สรุปข่าว
- KakaoPay ประกาศผ่านหน้ารับสมัครงานว่า กำลังเตรียมออก Stablecoin อิงสกุลเงินวอน พร้อมสร้างระบบนิเวศระดับโลกร่วมกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ
- กลุ่ม Kakao ทั้ง KakaoCorp, KakaoPay และ KakaoBank ได้ลงนาม MOU กับ Circle Inc. ผู้ออก Stablecoin รายใหญ่ระดับโลก เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลร่วมกัน
- ซีอีโอ KakaoPay ชูแนวคิด “Super Wallet” เชื่อมผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคนบน KakaoTalk เข้ากับโลก Stablecoin และสินทรัพย์โทเคน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
การที่บริษัทเทคโนโลยีการเงินระดับประเทศอย่าง KakaoPay ขยับเข้าสู่ตลาด Stablecoin อย่างจริงจัง ถือเป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมคริปโทและสินทรัพย์ดิจิทัลในเอเชีย โดยเฉพาะการจับมือกับ Circle ผู้อยู่เบื้องหลัง USDC ซึ่งเป็นหนึ่งใน Stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ย่อมเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับภาคธุรกิจนี้ในสายตานักลงทุนกระแสหลัก
KakaoPay บริการชำระเงินและโอนเงินผ่านมือถือยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ได้เปิดเผยผ่านหน้าประกาศรับสมัครงาน เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า บริษัทกำลังเตรียมความพร้อมในการออก Stablecoin อิงสกุลเงินวอน และสร้างระบบนิเวศระดับโลก ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่
โดยบริษัทมีแผนที่จะร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เครือข่ายการชำระเงินและการโอนเงินข้ามแดน ตลอดจนผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน เพื่อสร้างโมเดลบริการทางการเงิน ที่อิงกับ Stablecoin เป็นแห่งแรกของเกาหลีใต้
สำหรับขอบเขตความรับผิดชอบของ Project Manager จะครอบคลุมถึงการวางแผนและการจัดทำ Proof-of-Concept สำหรับบริการอิง Stablecoin ตลอดจนการกำหนดนโยบายผลิตภัณฑ์ และการดูแลให้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยพิจารณาจากสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดรับสมัครนักพัฒนาเซิร์ฟเวอร์เพื่อรองรับระบบการออกและการกระจาย Stablecoin ดังกล่าวอีกด้วย
ผนึกกำลังกลุ่ม Kakao กับ Circle Inc. ปูทางโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน
ความเคลื่อนไหวนี้นับเป็นการต่อยอด หลังจากที่บริษัทในเครือ Kakao Group ได้แก่ KakaoCorp, KakaoPay และ KakaoBank ได้ลงนามใน MOU ร่วมกับ Circle Inc. บริษัทผู้ออก Stablecoin รายใหญ่ระดับโลก เพื่อร่วมมือกันในด้านเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินบนบล็อกเชน
โดยฝั่ง Kakao Group จะนำประสบการณ์การดำเนินงานด้านแพลตฟอร์มและบริการทางการเงินมาปรับใช้ ขณะที่ Circle จะนำความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระดับโลก และเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาสนับสนุน
ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันสำรวจโอกาสทางธุรกิจในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นระบบการชำระเงินและการชำระราคา, การโอนเงินระหว่างประเทศ และการเชื่อมโยงสินทรัพย์ดิจิทัลให้สอดคล้องกับกรอบกฎหมายของเกาหลีใต้
นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าที่จะศึกษาความเป็นไปได้ของบริการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Asset Tokenization) และการเชื่อมต่อเครือข่ายบล็อกเชนเข้ากับระบบการเงินดั้งเดิม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ Kakao Group ในการสร้างแพลตฟอร์ม เพื่อการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัล รวมถึง Stablecoin สกุลเงินวอน
ชูแนวคิด “Super Wallet” เชื่อมต่อผู้ใช้งาน 40 ล้านคนผ่าน KakaoTalk
Shin Won-geun ซีอีโอของ KakaoPay ได้เปิดเผยในงานฟอรัมด้านการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลว่า บริษัทมีแผนที่จะสร้าง “Super Wallet” ที่สามารถถือครองได้ทั้ง Stablecoin และสินทรัพย์โทเคน
โดยเป้าหมายสำคัญคือ การเชื่อมระบบ Stablecoin เข้ากับบริการของ KakaoPay ที่มีฐานผู้ใช้งานมากถึง 40 ล้านคน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง และใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนเบื้องหลัง
KakaoPay ตั้งเป้าที่จะขยายการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด โดยเน้นให้บริการผ่าน “KakaoPay Wallet” ที่เชื่อมต่ออยู่ภายในแอปพลิเคชันส่งข้อความยอดนิยมอย่าง KakaoTalk
ทั้งนี้ Shin Won-geun ยังชี้ให้เห็นว่า เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเปิดรับ Stablecoin สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หากไม่นับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยยกตัวอย่างข้อมูลปี 2024 พบว่า สัดส่วนปริมาณ Stablecoin หมุนเวียนต่อ GDP ของเกาหลีใต้สูงถึง 3.2% ซึ่งสูงกว่าสหรัฐฯ ที่อยู่เพียง 1.1%
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : ฐานผู้ใช้งาน 40 ล้านคนบน KakaoTalk คือสิ่งสำคัญที่ทำให้แผนนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่าโปรเจกต์ Stablecoin ทั่วไปที่ต้องเริ่มสร้างผู้ใช้งานจากศูนย์

