<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ราคา Bitcoin ร่วงทะลุระดับก่อนที่ Tesla จะซื้อ BTC 1.5 พันล้านดอลลาร์

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

หลังจากที่ Elon Musk ทวิตเกี่ยวกับ Bitcoin ว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ราคา Bitcoin ก็พลิกตัวกลับโดยร่วงลงอย่างรุนแรงไปสู่ระดับราคาเดิมก่อนที่บริษัท Tesla ประกาศซื้อ BTC มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์

ช่วงเวลาแห่งความสุขของ Tesla และ Bitcoin อาจสิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากราคาของสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้กลับสู่ระดับก่อนที่ Tesla ประกาศว่าซื้อ BTC ไว้ในงบดุลของบริษัท

แม้ว่าราคาจะเกิดการปรับฐานครั้งใหญ่  แต่เครื่องมือ on-chain หลายตัวชี้ให้เห็นว่าผู้ถือครองระยะยาวปฏิเสธที่จะขาย ในขณะที่เจ้ามือรายใหญ่บางตัวอาจใช้โอกาสในการซื้อเมื่อราคาย่อตัว (buy the dip)

Bitcoin กลับสู่ระดับเดิมก่อน Tesla ประกาศ

Elon Musk บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ไฟฟ้า ได้สร้างข่าวใหญ่เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์โดยการเปิดเผยว่า บริษัทได้ซื้อ bitcoin มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม ราคาของสกุลเงินดิจิทัลตอบสนองต่อข่าวทันที โดยราคา BTC พุ่งขึ้นอย่างมากจากต่ำกว่า 40,000 ดอลลาร์สู่ระดับ 44,000 ดอลลาร์

ในเดือนต่อมา bitcoin ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากความสัมพันธ์กับ Tesla แข็งแกร่งขึ้นเมื่อ บริษัท EV ยักษ์ใหญ่เปิดให้มีการชำระเงินด้วย BTC สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัท

ยิ่งไปกว่านั้น Elon Musk ซีอีโอของบริษัทมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกับ bitcoin หลังจากที่พูดว่า “มันเป็นสิ่งที่ดี” และรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ซื้อเมื่อหลายปีก่อน

การแข็งค่าของ BTC สิ้นสุดลงในเวลาสองเดือน หลังจากที่ราทำจุดสูงสุดที่ 65,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่าง Tesla และ Bitcoin ก็หยุดลงไม่นานหลังจากที่บริษัทสร้างความประหลาดใจให้กับชุมชนคริปโตเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม โดยประกาศหยุดการชำระเงินด้วย bitcoin เนื่องจากส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่ง Musk เผยแพร่ข่าวนี้บน Twitter และวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin อย่างเปิดเผยตั้งแต่นั้นมา

แม้ว่ามหาเศรษฐีจะปฏิเสธว่า Tesla ขาย bitcoins จริง แต่ความเสียหายก็เกิดขึ้นแล้ว ราคาของสินทรัพย์เริ่มร่วงลงและลดลงประมาณ 40% นับตั้งแต่แตะจุดสูงสุด และลดลง 31% นับตั้งแต่การประกาศล่าสุดของ Tesla

ดังนั้นการลดลงของราคาต่ำกว่า 40,000 ดอลลาห์ ถือเป็นระดับเดิมก่อนที่ Tesla ประกาศซื้อ Bitcoin

ที่น่าสนใจคือการตัดสินใจของบริษัทในการหยุดรับการชำระเงิน BTC อาจลบผลกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealized gains) จากการลงทุน bitcoin โดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในเวลาไม่นาน

เจ้ามือเข้าซื้อเมื่อย่อตัว?

นับตั้งแต่ที่ตลาดเริ่มดิ่งลงมีรายงานหลายแห่งที่เผยว่า ผู้ที่รีบขายแม้จะขาดทุนก็เป็นผู้ถือครองระยะสั้น ข้อมูลล่าสุดจาก IntoTheBlock บ่งชี้ว่าที่อยู่ที่เทขายเหรียญเป็นผู้ที่ถือครองน้อยกว่าหนึ่งปี

ในทางตรงกันข้ามผู้ที่ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลหลักมานานกว่าหนึ่งปีจะมี HODLed หรือสะสม bitcoins มากขึ้น

ด้วยเหตุนี้บริษัทวิเคราะห์จึงสรุปได้ว่ าจำนวนที่อยู่ address ที่ถือ bitcoin มานานกว่าหนึ่งปีนั้นสูงถึงระดับสูงสุดต่อเดือน

ข้อมูล on-chain ชี้ให้เห็นเพิ่มเติมว่า เจ้ามือหรือที่เราเรียกว่าวาฬยังคงซื้อสะสมอยู่ เนื่องจากมีการถอน 16,835 bitcoins ออกจากแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนในช่วงก่อนหน้านี้ ในแง่ของเงินดอลลาร์จำนวนมหาศาลนี้มีมูลค่ามากกว่า 670 พันล้าน

สัญญาณ RSI เข้าสู่สภาวะขายมากเกินไปครั้งแรก นับตั้งแต่ Black Thursday

สัญญาณ Relative Strength Index (RSI) เป็นสัญญาณโมเมนตัมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพื่อวัดความเร็วและการเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่าง 0 ถึง 100 และระดับที่สูงกว่า 70 จะถือว่ามีการซื้อมากเกินไป (overbought) ในขณะที่ต่ำกว่า 30 หมายถึงตลาดมีการขายมากเกินไป (oversold)  เมื่อดำเนินไปอย่างรุนแรงอาจบ่งบอกถึงการกลับตัวของแนวโน้ม

ตัวอย่างเช่น สัญญาณ RSI ของ BTC อยู่เหนือ 80 ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2021 ไม่นานก่อนที่ราคาสินทรัพย์จะถูกลดลง 20% ในไม่กี่วัน แม้ว่าตอนนี้ดัชนีดังกล่าวได้ลดลงสู่สถานะที่ขายเกินมากที่สุด (oversold) นับตั้งแต่ตลาดเกิดเหตุการณ์ Black Thursdayไปในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2020

Scott Melker ได้ให้สัมภาษณ์กับ CryptoPotato ระบุว่า “Bitcoin แข็งแกร่งกว่าทวีตเดียวจากมหาเศรษฐีที่เจ้าอารมณ์”

ในขณะที่ Melker กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ใด ๆ เนื่องจากการปรับฐานยังคงดำเนินต่อไป แต่เขาเชื่อว่ามีดัชนีชี้วัดหลายตัวส่งสัญญาณ ก่อนที่ Musk จะเปลี่ยนจุดยืนของเขา

“สัญญาณที่ไร้เหตุผลมีหลายอย่าง ตั้งแต่การที่ผู้คนคลั่งไคล้ในเหรียญสุนัขที่ไม่มีค่า และการที่นักเทรดรายย่อยเข้าสู่ตลาดมากมายด้วยความโลภและความกลัว 

Bitcoin จะยังคงอยู่ และการที่บริษัท Tesla ตัดสินใจที่จะไม่ขายรถยนต์ด้วย Bitcoin จริงๆแล้วไม่ใช่สาเหตุของการลดลงครั้งนี้เลย”

ที่มา: cryptopotato