<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

5 ปัจจัยที่ทีมงาน FOIN ชี้ว่าเป็นสาเหตุทำให้ราคาเหรียญร่วงเกือบ 100% อ้างตลาดอยู่ในช่วงขาลง

หลังจากที่ราคาเหรียญ FOIN  ร่วงอย่างรุนแรงกว่า 99% จากระดับ 93,000 บาท ลงมาที่ 96 บาทจนทำให้กระดานเทรด P2pb2b ต้องทำการลิสต์เหรียญ FOIN ออกจากกระดานเทรดไป และทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าร้องเรียนต่อประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ล่าสุดทางทีมงานของ FOIN ก็ได้ออกมาชี้แจงสถานการณ์ที่เหรียญราคาร่วงอย่างรุนแรงผ่านทาง Medium แล้ว

ทางทีมงานของเหรียญ FOIN นั้นได้มีการพยายามวิเคราะห์สาเหตุผ่านทางบล็อก Medium ให้นักลงทุนทราบว่าเพราะเหตุใดราคาจึงร่วงอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามเหรียญ FOIN นั้นกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นเหรียญแชร์ลูกโซ่อยู่ 

อ้างอิงจากโพสต์ดังกล่าวของ Medium นั้นทางทีมงานได้พยายามออกมาอธิบายว่าหลังจากที่เหรียญ FOIN ได้ถูกลิสต์เหรียญขึ้นกระดานเทรดแล้วก็ได้มีนักเทรดเข้าซื้อขายจำนวนมาก เมื่อผู้ซื้อได้ซื้อเหรียญไปต่างก็หวังว่าเหรียญที่ตนถือนั้นราคาจะพุ่ง ทางทีมงานได้ชี้แจงว่าตอนนี้สังคมเข้าใจผิดว่าทีมเหรีย​ญ FOIN นั้นมีอำนาจควบคุมราคาของเหรียญและกล่าวว่าเมื่อราคาของเหรียญถูกลิสต์ขี้นบน Exchange แล้ว ทางทีมงานก็ไม่สามารถควบคุมหรือบงการราคาเหรียญ​ FOIN ได้อีกต่อไป

“ตอนนี้มีความเข้าใจผิดเป็นอย่างมากว่าทีมสามารถควบคุมราคาเหรียญได้หลังจากที่ได้มีการแจกจ่ายเหรียญไปแล้ว ในโลกแห่งความเป็นจริง ซัพพลายเออร์สามารถบอกได้ว่าจะให้ร้านค้าปลีกขายสินค้าได้ในราคาเท่าใด แต่ในโลกของคริปโตแล้วมันทำแบบนั้นไม่ได้ เมื่อเหรียญถูกลิสต์บน Exchange แล้ว ทีมที่สร้างเหรียญจะไม่สามารถควบคุมราคาใดๆ ได้เลย และไม่สามารถเยียวยาความสูญเสียใดๆ ได้ไม่ว่าพวกเขาจะอยากเข้าไปช่วยมากขนาดไหนก็ตาม” ในบล็อกโพสต์ Medium กล่าว

หลังจากนั้นทางทีมงานเหรียญ Foin ก็ได้พยายามวิเคราะห์สาเหตุที่เหรียญราคาร่วงอย่างรุนแรงด้วยปัจจัย 5 ประการด้วยกันคือ 1. โดยภาพรวมตอนนี้ตลาดกำลังอยู่ในช่วงขาลง 2. อุปสงค์และอุปทานในตลาด 3. ไม่ได้มีการศึกษาหาความรู้ด้านการเงินที่เหมาะสม 4. อุปสงค์และอุปทานของเหรียญ และ 5. มีการแสกมเกิดขึ้นใน Telegram  

1. โดยภาพรวมตอนนี้ตลาดกำลังอยู่ในช่วงขาลง

ประเด็นนี้ทางทีมงานได้วิเคราะห์ว่าสาเหตุแรกที่ราคาร่วงอย่างรุนแรงเช่นนั้นเป็นเพราะภาพรวมของตลาดคริปโตยังคงอยู่ในช่วงขาลงอยู่ ดูได้จากราคาของเหรียญ BTC และ ETH จะเป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าตลาดนั้นอยู่ในเทรนด์ใด เพราะนักเทรดส่วนใหญ่จะใช้สองเหรียญนี้ในการเทรดเหรียญ  Altcoin ตัวอื่นๆ

2. อุปสงค์และอุปทานในตลาด

ทางทีมงานชี้ว่าวอลุ่มในตลาดเป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่จะส่งผลกระทบต่อราคาได้ ซึ่งช่วงนี้วอลุ่มมันน้อยกว่าในเดือนธันวาคมปีที่แล้วอย่างมหาศาล จากที่เคยมีวอลุ่มเทรดประจำวันอยู่ที่ 30 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ลดลงมาเหลือเพียงไม่กี่หมื่นดอลลาร์ต่อวัน เป็นสัญญาณบอกว่าคนที่ไม่ได้ตื่นตกใจกับราคาที่ร่วงรุนแรงยังคงรอให้คนที่ตื่นตูมนั้นออกจากตลาดไป ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจอยู่ไม่น้อยที่วอลุ่มมูลค่าหลายสิบล้านนั้นกลับลดลงมาเหลือเพียงไม่กี่หมื่นดอลลาร์ได้

3. ไม่ได้มีการศึกษาหาความรู้ด้านการเงินที่เหมาะสม

ปัจจัยหนึ่งที่ทางทีมงานออกมาวิเคราะห์คือผู้คนได้เลือกลงทุนในตลาดโดยที่ไม่ได้มีความเข้าใจในโลกที่พวกเขากำลังก้าวเท้าเข้ามาอย่างเพียงพอ การที่ราคามันร่วงมากกว่า 80% นั้นเป็นเรื่องที่น่าตกใจก็จริง แต่ทางทีมก็ได้อธิบายว่ามันเป็นเรื่องที่มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี 

4. อุปสงค์และอุปทานของเหรียญ

ในเรื่องของอุปสงค์และอุปทานของเหรียญทางทีมงานได้อธิบายว่ามันก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อตลาดเช่นกัน ถ้าหากมันมีซัพพลายมากแต่ดีมานด์ต่ำมันก็จะทำให้ราคาเหรียญต่ำลง ทำให้คนตื่นตระหนกรีบเทขายเหรียญกันไป

5. มีการแสกมเกิดขึ้นใน Telegram

ประการสุดท้ายที่ทีมงานอ้างคือมีการแสกมเกิดขึ้นมากมายในตอนนี้ เกิดการแสกมในแชท Telegram ที่หลอกลวงให้นักลงทุนโอนเหรียญ FOIN มาให้ตนแล้วก็นำไปเทขายในตลาดเปิดจึงทำให้ราคาเหรียญร่วง ซึ่งทางทีมงานก็แจ้งว่าพยายามแก้ไขปัญหานี้อยู่แต่ก็ยังมีแสกมอื่นๆ อีกจำนวนมากที่ไม่สามารถตรวจพบได้ 

ทั้งหมดทั้งมวลคือสาเหตุที่ทางทีมงานของเหรียญ FOIN ได้พยายามออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่ราคาเหรียญกว่า 99% อย่างไรก็ตามความเสียหายนั้นก็ได้เกิดขึ้นแล้วด้านของประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทยก็ได้ปรึกษาหารือจัดตั้งหน่วยงานเพื่อปราบปรามกลุ่มแชร์ลูกโซ่โดยตรงต่อไป

ที่มา : medium

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น