<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

7 แอปพลิเคชั่นที่เอาไว้จัดการพอร์ต Bitcoin และคริปโตที่ดีที่สุดในปี 2020

ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยเช็คมูลค่าคริปโตหรือ Cryptocurrency Portfolio Trackers ล่ะก็ คุณมาอ่านถูกบทความแล้ว

ในฐานะนักลงทุนคริปโตนั้น การมีเครื่องมือที่เราสามารถเช็คมูลค่าคริปโตของเราทั้งหมดได้ในที่เดียวนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ๆ โดยสามารถทำได้หลัก ๆ 2 วิธีคือ

อันดับแรก จดรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งหมดไว้ใน Spreadsheet และคอยมาอัปเดตแก้ไขเรื่อย ๆ หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือทำใช้แอปฯ หรือเครื่องมือที่เพียงใส่ข้อมูลครั้งเดียวมันก็อัปเดตแบบอัตโนมัติ Real-Time ให้เลย

ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า มี Cryptocurrency Portfolio Tracker อันไหนบ้างที่เหมาะกับคุณ ซึ่งจะทำให้เราสามารถเห็นข้อมูลต่าง ๆ ได้แม่นยำและชัดเจนที่สุด

Cryptocurrency Portfolio Tracker คืออะไร?

Cryptocurrency Portfolio Tracker คือเครื่องมือที่จะช่วยติดตามและอัปเดตมูลค่าคริปโตที่เรามีครอบครองไว้ว่าตอนนี้มันมีมูลค่าเท่าไรกันแน่ และคริปโตแต่ละสกุลที่เราถือไว้นั้นทำผลงานได้ดีแค่ไหน มันกำไรหรือว่าขาดทุนในช่วงนี้

นอกเหนือจากการติดตามมูลค่าคริปโตแล้ว เครื่องมือบางอันมีฟีเจอร์เพิ่มเติมอื่น ๆ เช่นการอัปเดตข่าวสารในวงการ หรือการเป็นตัวกลางให้ททางโปรเจกต์นั้นอัปเดตกับคนที่ถือเหรียญได้โดยตรงด้วย ซึ่งถือว่าดีมาก ๆ สำหรับนักลงทุนบางคนที่ไม่ค่อยติดตามข่าวสารบน Social Media ต่าง ๆ

1. Blockfolio

  • Blockfolio เป็นแอปฯ ที่มีคนดาวน์โหลดกว่า 5 ล้านครั้ง และได้รับการรีวิวกว่า 90,000 ครั้ง มันเป็นหนึ่งในแอปฯ Portfolio คริปโตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้
  • ข้อดี: ใช้งานง่ายและฟรี, มี Signals จากเหรียญต่าง ๆ ใน Porfolio ของเรา, สามารถมีหลาย Portfolio ได้
  • ข้อเสีย: อาจมีอาการค้างได้ถ้ามีจำนวนคนใช้งานเยอะเกิน, ไม่สามารถทำรายงานด้านภาษี

Blockfolio ได้กลายเป็นหนึ่งในแอปฯที่ได้รับความนิยมที่สุดในการเช็คมูลค่าคริปโตของนักลงทุน เนื่องจากมันใช้งานง่าย, ดาวน์โหลดฟรี, ไม่มีโฆษณา และก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หลบซ่อนอยู่เลย

มันเป็นแอปฯ ที่รองรับการติดตามราคาของคริปโตกว่า 6,000 เหรียญ และเว็บเทรดกว่า 250 แห่ง ทำให้มั่นใจได้ว่า ไม่ว่าเราจะลงทุนแบบไหนหรือที่ไหน Blockfolio ก็สามารถติดตามราคาของมันได้

ข้อดีของมันอีกอย่างหนึ่งคือ Blockfolio สามารถติดตาม Portfolio คริปโตได้หลาย ๆ อันพร้อมกัด้วย แตกต่างจากแอปฯ อื่นที่ทำได้แค่ Portfolio เดียว ซึ่งฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มาก ๆ สำหรับนักลงทุน เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วมักจะมี Portfolio ที่ทำการเก็บไว้เลยในระยะยาว และก็มีอีก Portfolio ที่ทำการเทรดบ่อย ๆ

Blockfolio มีฟีเจอร์ที่ทำให้สามารถติดตาม ‘สัญญาณ หรือ SIgnals’ ต่าง ๆ จากเหรียญใน Portfolio เราได้ด้วย ซึ่งสัญญาณนั้นก็หมายถึง การอัปเดตต่าง ๆ ของโปรเจกต์คริปโตนั้นนั่นเอง ทำให้นักลงทุนที่ใช้แอปฯ นี้สามารถรับรู้ข่าวสารได้ทันท่วงที เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยติดตามข่าวสารในวงการคริปโตบน Social Media และเว็บไซต์มาก ๆ

ถึงแม้ Blockfolio จะสามารถเชื่อมเว็บเทรดคริปโตเข้ากับแอปฯ ได้ทำให้มีการอัปเดตแบบอัตโนมัติเวลาเราทำการเทรด แต่มันยังคงไม่สามารถทำข้อมูลธุรกรรมเหล่านั้นไปทำเป็นรายงานภาษีได้

ถ้าหากคุณต้องการที่จะทำรายงานด้านภาษีด้วย แนะนำให้ไปดูรีวิวของแอปฯ อย่าง CoinTracker และ CoinTracking ด้านล่างนี้

แต่ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องมืออันหนึ่งที่เรียบง่าย, มีฟีเจอร์ครบ, ฟรี และมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่องล่ะก็ Blockfolio คือแอปฯ สำหรับการติดตามมูลค่าคริปโตของคุณอย่างแน่นอน

2. Delta

  • Delta ถูกดาวน์โหลดแล้วกว่า 1 ล้านครั้ง และเป็นแอปฯ Cryptocurrency Portfolio Tracker ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 โดยส่วนที่สำคัญคือ นอกจากมันให้บริการบนมือถือแล้ว มันยังมี Client สำหรับ Windows, MacOS และ Linux ด้วย
  • ข้อดี: มีการดีไซน์ออกแบบที่สวยงาม ใช้งานง่าย, ใช้งานได้ทั้งบนมือถือ และ Desktop, มีเวอร์ชัน PRO ที่มาพร้อมกับตัววิเคราะห์ Portfolio ขั้นสูง
  • ข้อเสีย: รองรับเว็บเทรดน้อยกว่า Blockfolio, เวอร์ชันฟรีสามารถเชื่อม API กับเว็บเทรดได้ 2 บัญชีหรือ 2 Wallet เท่านั้น

Delta มีฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ค่อนข้างคล้ายกับ Blockfolio มันรองรับคริปโตกว่า 3,000 สกุล และสามารถติดตามราคาที่เว็บเทรดได้กว่า 200 แห่ง

แอปฯนี้มีระบบอัปเดตข่าวสารเหมือนกับระบบ Signal ของ Blockfolio โดยมันมีชื่อว่า Dealta Firect แทน ซึ่งทีมนักพัฒนากว่า 400 โปรเจกต์สามารถอัปเดตข่าวสารกับผู้ถือเหรียญได้โดยตรง

ข้อแตกต่างที่สำคัญเลยระหว่าง Delta กับแอปฯ ติดตามมูลค่าคริปโตอื่น ๆ ก็คือ มันมีตัวเลือกให้อัปเกรดเป็น PRO ได้ในราคา 7 ดอลลาร์ หรือรประมาณ 218 บาท

นอกเหนือจากฟีเจอร์อื่น ๆ ในเวอร์ชันฟรีแล้ว Delta PRO นั้นสามารถใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงได้ โดยสามารถเชื่อมกับอุปกรณ์ได้ 5 อัน และสามารถเชื่อมกับ Wallets และเว็บเทรดได้แบบไม่จำกัดด้วย API

3. Cointracking

  • Cointracking เป็นเครื่องมือติดตามมูลค่าคริปโตอันหนึ่งที่โดดเด่นมาก ๆ เพราะมีเครื่องมือรายงานภาษีในตัวเลย ซึ่งเหมาะสำหรับนักเทรดและนักลงทุนระดับมืออาชีพมาก
  • ข้อดี: มีระบบการงานภาษีในตัว, รองรับคริปโตกว่า 6,800 เหรียญ, มีแอปฯ บนมือถือที่ใช้งานได้อย่างลื่นไหล
  • ข้อเสีย: ใช้งานไม่ง่ายเหมือน Delta หรือ BlockFolio, เวอร์ชันฟรีมีฟีเจอร์ไม่ค่อยเยอะมาก

Cointracking มีทั้งหมด 3 ราคา ขึ้นอยู่กับจำนวนธุรกรรมที่เราทำ โดยแต่ละธุรกรรมนั้นหมายถึงการเทรดบนเว็บเทรด หรือการทำธุรกรรมใน Blockchain นั่นเอง

ถ้าหากคุณไม่ใช่นักเทรดขาประจำ และมีธุรกรรมน้อยกว่า 200 ครั้งต่อเดือน เวอร์ชันฟรีก็เพียงพอสำหรับคุณแล้ว แต่ก็ต้องจำไว้ด้วยว่า เวอร์ชันฟรีนั้นไม่ได้มีการอัปเดตโดยตรงให้จาก Wallet คริปโตเราเลย แต่ต้องทำการมาอัปเดตแบบ Manual ในแอปฯ เอง

แต่ถ้าหากคุรเป็นนักเทรดขาประจำ ให้พิจารณาใช้เวอร์ชัน PRO ที่ทำธุรกรรมได้ถึง 3,000 ครั้งในราคา 65 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2,028 บาท หรือเป็นแบบ UNLIMITED ไปเลยที่รองรับธุรกรรมแบบไม่จำกัด แต่มีราคาที่ 1,050 ดอลลาร์ หรือประมาณ 32,770 บาท

CoinTracking มีเครื่องมือวิเคราะห์ Portfolio ขั้นสูงให้เช่นกัน โดยมันสามารถทำนายราคาทิศทางของ Bitcoin ได้ด้วยการวิเคราะห์เทรนด์ อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเครื่องมือนี้แม่นยำขนาดไหน

โดยภาพรวมแล้ว หากคุณคือนักเทรดขาประจำหรือนักลงทุนรุ่นใหญ่ที่หาเครื่องมือที่ติดตามมูลค่าคริปโตใน Portfolio พร้อมกับทำภาษีแบบง่าย ๆ ล่ะก็ CoinTracking นั้นเหมาะกับคุณมาก

ในทางกลับกัน ถ้าคุณเป็นแค่นักลงทุนขาจรที่ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องการทำภาษีมากนัก BlockFolio และ Delta ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า

4. CoinTracker

  • CoinTracker นั้นมีความคล้ายกับ CoinTacking.info มาก ๆ เนื่องจากมีเครื่องมือคำนวณภาษีในตัวที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
  • ข้อดี: มีเครื่องมือคำนวณภาษีในตัว, รองรับการเชื่อมต่อ API กับเว็บเทรดกว่า 300 แห่ง, รองรับคริปโตกว่า 2,500 เหรียญ
  • ข้อสีย: ใช้งานค่อนข้างยากกว่าหากเทียบกับเครื่องมือติดตามมูลค่าคริปโตอื่น ๆ

CoinTracker นั้นรองรับการเชื่อมต่อ API โดยตรงกับเว็บเทรดคริปโตมากมายกว่า 300 แห่ง และ Wallet คริปโตส่วนใหญ่ที่ให้บริการในตอนนี้

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้นักเทรดไม่ต้องมานั่งเพิ่มข้อมูลเองทุก ๆ ครั้งเวลาเทรดเสร็จให้เมื่อยมือ เพราะมีการอัปเดตแบบอัตโนมัติเลย

ถึงแม้ว่าระบบติดตามมูลค่าคริปโตนั้นจะฟรี แต่ถ้าอยากให้เครื่องมือคำนวณภาษีด้วยล่ะก็ คุณจำเป็นต้องอัปเกรดเป็นแบบ Premium

ราคาของ Premium นั้นเริ่มต้นที่ 49 ดอลลาร์หรือประมาณ 1,529 บาท ซึ่งรองรับ 100 ธุรกรรม และราคาก็สุดที่ 999 ดอลลาร์หรือประมาณ 31,178 บาท ซึ่งรองรับที่ 15,000 ธุรกรรม

นอกเหนือจากการใช้งานแบบเว็บไซต์อันไหลลื่นแล้ว CoinTracker เองก็มีแอปฯ ทั้งใน iOS และ Android ด้วย ทำให้การติดตามมูลค่าคริปโต และการทำภาษีควบคู่ไปด้วยเป็นเรื่องง่ายมาก

5. CryptoCompare

  • CryptoCompare นั้นเป็นมากกว่าเครื่องมือในการติดตามมูลค่าคริปโตของเรา มันเป็นเว็บแพลตฟอร์มที่เอื้อทั้งระบบนิเวศน์ของคริปโตเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดูรีวิว, ข่าวสาร, การวิเคราะห์ และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • ข้อดี: ใช้งานได้ทั้งบน Desktop และมือถือ, มีเครื่องมือวิเคราะห์ความเสี่ยงในตัว, มีเครื่องมือคำนวณภาษีในตัว
  • ข้อเสีย: จำเป็นต้องอัปเดตข้อมูลการเทรดเอง, ไม่ค่อยมีดีไซน์ที่ทันสมัยเท่าไรนัก

CryptoCompare นั้นก็เป็นอีกหนึ่งในเครื่องมือในการติดตามมูลค่าคริปโตที่น่าสนใจ ถ้าต้องการใช้งานฟีเจอร์นั้นก็ไปที่หน้า Portfolop บน CrytoCompare แล้วก็สร้างบัญชีเพื่อใช้งาน

ในบัญชีนี้ คุณจะสามารถใช้งานระบบติดตามมูลค่าคริปโตได้จาก Desktop และบนมือถืออย่าง iOS หรือ Android ด้วยแอปฯ ของมัน

ถึงแม้ดีไซน์โดยรวมของมันจะไม่ได้มีล้ำสมัยเหมือน BlockFolio หรือ Delta แต่มันก็ทำหน้าที่ของมันได้ครบถ้วน

จุดเด่นที่สุดของมันก็คงหนีไม่พ้นเครื่องมือวิเคราะห์ความเสี่ยง ที่จะคำนวณให้ว่าตอนนี้ Portfolio ของเรานั้นเสี่ยงขนาดไหนจากความผันผวนและสภาพคล่อง

อีกจุดเด่นที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ มันมีเครื่องมือคำนวณภาษีติดตัวมาให้ด้วยว่าจริง ๆ แล้วเราได้กำไรและขาดทุนเท่าไรกันแน่

6. Gem

  • Gem เป็นแอปฯ ติดตามมูลค่าคริปโตที่ทรงพลังมากอันหนึ่ง เนื่องจากให้ความสำคัญกับประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ และการออกแบบเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว
  • ข้อดี: มีการดีไซน์และออกแบบที่สวยงาม, มีระบบวิจัยคริปโตในตัว, รองรับการเชื่อม API กับเว็บเทรดกว่า 25 แห่ง
  • ข้อเสีย: ใช้งานบน Desktop ไม่ได้

นอกเหนือจากดีไซน์อันเตะตาแล้ว Gem มีระบบสุดล้ำในการสร้างบัญชีที่หลาย ๆ แอปฯ ทำไม่ได้ แม้แต่ Blockfolio หรือ Delta ก็ตาม

หลังจากที่สร้างบัญชีแล้ว ผู้ใช้งาน Gem สามารถเข้าไปเช็คข้อมูลของคริปโตในบัญชีได้เลย ไม่ว่าจะจากอุปกรณ์ไหนเพียงแค่ล็อคอินให้ได้ก็พอ ทำให้เวลาย้ายอุปกรณ์ไม่ต้องไปนั่งกรอกข้อมูลใหม่ทั้งหมดจากศูนย์

นอกจากนี้มันยังรองรับคริปโตกว่า 2,000 สกุล และเชื่อมต่อ API กับเว็บเทรดกว่า 25 แห่ง

ถ้าหากคุณต้องการให้ Gem อัปเดต Portfolio แบบอัตโนมัติจากการเทรด ก็สามารถทำการเชื่อม API กับเว็บเทรดที่เราใช้งานได้ และ Gem ยังมีอีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจมาก ๆ นามว่า ‘Discover’

Discover เป็นระบบที่ทำให้คุณสามารถเช็ค Whitepapers, สรุปข้อมูลของโปรเจกต์ คริปโต, พฤติกรรมราคา และอื่น ๆ อีกมากมายกับคริปโตต่าง ๆ ที่ Gem รองรับได้ เหมาะกับสำหรับนักลงทุนที่ต้องการวิจัยคริปโตใหม่ในการลงทุน

อีกจุดที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ Gem นั้นไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อใช้งาน และก็ไม่มีตัวเลือกอัปเกรดเป็น Premium หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แอบแฝงด้วย

7. CoinStats

  • CoinStats เป็นตัวติดตามมูลค่าคริปโตอีกอันที่มองข้ามไม่ได้ มันรองรับคริปโตกว่า 3,000 สกุล และเว็บเทรดกว่า 300 แห่ง
  • ข้อดี: ใช้งานได้ทั้งบนมือถือและ Desktop, สามารถเชื่อมกับเว็บเทรดและ Wallet ได้โดยตรง, มีระบบตั้งแจ้งเตือนราคา กับอัปเดตข่าวสารในตัว
  • ข้อเสีย: ดีไซน์ต่าง ๆ อาจไม่ได้ดูล้ำสมัยนัก

ถึงแม้ CoinStats จะไม่ได้มีฟีเจอร์ที่ฉีกแหวกแนวเหนือคู่แข่งของเขา แต่มันก็มีฟีเจอร์ที่ครบครันมาก ๆ

ฟีเจอร์หลัก ๆ เลยก็คือ CoinStats นั้นสามารถตั้งค่าแจ้งเตือนได้ เมื่อราคาของเหรียญใน Portfolio เราถึงตามที่ตั้งไว้มันก็จะแจ้งเตือนเราในทันที

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ในการอัปเดตข่าวสารคริปโต และกราฟราคาบอกในแอปฯ ด้วย

การที่มันรองรับคริปโตและเว็บเทรดมากมายนี้ทำให้นักเทรดไม่ต้องมานั่งเพิ่มข้อมูลทุกครั้งให้ปวดหัว เพราะมีการอัปเดตโดยอัตโนมัติให้เลย

สรุป

โดยสรุปแล้ว เครื่องมือในการติดตามมูลค่าคริปโตของเรานั้นมีมากมายให้เลือก โดยแต่ละอันก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคริปโตที่รองรับ, จำนวนเว็บเทรดที่รองรับ, มีการทำภาษี, มีการอัปเดตข่าวสาร, มีการแจ้งเตือนราคา, มีดีไซน์ที่สวยงาม และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ถ้าเทียบกันแล้วแทบทุกอันสามารถทำหน้าที่ของมันได้หมด เพียงแต่จุดเพิ่มเติมอื่น ๆ อาจเป็นรายคนไป เครื่องมือไหนตอบโจทย์ที่สุดนั่นเอง