ขณะนี้ราคา Bitcoin กำลังอยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างฝั่งผู้ซื้อและฝั่งผู้ขาย และยังคงวิ่งไซด์เวย์ไปมาให้นักเทรดได้คาดเดากันต่อไป
ในวันพุธที่ผ่านมา เหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกมีราคาร่วงลดลงแตะระดับแนวรับรายเดือนที่ 11,120 ดอลลาร์ หลังจากไม่นานมันก็สามารถพุ่งขึ้นไปยืนเหนือระดับ 11,880 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์กล่าวว่าช่วงขาขึ้นของ Bitcoin นั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ตราบใดราคายังไม่ลงไปทดสอบระดับแนวรับที่ระดับนี้
นักวิเคราะห์คริปโต @IncomeSharks ได้คาดการณ์ว่าราคา Bitcoin มีโอกาสที่จะร่วงลงสู่ช่วงระหว่างราคา 10,600 – 10,700 ดอลลาร์อีกครั้งและที่ระดับราคาดังกล่าวจะดึงดูดความสนใจให้นักลงทุนกลับเข้ามาในตลาด
“ตอนนี้ดูเหมือนว่า BTC ต้องการลงไปทดสอบแนวรับ SuperTrend อีกครั้ง (แนวต้านที่มันเคยเบรคทะลุขึ้นมาก่อนหน้านี้)” เขากล่าวว่า “ สำหรับผม ผมคิดว่าที่บริเวณ $ 10,600 – $ 10,700 น่าจะเป็นช่วงกลับตัวของราคา จากนั้นความสนุกก็มาถึง หลังจากที่ผู้คนต่างเชื่อมั่นว่าตลาดกำลังจะเข้าสู่ช่วงขาลง”
นักวิเคราะห์ได้แนบกราฟเพื่อแสดงให้เห็นถึงเป้าหมายในการกลับตัวของราคาของเขา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคา Bitcoin อาจดีดกลับตัวอย่างรวดเร็วสู่ระดับ 12,000 ดอลลาร์
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
ปัจจุบัน Bitcoin อยู่ในช่วงแนวโน้มขาลง หลังจากที่ราคาร่วงลงจากระดับสูงสุดที่ $ 12,500 เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ยังคงมองว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นแต่ช่วงแนวโน้มขาลงในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากแนวโน้มหลักในระยะยาวของตลาดยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งจะเห็นได้จากความกังวลในหมู่นักเทรดและนักลงทุนที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ “ดอกเบี้ยแท้จริง” (Real Yield) หลักทรัพย์ใช้สำหรับป้องกันเงินเฟ้อของกระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งได้ให้ความคุ้มครองแก่นักลงทุนจากภาวะเงินเฟ้อที่มีการเสนอราคาเพิ่มขึ้นสำหรับสัญญาราย 10 ปี แต่ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนเพื่อป้องกันอัตราเงินเฟ้อนั้นกลับร่วงลงถึงลบ 1% ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ยังคงให้ความสนใจกับ Bitcoin ในระยะยาว เนื่องจากความสัมพันธ์ของมันที่เริ่มแยกตัวออกจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดย Bitcoin มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 200 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่เดือนมีนาคม ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ยังคงร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 27 เดือนจากจุดสูงสุดของปี
เป็นผลให้บริษัทและนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากตัดสินใจจัดสรรพอร์ตเงินสำรองของพวกเขาไปเก็บไว้ใน Bitcoin
MicroStrategy บริษัทมหาชนจำกัดได้เข้าซื้อ Bitcoin เป็นมูลค่ากว่า 250 ล้านดอลลาร์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่กำลังอ่อนค่าลง แม้แต่ Snappa ซึ่งเป็นบริษัทด้านกราฟิกในแคนาดาก็ยังได้แปลงเงินฝากของพวกเขาไปเป็น Bitcoin หลังจากที่ธนาคารในประเทศได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้มหาเศรษฐีนักลงทุน Paul Tudor Jones ยังได้จัดสรรเงิน 1-3 เปอร์เซ็นต์ในพอร์ตของเขาที่มีมูลค่ากว่า 22 พันล้านดอลลาร์ไปไว้กับ Bitcoin อีกด้วย ซึ่งเขาได้เรียกเหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกว่าเป็น “ม้าตัวที่เร็วที่สุด” เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อ
ที่มา : bitcoinist

