<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

bitkub-2022-769x90

แม้ Diem จะถูกตอกฝาโลง แต่ Facebook ก็ยังคงเดินหน้าเข้าตลาด Cryptocurrency เต็มกำลัง

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Facebook ได้ประกาศแผนงานเกี่ยวกับคริปโตครั้งใหญ่ในวันที่ 19 มิถนายน 2019 “สกุลเงินไร้พรมแดน” ที่เรียกว่า Libra ซึ่งก็คือ stablecoin ในวันเดียวกันนั้นเอง Facebook ก็ได้ประกาศ cryptowallet ที่เรียกว่า Calibra สำหรับเก็บ Libra

2 ปี และอีก 7 เดือนหลังจากนั้น Facebook ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Meta, Libra ก็เปลี่ยนเป็น Diem และก็ได้มีรายงานว่า Diem ได้ขายสินทรัพย์ในครอบครองออกไปหมดแล้ว (ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าสินทรัพย์นั้นคืออะไร)

Facebook นั้นเคยเปิดตัวผลิตภัณฑ์แค่ชินเดียวนั่นก็คือ Novi wallet (ซึ่งชื่อเดิมก็คือ Calibra) แต่สามารถเก็บได้เฉพาะ Paxos stablecoin USDP เนื่องจาก Diem ไม่เคยมีการเปิดตัวให้เห็น

bitazza-may-768x90

แล้ว Facebook ทำอะไรผิด?

ในประการแรก stablecoin นั่นไม่มีความ decentralized ที่แท้จริงแม้ว่าทาง Facebook จะออกมายืนยันว่า Libra อยู่ภายใต้การดูแลของ Libra Association ซึ่งกลุ่มสมาชิกของพวกเขาก็อยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์สี่เดือนหลักจากที่ได้มีการประกาศเปิดตัว Libra ทาง Libra Association ก็ได้สูญเสียสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง 8 ราย ประกอบไปด้วย Mastercard, PayPal,eBay และ Stripe 

ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ Facebook จะออกมาโต้แย้งว่า Libra นั้นไม่ได้อยู่ในการดูแลของ Facebook ถึงขั้นต้องมีบุคลากรระดับผู้บริหารนั้นต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ David Marcus ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าทีม Facebook Messenger เขาได้ลาออกในเดือนพฤศจิกายน

แต่แม้ Libra จะไม่มีความ decentralized โดยแท้จริงแล้วนั้นก็ไม่ได้ถือเป็นความหายนะของโปรเจกต์เพราะนักวิจารณ์ก็ได้ชี้ให้เห็นว่า stablecoin ยอดนิยมทั้ง 3 เหรียญก็ถูกรวมอำนาจเอาไว้เช่นกัน Tether ( USDT) ถูกควบคุมโดย Tether และ Bitfinex, USDC ถูกควบคุมโดย Circle และ USDP ถูกควคุมโดย Paxos ซึ่งปัญหาแต่แรกของ Libra นั้นไม่ใช่ความ decentralized แต่คือแบรนด์ Facebook

มีข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าอย่างน้อย Libra ก็ประสบความสำเร็จที่มีผู้ใช้งานกว่า 2 พันล้านคนหาก Libra สามารถถอนตัวออกมาจากการร่วมมือกับ Facebook ได้ผู้คนจำนวนไม่น้อยก็อาจจะลองใช้งานกันมากขึ้นแต่ก็จะมีอุปสรรคในเชิงการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอีกอยู๋ดี

Facebook ที่ดูเหมือนจะหมดความทะเยอทะยานในคริปโตแล้วก็ดูเหมือนจะไม่ใช้ตอนนี้ได้ทำการเบนเป้าไปที่ Metaverse และ Metaverse ก็ถูกมองเป็นคริปโตแม้ว่ามันอาจจะดูเหมือนไม่ใช่สักเท่าไหร่นัก

Facebook นั่นก็ยังผลักดันและพยายามเข้าสู่การเป็น Metaverse ด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็น Meta แต่หุ้นนั่นก็ร่วงลงกว่า 5% และได้มีกาเปลี่ยนชื่อ Oculus เป็น Meta Quest ทำให้ถูกเยาะเย้ยเป็นวงกว้างจากบริษัทต่าง ๆ และตามรายงานจาก FT Meta กำลังทดลองตลาด NFT บน Instagram

แม้ stablecoin ของ Meta จะตายไปแล้วอำนาจตลาดใน stablecoin จะตกไปอยู่กับทาง Tether, Circle และ Paxos แต่ Meta ก็ยังไม่ล้มเลิกความพยายามในการเข้าถึงคริปโต

miningpro-may-768x90