bitkub-banner

เว็บไซต์ของแบงก์ชาติไทยเผยบทความ Bitcoin อาจเป็นฟองสบู่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการเผยแพร่บทความเกี่ยวกับเรื่อง “บิตคอยน์จะซ้ำรอยดอกทิวลิปหรือไม่ ?” หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ Bitcoin นั้นจะกลายเป็นฟองสบู่ที่รอวันแตกหรือไม่นั่นเอง

โดยธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ให้เห็นว่าปรากฏการณ์ “ความคลุ้มคลั่งในดอกทิวลิป” (Tulip mania) ที่ถูกจารึกไว้ว่า เป็นการเกิดภาวะ “ฟองสบู่” ครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงราว ๆ ปี ค.ศ. 1637 หรือเมื่อราว ๆ  387 ปีก่อนที่เคยมีผู้นำที่ดินขนาด 49,000 ตารางเมตรหรือ 12 เอเคอร์ มาแลกกับดอกทิวลิปเพียงดอกเดียว  

แต่แล้วเมื่อราคาดอกทิวลิปเพิ่มสูงขึ้นไปถึงจุดหนึ่งก็เริ่มไม่มีใครยอมซื้ออีกต่อไป ผู้คนเริ่มวิตกกังวลว่านี่คือราคาสูงสุดที่ยอมรับกันได้แล้วและผู้คนก็ต่างเทขายยกใหญ่ ทำให้ราคาดอกทิวลิปตกลงอย่างฮวบฮาบแทบไม่เหลือมูลค่าภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน (ราคาลดลงเหลือเพียง 1 ใน 100 ของราคาที่เคยสูงสุด) และเหตุการณ์ด้วยกันนี้ก็อาจเกิดขึ้นกับ Bitcoin ด้วยเช่นกัน

รายงานของแบงก์ชาติได้ตั้งข้อสังเกตว่า ปรากฏการณ์เดียวกันนี้อาจเกิดขึ้นกับ “Bitcoin” หรือคริปโทเคอร์เรนซีตัวแรกของโลกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันทรงคุณูปการอย่างบล็อกเชน โดยในช่วงที่ผ่านมามีราคาของ Bitcoin ได้พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทะลุ 49,000 ดอลลาร์สหรัฐ ฯ หรือประมาณเกือบ 1,500,000 บาท ไปแล้ว จนหลายคนตั้งคำถามว่า นี่คือภาวะฟองสบู่เช่นเดียวกับดอกทิวลิป หรือไม่ ?

ฟองสบู่ Bitcoin (อีกแล้ว)

เราเคยได้ยินคำนี้มาแล้วในช่วงปี 2017 “Bitcoin เป็นฟองสบู่ที่พร้อมจะระเบิด” ราคา Bitcoin ได้ร่วงมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ในปี 2018 แต่ก็ฟื้นกลับมาเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ในช่วงสามสี่เดือน จากจุดต่ำสุดที่ 3,200 ดอลลาร์ และดูเหมือนว่าราคามันจะไม่หยุดลงอยู่แค่นั้น

เป็นปกติที่หลาย ๆ คนจะมองว่า Bitcoin นั้นกำลังจะเป็นฟองสบู่อีกครั้งเนื่องจากว่าราคาของมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้มีการรายงานไปแล้วเกี่ยวกับ นักวิจารณ์จากรัสเซียที่ออกมาเปิดเผยว่าฟองสบู่ Bitcoin จะเกิดขึ้นในไม่ช้าก็เร็ว

ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมานาย Anatoly Aksakov สมาชิกของรัฐดูมาของรัสเซียได้กล่าวเน้นย้ำถึงจุดยืนเชิงลบของเขาที่มีต่อ Bitcoin ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่นานหลังจากที่ราคา Bitcoin ได้ฟื้นตัวกลับขึ้นมาแตะระดับ $ 40,000 อีกครั้ง

โดยในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวท้องถิ่น TASS นั้น นาย Aksakov ได้กล่าวแย้งว่า Bitcoin ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสิ่งใด ๆ ที่อยู่เบื้องหลังมัน ดังนั้นฟองสบู่ Bitcoin จึงพร้อมที่เกิดขึ้นในไม่ช้าก็เร็ว :

“Bitcoin ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสิ่งใด ๆ ที่อยู่เบื้องหลัง มูลค่าของมันขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของระบบข้อมูลเพียงอย่างเดียว ดังนั้นผมจึงคิดว่าฟองสบู่ Bitcoin น่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้าก็เร็ว”

และดูเหมือนว่า Aksakov จะไม่ใช่คนเดียวที่คิดแบบนั้น โดยนาย Michael Hartnett หัวหน้านักวิเคราะห์การลงทุนของ Bank of America Securities ยังได้กล่าวเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาด้วยว่า Bitcoin ดูเหมือนจะเป็น “แม่ของฟองสบู่ทั้งหมด” อีกด้วย

สุดท้ายนี้เราอาจสรุปได้ว่า Bitcoin ยังคงเป็นสกุลเงินที่เอาไว้เพื่อเก็งกำไรเท่านั้น เนื่องจากว่ามันยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่ในฐานะสกุลเงินโลก (ในแง่ของกรณีการใช้งานจริง) และ Bitcoin ก็ยังคงมีหนทางอีกยาวไกลให้มันได้พิสูจน์ตัวเอง ดังนั้นไม่ว่าราคาบิตคอยน์จะเพิ่มขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานหรือการเก็งกำไร  เราก็คงต้องติดตามรอดูกันต่อไป เพราะเวลาเท่านั้นที่จะเป็นตัวตัดสิน