<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

Square Enix ประกาศขายสตูดิโอเกมและลิขสิทธิ์เกม ดังหลายเกม เพื่อนำเงินมาลงทุนในเทคโนโลยี Blockchain

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

บริษัทวิดีโอเกมสัญชาติญี่ปุ่น Square Enix ประกาศขายบริษัทสตูดิโอเกมหลายแห่ง ซึ่งทั้งหมดเป็นสตูดิโอพัฒนาที่อยู่เบื้องหลังเกมชื่อดังอย่าง Tomb Raider, Final Fantasy , Kingdom Hearts และ Dragon Quest เพื่อนำเงินที่ได้มาใช้ลงทุนในเทคโนโลยี บล็อกเชน โดยบริษัทได้เซ็นลงนามในสัญญาขายสตูดิโอ Crystal Dynamics, Eidos-Montréal และ Square Enix Montréal ให้กับ Embrace Group ด้วยราคา 300 ล้านดอลลาร์

อย่างที่ทราบกันดีว่า Square Enix เป็นบริษัทมีความกระตือรือร้นในเทคโนโลยีด้านบล็อคเชนอยู่แล้ว ซึ่งการประกาศดังกล่าวระบุว่าจะ “ช่วยทำให้บริษัทสามารถเปิดตัวธุรกิจใหม่ ๆ และก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยการลงทุนในเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึง บล็อคเชน, AI และคลาวด์”

ก่อนหน้านี้บริษัทได้ประกาศความร่วมมือกับ double jump โตเกียว เพื่อมุ่งเน้นสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง NFT และซุ่มพัฒนาในเรื่องนี้มานานกว่าหนึ่งปีแล้ว แต่ทว่าก็ยังไม่มีการอัปเดตใด ๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

bitazza-may-768x90

อย่างไรก็ตามการประกาศในครั้งนี้ ทำให้คอเกมส่วนใหญ่รู้สึกผิดหวังไปตาม ๆ กันและได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ซึ่งดูเหมือนว่าหลายคนไม่เห็นด้วยสำหรับเรื่องที่เทคโนโลยีบล็อคเชนจะสามารถนำมาปรับเข้ากันกับวิดีโอเกมได้

Tomb Raider ถือเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์เกมที่มีชื่อเสียงที่สุดในวงการ  ทั้งมีการสร้างภาพยนตร์และเป็นเกมที่โดดเด่นที่มีฐานแฟน ๆ เหนียวแน่น และด้วยการที่บริษัทวิดีโอเกมเริ่มให้ความสนใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น ดังนั้นนี่อาจเป็นกรณีตัวอย่างที่เกมที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ อาจพิจารณาหันมาใช้ NFT บ้างก็เป็นได้

ที่มา : beincrypto

miningpro-may-768x90