งกำไรสามารถเดิมพันได้ว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงในอนาคต นอกจากนี้ฟิวเจอร์สยังช่วยให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรในราคาของ bitcoin โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของคริปโตเคอเรนซี่อีกด้วย

แม้ว่าสกุลเงิน Bitcoin นั้นยังไม่มีการยอมรับอย่างเป็นทางการ แต่ปัจจุบันคริปโตฟิวเจอร์ก็ยังสามารถซื้อขายกันได้ในการแลกเปลี่ยนที่มีการควบคุม ซึ่งนี่เป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของคริปโตเคอเรนซี่

สัญญา BTC Futures นั่นไม่แตกต่างจากสัญญาหุ้นฟิวเจอร์สแบบดั้งเดิมเท่าไหร่นัก ซึ่งนักเก็งกำไรสามารถเปิดสถานะ Long และ Short ได้โดยขึ้นอยู่กับการคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคา 

ตัวอย่างเช่นหากนักลงทุนมี 1 bitcoin มูลค่า 8,000 ดอลลาร์และคาดการณ์ว่าราคาจะลดลงในอนาคต เขาสามารถขายสัญญาฟิวเจอร์สเพื่อป้องกันตัวเองจากการสูญเสียได้ หากในอนาคตราคาของ bitcoin ลดลงอนุพันธ์ก็จะถูกลง จากนั้นนักลงทุนจะสามารถซื้อคืนได้โดยการปิดสถานะ Short ตัวอย่างเช่นหากถึงวันหมดอายุสัญญามูลค่า Bitcoin ได้ร่วงลงไปถึง 6,000 ดอลลาร์นักลงทุนจะได้รับเงิน 2,000 ดอลลาร์และชดเชยผลขาดทุนจากมูลค่าของ bitcoin

เว็ปเทรด Bitcoin Futures ที่ดีที่สุดในปี 2019

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมโลกเศรษฐกิจจึงต้องการ Bitcoin Futures มากนัก ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่ก็คือนักลงทุนมากมายต้องการความโปร่งใสและสภาพคล่องที่สูงขึ้น ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำเว็ปเทรด Bitcoin Futures ที่ดีที่สุดในปี 2019 ให้ทุกคนได้รู้จักกัน

1. กระดานแลกเปลี่ยน BitMEX

bitmex

กระดานแลกเปลี่ยน BitMEX ได้เปิดตัวในปี 2014 แพลตฟอร์มดังกล่าวมีชื่อเสียงในด้านการออกแบบที่น่าประทับใจพร้อมแท็บการใช้งานที่มีประโยชน์มากมาย แต่อย่างไรก็ตามแพลตฟอร์มนี่ยังคงมีรูปแบบการใช้งานที่ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน

ในแพลตฟอร์มมีสัญญาคริปโตฟิวเจอร์สมากมายหลายสกุลเงิน อีกทั้งยังมีสัญญา Bitcoin Futures แบบไม่จำกัดระยะเวลาให้บริการอีกด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่าสัญญาจะไม่มีวันหมดอายุ โดยมีข้อเสนอเลเวอเลจสูงถึง 1 : 100 

นอกจากนี้ BitMEX ยังให้บริการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สของสกุลเงิน Cardano (ADA), Bitcoin Cash (BCH), EOS, Ethereum (ETH), Litecoin (LTC), Ripple ( XRP) และ TRON (TRX)  

  • สัญลักษณ์ : XBT
  • 1 สัญญาฟิวเจอร์มีมูลค่าเท่ากับ : 1 USD
  • ค่าธรรมเนียม : 0.025%

2. กระดานแลกเปลี่ยน Kraken 

kraken

กระดานแลกเปลี่ยน Kraken ได้นำเสนอสัญญาฟิวเจอร์ของ Ethereum, Litecoin, Bitcoin Cash, Ripple และ Bitcoin สัญญาฟิวเจอร์สของ Kraken มีประโยชน์อย่างมากในแง่ของเงินทุน ซึ่งหมายความว่าการเปิดสถานะสัญญาจะใช้เงินทุนน้อยกว่าสำหรับกรณีของการซื้อขายแบบสปอต (1 : 1) หรือการซื้อขายมาร์จิ้น (3 : 1 – 5 : 1) 

ตัวอย่างเช่นหากคุณมี 10 Bitcoins และคุณกลัวราคาที่ร่วงลดลงคุณต้องจ่ายเงิน 100% ของเงินทุนทั้งหมดให้กับการซื้อขายแบบสปอตหรือ 20% ของเงินทุนสำหรับการซื้อขายฟิวเจอร์สด้วยเลเวอเรจ 50 : 1 

3. กระดานแลกเปลี่ยน Binance 

binance

ในเดือนกันยายนปี 2019 การแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ของ Binance ได้ประกาศเปิดตัวสองแพลตฟอร์มการซื้อขายคริปโตฟิวเจอร์อย่างเป็นทางการ โดยก่อนหน้านี้ได้อยู่ในโหมดเบต้า

แพลตฟอร์ม A ได้ถูกเรียกว่า Binance Futures และยังคงให้บริการอยู่ในโหมดเบต้าสำหรับผู้ใช้ที่มีรหัสอ้างอิงเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมทดสอบแพลตฟอร์ม

ซึ่งคุณสามารถรับโค้ดนี้ได้โดยการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ทางโซเซียลเน็ตเวิร์กของ Binance (Weibo, Twitter) หรือติดต่อขอรับโค้ดกับทางฝ่ายสนับสนุน โดยจะมีการแจกจ่ายโค้ดสูงถึง 200 รหัสต่อวันในไลฟ์สด

แพลตฟอร์ม B ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Binance JEX และตอนนี้ทุกคนสามารถให้บริการของมันได้แล้ว นอกจากนี้คุณยังสามารถโอนเงินจากกระดานแลกเปลี่ยนหลักไปยังกระเป๋าเงิน Binance JEX ได้อีกด้วย

ซึ่งนอกเหนือจากสัญญา Bitcoin Futures แล้วแพลตฟอร์มนี้ยังมีสัญญาฟิวเจอร์ของสกุลเงิน EOS / USDT และ ETH / USDT ให้บริการอีกด้วย

  • วันที่เปิดตัว: 2019
  • สัญลักษณ์: BTC
  • ค่าธรรมเนียม : Binance ไม่มีค่าธรรมเนียมในการโอนระหว่างผู้ใช้โดยตรง

4. กระดานแลกเปลี่ยน BitFlyer 

bitflyer

Bitflyer เปิดตัวในปี 2017 ที่ประเทศญี่ปุ่น และยังได้เปิดตัว Lightning Bitcoin futures ซึ่งมันแตกต่างจากกระดานแลกเปลี่ยนฟิวเจอร์สอื่น ๆ  โดยมีจำนวนการซื้อขายสัญญาขั้นต่ำอยู่ที่ 0.001 BTC และมีอัตราเลเวอเรจให้บริการสูงสุดอยู่ที่ 1 : 4 

5. กระดานแลกเปลี่ยน Coinflex

coinflex

Coinflex เป็นกระดานแลกเปลี่ยนที่เปิดตัวในปี 2019 และจดทะเบียนบริษัทในฮ่องกง สำหรับแพลตฟอร์มนี้คุณสามารถซื้อขายสัญญาคริปโตฟิวเจอร์สด้วยเลเวอเรจสูงถึง 20 เท่า ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อหมดอายุสัญญาคริปโตฟิวเจอร์ส  คุณจะยังได้รับคริปโตเคอเรนซี่จริง ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ Coinflex ยังมีนโยบายที่เข้มงวด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการซื้อขายสัญญาในบ้านของพวกเขา 

การใช้เลเวอเรจสูงถึง 20 เท่าจะซื้อขายสัญญาเฉพาะกับสกุลเงิน stablecoin ของ Tether เท่านั้นและคอมมิชชั่นที่ลูกค้าจะได้รับจะอยู่ที่ 0.03% ซึ่ง CoinFLEX ได้ใช้กลไกการซื้อขายที่มีประสิทธิภาพสูงจากทาง Trading Technologies

6. กระดานแลกเปลี่ยน BaseFEX

baseFEX

บริษัทได้จดทะเบียนบริษัทในเซเชลส์และมีทีมงานที่ทำงานจากฮ่องกง กระดานแลกเปลี่ยน Basefex จะอนุญาตให้มีซื้อขายสัญญาได้แบบไม่จำกัดระยะเวลาสำหรับ BTC และ ETH โดยมีเลเวอเรจสูงถึง 100 เท่า

สัญญาฟิวเจอร์ใน Basefex จะมีการปรับปรุงข้อมูลทุก ๆ  8 ชั่วโมง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลอัตราการระดมทุน , อัตราดอกเบี้ยและส่วนลด 

ข้อดีในแพลตฟอร์มนี้คือมีค่าธรรมเนียมต่ำ แต่ข้อเสียก็คือบริษัทไม่มีกิจกรรมโซเชียลมีเดียใด ๆ ให้กับผู้ใช้งาน

  • สัญลักษณ์: BTC
  • 1 สัญญาฟิวเจอร์มีมูลค่าเท่ากับ : 1 USD
  • ค่าธรรมเนียม : ค่าธรรมเนียม maker fees จะอยู่ที่ 0 เปอร์เซ็นต์เสมอและมีค่าธรรมเนียมของ taker fees อยู่ที่ 0.2 เปอร์เซ็นต์หรือ 0.05 เปอร์เซ็นต์ขึ้นอยู่กับสัญญานั้น ๆ 

7. กระดานแลกเปลี่ยน OKcoin

okcoin

OKcoin ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 ที่ประเทศจีน บริษัทได้ให้บริการ Bitcoin Future ที่มีเลเวอเรจสูงถึง 10 ถึง 20 เท่า และมีค่าธรรมเนียมไม่สูงมากนัก นอกจากนี้แพลตฟอร์มยังมีตัวเลือกการซื้อขายขั้นสูงอื่น ๆ อีกมากมาย 

8 สัญญาฟิวเจอร์ที่มีไว้ให้บริการสำหรับนักเทรด:

  • Bitcoin (BTC)
  • Litecoin (LTC)
  • Ethereum (ETH)
  • Ethereum Classic (ETC)
  • Bitcoin Cash (BCH)
  • Ripple (XRP)
  • Eos
  • Bitcoin Gold (BTG)

ข้อได้เปรียบที่สำคัญของแพลตฟอร์มนี้คือค่าคอมมิชชั่นที่ลดลง (จาก 0.015%) แต่อย่างไรก็ตามบริการ Bitcoin Future นี้มีความเสี่ยงมาก ดังนั้นพวกเขาจึงได้แนะนำบริการนี้สำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์มาแล้วเท่านั้น ต้นทุนมูลค่าของสัญญาคริปโตฟิวเจอร์สจะมีราคาแตกต่างกันสำหรับในแต่ละเหรียญ

ตัวอย่างเช่นสำหรับ Bitcoin มูลค่า 100 ดอลลาร์ ทางกระดานแลกเปลี่ยนจะเสนอสัญญาซื้อขายฟิวเจอร์สหลายสัญญาสำหรับสกุลเงินคริปโตแต่ละตัว ซึ่งจะมีวันที่หมดอายุสัญญาแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่นสัญญาฟิวเจอร์ส BTC0226 หมายความว่าสัญญา Bitcoin นี้จะหมดอายุในวันที่ 26 กุมภาพันธ์

ที่มา : changelly