<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้ใช้งาน Solana เริ่มกังขาถึงประสิทธิภาพของ Proof-of-History หลังถูกโจมตี DDos

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ทุกสิ่งนั้นดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้งหลักจากที่บล็อกเชนที่ใหญ่ที่เป็นอันดับที่ 5 อย่าง Solana นั้นประสบกับการถูกโจมตีแบบ denial-of-service (DDos) ซึ่งทำให้เครือข่ายเกิดการติดขัดและทำทุกอย่างได้อย่างล่าช้า

ตั้งแต่นั้นมาผู้ที่ใช้งานคริปโตได้พยายามวิเคราะห์ถึงสาเหตุไม่ว่าเครือข่ายจะโดนแบบเดียวกันหรือไม่ก็ตามอันที่จริงแล้ว Polkadot ก็ได้ออกมารีทวีตสนทนาเกี่ยวกับความปลอดภัยของ chain พวกเขาเอง

การเกิดข้อสังสัยใน Solana 

สิ่งต่าง ๆ นั้นถูกพูดถึงหลังจากที่ Justin Bons CIO ของบริษัทการลงทุนชี้เป้าไปที่กลไกฉันทามติแบบ Proof-of-History ของ Solana 

Justin Bons ทวีตในส่วนของเขาว่า

“Solana ถูก DDos โจมตีอีกครั้งเมื่อวานนี้การโจมตีใช้ประโยชน์จากข้อบกพร้องในการออกแบบซึ่งถือเป็นคุณสมบัติพื่นฐานของ Solana เนื่องจากมันสละการกระจายอำนาจและความปลอดภัยเพื่อแลกมากับความเร็วเมื่อละเลยผลที่ตามมาของการเลือกเพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นทำให้ต้องเกิดการพิสูจน์ Proof of History”

โพสต์ดังกล่าวนั่นถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายในระยะเวลาไม่นานเนื่องจากหลายคนพยายามทำความเข้าใจใน Proof-of-History ว่าอาจเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดถัยหรือไม่ในการรีเฟรชหน่วยความจำของคุณกลไกนี้จะจัดการกับปัญหานาฬิกาของระบบที่อาจไม่มีการซิงโครไนซ์ในระบบ PoH โปรแกรมตรวจสอบของ Solana จะบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยอิสระเพื่อสร้างลำดับของเหตุการณ์ซึ่งช่วยให้ประหยัดเวลา

ความเชื่อมโยงกับ DOT 

บัญชีทางการของ Polkadot ได้รีทวีตโพสต์ของ Shawn Tabrizi ผู้พัฒนาหลักของ Parity Technologies ซึ่งเปรียบเทียบ PoH กับกลไก Blind Assignment fo Bloackchain Extension (BABE) BABE เป็นอัลกอริธึมที่ผู้นำหลักในช่วงเวลาที่ต่างกันจะถูกสุ่มเลือกเพื่อความปลอดภัยที่สูงมากขึ้น