<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

A Day In A Life EP 2: คุณท็อป จากผู้ล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วนสู่เจ้าของเว็บเทรด Bitcoin มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

ตามติดชีวิตคนดังในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี ep. 2 มาต่อที่คุณท็อปจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Group CEO กระดานเทรดชื่อดังของไทย Bitkub ที่นักเทรดและผู้อยู่ในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีไม่มีใครไม่รู้จัก

ผู้ก่อตั้ง Bitcoin Wallet เจ้าแรก ๆ ของไทยและจุดกำเนิดของ Bitkub

หลาย ๆ คนอาจต้องเคยเห็นภาพของคุณท็อปแชร์อยู่บนสื่อต่าง ๆ และภาพที่เขาได้ไปพูดบนเวทีมาหลายแห่ง แต่ก็คงจะมีส่วนน้อยที่จะรู้จักเขาจริง ๆ 

ตัวคุณท็อปอยู่ในวงการคริปโตเคอร์เรนซีมาร่วมกว่า 7 ปีแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2013 โดยการก่อตั้งเว็บไซต์ coins.co.th ซึ่งในตอนนี้เขาได้ผันตัวมาผู้ร่วมก่อตั้ง Bitkub เว็บเทรด Bitcoin ของไทย ซึ่งหนึ่งในเว็บเทรดที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยในปัจจุบันนี้

เขาเผยว่าตัวเขานั้นเข้ามาในวงการเป็นคนแรก ๆ ในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เขาได้รู้จักกับผู้ก่อตั้งคนอื่น ๆ คือนายสกลกรย์ สระกวี (ต้น) สมัยที่เขาทำบริษัทเก่า coins.co.th ซึ่งตอนนั้นคุณต้นเป็นลูกค้าแล้วมีกิจกรรมจัด Meetup กันทุกเดือนเลยเจอหน้ากันบ่อย 

อาจจะมีคนที่ยังไม่รู้ว่าคุณท็อปเคยแข่ง Fintech Challenge ของสำนักงาน ก.ล.ต ด้วยในช่วงปี 2017 และชนะเลิศ ซึ่งตอนนั้นเขาได้สร้างตลาดหลักทรัพย์ดิจิทัลด้วย Blockchain ขึ้นมา โมเดลนี้มันก็คือ Bitkub นั่นเอง

ในตอนนั้นกฎหมายยังไม่ได้ชัดเจน เขาก็ได้มีส่วนที่ไปพูดคุยกับทาง ก.ล.ต ว่าแนวทางของกรอบกำกับดูแลมันควรเป็นเช่นไร ในตอนนั้นเองที่เขาก็ได้เจอกับนักลงทุนรายใหญ่ที่เสนอให้เงินลงทุนมา 67 ล้าน ในมูลค่าบริษัทที่ 525 ล้านบาท เพราะประสบการณ์ที่เขาเคยสร้าง coins.co.th มาก่อน และก็เป็นช่วงที่คุณต้นบอกว่าอยากสร้าง Exchange และกำลังรวมทีมอยู่แล้วเลยจับมือร่วมกันสร้าง Bitkub 

ชีวิตประจำวันผู้ก่อตั้ง Exchange ทำอะไรกันบ้าง?

การใช้ชีวิตของซีอีโอเว็บเทรดดังก็คงจะยุ่งไม่น้อยเหมือนกัน จากการสัมภาษณ์เขาเผยว่าวันหนึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานทั้งหมด และให้สัมภาษณ์รวมถึงพูดโปรโมทอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีและบล็อกเชน

ในช่วงเช้าเวลาส่วนใหญ่ของเขาหมดไปกับการเช็คข้อความต่าง ๆ ที่ส่งมา ซึ่งวันหนึ่งเยอะมาก

“พอตื่นมาแล้วต้องใช้เวลาอย่างต่ำชั่วโมงหรือชั่วโมงครึ่งเพื่อตอบข้อความต่าง ๆ คอนเฟิร์ม อนุมัติอะไรทุกอย่าง communitcate กับทีมงาน”

หลังตอบข้อความต่าง ๆ เสร็จส่วนใหญ่ก็จะมีไลฟ์ตอนเช้า ให้สัมภาษณ์กับข่าวต่าง ๆ ที่นัดมาเกือบจะทุกวัน

“ถ้าวันไหนมีไลฟ์ตื่นมาก็ไปซื้อกาแฟก่อน ต้องมีคาปูชิโน่ร้อนแก้วนึงที่ร้านสตาบัคทั่วไป อย่างน้อยต้องกินกาแฟให้หมดก่อน 1 แก้วเป็นการปรับอารมณ์ก่อนพูดไลฟ์ จากนั้นก็จะเตรียมเนื้อหาการพูดตอนเช้า”

คุณท็อปเผยว่าจะมีการพูดแทบจะทุกวันในช่วงเช้า รวมถึงเสาร์อาทิตย์ด้วย มีการสัมภาษณ์ติดต่อเขาเข้ามาเยอะมาก ตอนเช้าประมาณ 8 โมงก็ต้องตื่นมาอาบน้ำไปซื้อกาแฟ เตรียมไลฟ์ช่วง 9 – 10 โมง กว่าจะไลฟ์เสร็จก็เข้ามาที่ออฟฟิศ

ตอนเช้าและตอนกลางวันแทบจะไม่ได้มีเวลาทานอาหาร 

“ต้องรีบกินข้าวเร็ว ๆ หรือไม่ก็หาเวลาช่วงว่าง ๆ ทำงานในการตามงานออนไลน์ unblock คนเป็นหลัก มี meeting บ้างเกี่ยวกับ roadmap ของแต่ละทีม”

“ตกเย็นช่วง 6 โมงเย็นถึง 1 ทุ่ม เป็นช่วง catch up งานตัวเองจริง ๆ เพราะช่วงระหว่างวันเป็นการ Meeting เป็นหลัก โดยเฉพาะทุกวันพุธก็จะมี meeting กับ C-levels ทุกคนของแผนกต่าง ๆ ทุก หนึ่งทุ่มจนถึงเที่ยงคืน”

ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ของคุณท็อปจะหมดไปกับการทำงาน ส่วนใหญ่เขาก็ไปทำงานที่ร้านโปรดของเขาคือร้านแถว ๆ สาทร แต่ช่วงสุดสัปดาห์จะเป็นช่วงที่เขาไม่ต้อง Unblock คนและมีเวลาให้กับการทำงานของตัวเองมากขึ้น  บางทีก็ไลฟ์ หรือช่วงว่างก็จะมีอ่านหนังสือเกี่ยวกับการสร้างบริษัท การลงทุน เวลาดูหนังก็ไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่ เพราะงานค่อนข้างจะเยอะมาก

เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ตารางชีวิตของคุณท็อปถือว่าแน่นมาก เวลานอนก็ตีหนึ่งขึ้นไป ตัวคุณท็อปเองก็เผยว่าเขาก็ผ่านช่วงยาก ๆ ในชีวิตมาเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงที่ทำบริษัทแรกที่ต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก บางครั้งเขาเครียดมากจนต้องบินไปต่างจังหวัดแทบจะทุกสัปดาห์

“มีช่วงนึงที่เครียดมาก ๆ ต้องขับรถไปจอดที่สนามบินดอนเมืองแล้วจิ้ม Flight ที่จะบินในตอนนั้นแล้วก็บินไปเลย เป็นอย่างงี้ติดต่อกันประมาณ 7 สัปดาห์”

การเป็นเจ้าของบริษัทน่าจะเป็นหนึ่งในความฝันของใครหลาย ๆ คน แต่เส้นทางนี้มันไม่ได้ราบรื่นและได้มาง่าย ๆ เพราะมันจะตามมาด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบที่สูง ความเครียดก็สูงตาม ซึ่งก็ต้องจัดการบริหารความเครียดกันไป

แต่ถึงอย่างนั้นคุณท็อปก็เผยว่าหลังจากที่ก่อตั้ง Bitkub มาทุกอย่างมันง่ายขึ้นแล้ว เพราะมีประสบการณ์มาหมดแล้ว จากบริษัท coins.co.th อะไรที่พลาดก็ไม่ได้ทำพลาดซ้ำอีก เครียดน้อยลงกว่าเดิมมาก

ส่วนเรื่องประสบความสำเร็จคุณท็อปและฝากแง่คิดให้กับคนที่อยากอยู่ในจุดนี้ เขาอยากฝากบอกอะไรบ้าง ซึ่งคุณท็อปก็ได้กล่าวว่า

“คนเรามี 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์เท่ากันคนชอบมองตอนผมปลูกต้นไม้เสร็จแล้วและอยู่ใต้ร่มเงา แต่ไม่เห็นตอนผมกำลังปลูกต้นไม้ไม่เห็นตอนผมกำลังปลูกต้นไม้ มันต้องทุ่มเท ผมทำงานหนักมาตลอด 7 ปีกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องแลกกับ Hard Work ต้องหาสิ่งที่เป็น Passion ของตัวเองให้เจอแล้วทุ่มเทกับมัน ทำทุกวันให้มันดีแล้วมันจะดีเอง”

สุดท้ายนี้คุณท็อปได้ฝากแง่คิดถึงเรื่องความสำเร็จเอาไว้ด้วย โดยเขามองว่าความสำเร็จมันขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนนั้นตั้งเป้าหมายไว้ว่าอย่างไร ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบเขาก็ได้

“ผมก็ล้มเหลวหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต การออกกำลังกายก็ไม่ได้มีเวลา ทำแต่งาน ก็เลยดีด้านงาน แต่คนอื่นอาจจะไม่ได้เด่นสักด้านแต่มีเวลาให้ครอบครัว มีเวลาทำงาน ใช้ชีวิตที่ตัวเองชอบ เขาก็ Happy ได้ อาจจะไม่ได้เด่นสักด้านแต่ครบ ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จอีกอย่างอยู่ที่เป้าหมายของความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน”

ได้แง่คิดดี ๆ สำหรับคนที่สนใจอยากทำงานด้านนี้หรืออยากสร้างบริษัทอะไรสักอย่างของตัวเองที่ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทด้านบล็อกเชนและคริปโตก็ได้ หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากการสัมภาษณ์คนที่ประสบความสำเร็จคือพวกเขาเหล่านั้นมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ลงมือทำและรักในสิ่งที่ตัวเองทำ

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ