<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

3 สาเหตุที่ราคา XRP พุ่งทะยานอย่างรุนแรงในช่วงนี้

เหรียญ XRP ของ Ripple กำลังมีราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่ามันจะได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปีใหม่นี้เพราะมันขึ้นไปกว่า 8 เปอร์เซ็นภายในวันที่ 6 มกราคม ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้มันก็เริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวอยู่บ้างหลังจากที่มันมีราคากลับมาที่ 0.21 ดอลลาร์

ที่ผ่านมาราคา XRP มักจะลดต่ำลงถึงแม้ว่าทาง Ripple จะเปิดตัวบริการหรือสินค้าใหม่มากน้อยแค่ไหนก็ตาม ล่าสุดทาง Ripple ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในนาม Xpring ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งเสริมระบบเครือข่ายของ Ripple โดยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่นี้จะยิ่งส่งเสริมการพัฒนาตามที่บริษัทตั้งเป้าไว้

ซึ่ง Xpring จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่เสนอเครื่องมือ การบริการ และโปรแกรมที่จะช่วยให้การโอนเงิน XRP Ledger และ Interledger Protocol (ILP) มีความสะดวกมากขึ้นเพราะมันจะทำให้ผู้รับโอนสามารถเลือกรับเงินเป็นสกุลใดๆ ในเครือข่ายใดๆ ก็ได้ ซึ่งข่าวนี้ก็ไม่ได้ทำให้ราคา XRP สูงขึ้นแต่อย่างใด แต่ตอนนี้แนวโน้มได้เปลี่ยนไปแล้ว

เว็บไซต์ Bitcoinist ได้วิเคราะห์เหตุผล 3 ประการที่ทำให้ราคาของ XRP สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ 

1. Binance เปิดตัวการเทรดแบบ XRP Future 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ XRP มีราคาสูงขึ้นเห็นจะเป็นการประกาศข่าวของเว็บเทรดชั้นนำอย่าง Binance ที่ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าทางเว็บไซต์จะเปิดตัวการเทรด XRP Future การเทรดแบบฟิวเจอร์สจะทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนโดยการคาดการณ์ราคาในอนาคตทั้งที่ไม่ต้องลงเงินทันทีในตอนนั้นซึ่งถือเป็นจุดแข็งของการเทรดแบบฟิวเจอร์ส การเพิ่ม XRP ในตลาดฟิวเจอร์สจะยิ่งทำให้ตลาดมีความลืนไหลมากขึ้นพร้อมทั้งยังลดความเสี่ยงจากนักลงทุนวาฬที่คอยทุบราคาในตลอดการเทรดแบบปกติ

ซึ่งปรากฎการณ์นี้จะเปิดโอกาสให้สกุลเงิน USDT (Tether) ไหลเข้าสู่ตลาด XRP มากขึ้นเพราะมันจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือเหรียญ Stablecoin สามารถทำสัญญาเทรดได้

2.การตื่นตัวในวันปีใหม่

ในช่วงเดือนธันวาคมของปี 2019 ราคา XRP ร่วงลงไปมากสุดถึง 0.18 ดอลลาร์ ในตอนนั้นนักลงทุนทั่วโลกต่างก็เริ่มหมดหวังกับ XRP แต่ก็ยังมีคนที่คอยซื้อ XRP เก็บไหวเพราะหวังกำไร ในตอนนี้ราคาของ XRP กลับมาอยู่ในขาขึ้นแล้ว เป็นไปได้ว่ากระแสการตื่นตัวจะยิ่งกระจายตัวมากขึ้นไปอีกในหมู่นักลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนต่างคาดหวังว่าราคาจะยิ่งสูงขึ้นไปมากกว่าเดิม

กระแสนิยมหลังปีใหม่และข่าวใหม่หลังช่วงวันหยุดยาวทำให้วอลุ่มการเทรด XRP สูงขึ้นอย่างช้าๆ ที่ 1.6 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ถึงแม้ว่าวอลุ่มเทรดของ XRP จะยังน้อยเมื่อเทียบกับเหรียญสกุลเงินดิจิตอลรายใหญ่อื่นๆ แต่วอลุ่มที่ต่ำก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาของ XRP พุ่งขึ้นได้ง่าย

3.XRP พุ่งสูงขึ้นตาม Bitcoin

ราคา Bitcoin ที่เริ่มเคลื่อนตัวหลุดออกจากตลาดขาลงที่หลายคนคาดไว้สำหรับเดือนมกราคมอาจจะส่งผลให้ XRP เริ่มเคลื่อนตัวอย่างมั่นใจขึ้น ภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีมันขึ้นจาก 2,600 ซาโตชิไปเหนือ 2,700 ซาโตชิ กล่าวคือในขณะที่ Bitcoin เริ่มมั่นคงและราคาของมันพุ่งไปเหนือ 7,500 ดอลลาร์ เหรียญ XRP ซึ่งเป็นเหรียญสกุลเงินดิจิตอลอันดับ 3 ก็จะเริ่มเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงตาม Bitcoin

ส่วนเหตุผลความเป็นไปได้อื่นๆ นั้นอาจจะเกิดจากการเทรดกันในหมู่คนในของ Ripple เพราะกระแสขึ้นทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นก่อนที่ Binance จะประกาศข่าว XRP Future เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังไงก็ตามยังไม่มีหลักฐานใดที่ออกมาสนับสนุนเหตุผลประการนี้ แต่ก็อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญไปหน่อยถ้าราคา XRP ขึ้นไปมากขนาดนั้นก่อนที่ Binance จะประกาศข่าวพอดี

ล่าสุดนาย Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple เพิ่งออกมายืนยันว่าทาง Ripple ไม่สามารถควบคุมราคา XRP อยู่เบื้องหลังได้ถึงแม้ว่าทางบริษัท Ripple จะมีเหรียญ XRP อยู่มากก็ตาม นาย Brad Garlinghouse กล่าวว่าทางบริษัทไม่มีความต้องการที่จะขาย XRP ทิ้งโดยตรงเพื่อควบคุมราคาแต่อย่างใด

“Ripple ไม่สามารถคุมราคา XRP ได้เหมือนกับที่นักลงทุนวาฬสามารถคุมราคา Bitcoin ในตลาดได้”

“เป็นเรื่องจริงที่ทางบริษัท Ripple ครอบครอง XRP ไว้มากเพราะเรามีความต้องการที่จะเห็น XRP ประสบความสำเร็จ แต่เราไม่ได้มีความต้องการที่จะขายมันทิ้งตามที่คนอื่นกล่าวหาแต่อย่างใด” นาย Brad Garlinghouse เสริม

ในเดือนธันวาคมของปี 2109 เหรียญ XRP ของ Ripple นั้นได้รับเงินทุนกว่า 200 ล้านดอลลาร์มาจากงานการระดมทุนที่มีชื่อว่า Series C ที่จัดโดย Tetragon และในปีนี้ทางบริษัทยังได้ตกลงเป็นพาร์เนอร์กับ MoneyGram ข้อตกลงสร้างผลกระทบให้ราคาหุ้นของ MoneyGram ขึ้นไปสูงกว่าเดิม 150 เปอร์เซ็นตั้งแต่เดือนมิถุนายน

โดยทั้งสองบริษัทนั้นเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกันตั้งแต่กลางปี 2019 และทาง Ripple ประกาศไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2019 ว่าพวกเขาได้เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับทาง MoneyGram ซึ่งตามเงื่อนไขของข้อตกลง Ripple จะต้องลงทุนเงินในครั้งแรกเป็นจำนวนทั้งสิ้น 30 ล้านดอลลาร์ให้กับทาง MoneyGram โดยทำการซื้อหุ้นของบริษัทที่ราคา 4.10 ดอลลาร์ต่อหุ้น

ในวันนี้เครือข่ายของ Ripple มีผู้ใช้บริการจากมากกว่า 45 ประเทศ 6 ทวีปกระจายไปทั่วโลก เครือข่ายมีกำลังในการจ่ายเงินใน 70 ประเทศ ซึ่งถือเป็นการเติมโตต่อปีถึง 10 เท่า ธนาคารและผู้ให้บริการโอนเงินจำนวนมากเริ่มหันมาใช้ Ripple เนื่องจากระบบ On-Demand Liquidity (ODL) ของ Ripple เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการลดค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าและผู้ถือหุ้นได้

นาย Brad Garlinghouse เคยกล่าวไว้ว่า

“เราอยู่สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมั่นคงซึ่งทำให้เราสามารถทำตามวิสัยทัศน์ของเราได้ ในขณะที่บล็อคเชนเจ้าอื่นชะลอตัวหรือกระทั่งปิดตัวไปนั้นพวกเรากลับเหยียบคันเร่งพุ่งไปข้างหน้าเป็นผู้นำในปี 2019”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ในทวีตของนาย David Schwartz หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Ripple เขาได้ทำการเปรียบเทียบระหว่างเหรียญคริปโต XRP กับแบรนด์มือถือยักษ์ระดับโลกอย่าง Iphone ของ Apple 

โดยเขาพูดเปรย ๆ ว่า ผู้คนไม่จำเป็นต้องสนใจว่าอะไรจะสร้างมูลค่าได้มากกว่ากัน ตราบใดที่พวกมันยังคงสามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนบนโลก

ในตอนนี้เหรียญ XRP กำลังพยายามกลับคือสู่ตำแหน่งของตนเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้แก่นักลงทุนหลังจากที่มันพบกับคำวิจารณ์มากมายในปี 2019

ที่มา Bitcoinist