<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้อยู่เบื้องหลังการแฮก Twitter ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เป็นเด็กอายุ 17 ปีเท่านั้น

Graham Ivan Clarke เด็กอายุ 17 ปีจากเมือง Florida ประเทศสหรัฐได้ถูกจับกุมแล้วเขาหาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและผู้คอยควบคุมทั้งหมดในการแฮกสื่อโซเชียลระดับโลกอย่าง twitter อ้างอิงจากรายงานของ The Tampa Bay Times 

การจับกุมของเด็กหนุ่มดังกล่าวนั้นมีขึ้นหลังจากที่ทางหน่วยสืบสวนราชการลับ FBI ร่วมมือกับทางหน่วยงาน DOJ และกรมสรรพากรสหรัฐ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องที่ให้การช่วยเหลือในการสืบสวนคดีดังกล่าว โดยอัยการ Andrew Warren ได้ออกมากล่าวแสดงความยินดีว่า

“ผมต้องการที่จะขอแสดงความยินดีกับหน่วยงานที่คอยช่วยเหลือทางตำรวจ ซึ่งประกอบไปด้วยสำนักงานอัยการเขตเหนือแห่งแคลิฟอร์เนีย, FBI, IRS, และ Secret Service และรวมถึงตำรวจท้องถิ่นในเมืองฟลอริดาด้วย พวกเขาทำงานกันอย่างรวดเร็วเพื่อทำการสืบสวนและตรวจสอบผู้กระทำผิดในคดีการหลอกลวงที่มีความซับซ้อนนีั”

มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่าบัญชีผู้ใช้งานทวิตเตอร์ของบุคคลชื่อดังอย่างเช่นนาย Elon Musk, Bill Gates, Kim Kardashian, และรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงอื่นๆอีกมากได้ถูกแฮกและนำไปใช้เพื่อหลอกลวงเอา bitcoin จากผู้ติดตามของบัญชีเหล่านี้

นาย Clark สามารถที่จะหลอกลวงเงินไปได้มากกว่า 100,000 ดอลลาร์หลังจากที่เขาได้ทำการโพสต์ Bitcoin address ของเขาลงไปแล้ว

ก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการแฮกดังกล่าวว่าเป็นการเจาะระบบเข้ามาและหลอกลวงพนักงานที่ทำงานข้างในทวิตเตอร์ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Spear-phishing

โดยนักแฮ็กได้ทำการเล็งเป้าไปยังพนักงานของทวิตเตอร์ที่มีความสามารถในการเข้าถึงเครื่องมือหลังบ้านของระบบ

เด็กอายุ 17 ปีถูกจับได้

ด้วยการที่นาย Clark นันอาศัยอยู่ในฟลอริดาส่งผลทำให้เขานั้นจะถูกนำตัวไปขึ้นศาลผู้ใหญ่ เมื่อมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงเงินเกิดขึ้น

นาย Warren กล่าวว่านี่เป็นการฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่สุด พร้อมเผยว่า

“เราจะดำเนินคดีต่อเด็กคนนี้ การฉ้อโกงเอาเงินที่ผู้คนหามาด้วยความยากลำบากมานั้นถือเป็นเรื่องที่ผิด ไม่ว่าคุณจะพยายามเอาเปรียบใครบางคนไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคลหรืออยู่บนอินเทอร์เน็ต แต่การขโมยเงินหรือคริปโตเคอเรนซี่นั้นถือเป็นการฉ้อโกงและบันทึกกฎหมายและคุณจะไม่สามารถหนีไปไหนได้”

ปัจจุบันนาย Clark กำลังถูกดำเนินคดีกว่า 30 คดีโดยหนึ่งในนั้นมีเกี่ยวกับการขโมยตัวตนผู้ใช้งานและอื่นๆอีกด้วย

ภาพจาก News Locker

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ