<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

5 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับตลาด Bitcoin ในสัปดาห์นี้

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Bitcoin ร่วงอย่างรุนแรงราว ๆ 12% ใน 24 ชั่วโมง พร้อมกับความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นของผู้ถือครองเหรียญรวมถึง ราคาที่ตกต่ำลงของ Altcoin ด้วย

เปิดมากับราคา Bitcoin (BTC) ที่ร่วงลงอย่างรุนแรงเพราะหากเช็คให้ดีก็จะพบทันทีว่าราคา Bitcoin นั้นกำลังจะเข้าสู่ช่วงที่ทำให้นักเทรดหลายคนอยู่กับความหวาดกลัว เนื่องจาก ราคาของ Bitcoin ปิดในระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือนนับตั้งแต่ ธันวาคม ปี 2020

ด้านข้อมูลอัตราเงินเฟ้อที่น่าตกใจจากสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนับเป็นจุดอ่อนหนึ่งของคริปโตเลยก็ว่าได้เพราะการที่อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นส่งผลให้ผลกับทบกับสินทรัพย์อื่น ๆ และสภาพคล่อง และนช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านก็ยิ่งทำให้ราคาของคริปโตตกต่ำลงไปอีก

สัปดาห์นี้ธนาคารกลางสหรัฐมีกำหนดจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและเศรษฐกิจในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งเป็นการปรับปรุงนโยบายอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่ตัวเลขเงินเฟ้อ

ฝั่งนักวิเคราะห์ราคาทั้ง Bitcoin และ altcoins ถึงแม้ว่าการที่ราคาร่วงในครั้งนี้จะไม่ได้เป็นตลาดหมีอย่างเป็นทางการ แต่ก็อาจจะต้องรอการที่จะกลับไปเป็นขาขึ้นบางครั้งการขึ้นอาจจะดำเนินตามแนวทางที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแน่นอนว่ารวมถึงการ Halving ของ Bitcoin ด้วย

5 เรื่องที่ควรรู้ ในสัปดาห์นี้

1. หาก Celsius “ล่มสลาย” อาจจะส่งผลทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลง

โดยลองเช็คจากราคาในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาของราคา Bitcoin โดยราคา Bitcoin อยู่ที่ระดับราคา $23,800 ก็ยังรักษาระดับวนอยู่แนวนั้น และล่าสุดวันนี้ (13 มิ.ย. 22) ราคาได้ทะลุ $25,000 ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตามแต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่างในกรณีของแพลตฟอร์ม Celsius ที่ได้ทำการระงับการถอนและโอนเงินออกไปกระดานเทรดอื่น ๆ 

นี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนหลายคนมองว่าเหตุการณ์อาจจะคล้ายกับกรณีของ Luna ล่มสลาย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ Black Swan ที่คัดลอก Terra อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่ Bitcoin ต้องการเนื่องจากสภาวะมาโครที่สั่นคลอนอยู่แล้ว

2.  ภาวะเงินเฟ้อ

เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อค่อยข้างสูง ทาง Fed จึงต้องมีการการปรับปรุงนโยบายอันเนื่องมาจากการที่อัตราเงินเฟ้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับแต่ 40 ปี

ทางคณะกรรมการตลาดกลางแห่งสหพันธรัฐ (FOMC) ของเฟดเตรียมการประชุมนโยบายในเดือนมิถุนายนซึ่งเริ่มในวันที่ 15 มิถุนายน (วันพรุ่งนี้)

หลังจากการค่าเงินเฟ้อที่สูงถึง 8.6% ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นสิ่งที่ที่ผกผันกับทั้งหุ้นและคริปโตและอาจจะส่งผลให้ตลาดแย่ลงกว่าเดิม

Krueger ก็เห็นด้วยกับคนอื่นๆ ที่เสริมว่าเฟดน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้ทั้งตบลาดหุ้นและตลาดคริปโตอยู่ในสภาพราคาที่ค่อนข้างต่ำ

“มีโอกาสเล็กน้อยที่เฟดจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในวันพุธ และหากเป็นเช่นนั้นราคาของคริปโตก็มีความเป็นไปได้ที่ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง”

อย่างไรก็ตามการขายทิ้งในเอเชียทำให้หุ้นแย่ลงในช่วงต้นสัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อสกุลเงินที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยง เช่น เยนญี่ปุ่นและดอลลาร์ออสเตรเลีย

“เมื่อถึงจุดหนึ่ง สภาวะทางการเงินคงที่พอ หรือ ภาวะเงินเฟ้อไม่สูงขึ้นเมื่อนั้น เฟดก็จะหยุดการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อมาแก้เงินเฟ้อ” นักยุทธศาสตร์ของ Goldman Sachs รวมถึง Zach Pandl ได้กล่าวไว้ “แต่ในความเป็นจริงเรายังดูเหมือนห่างไกลจากจุดนั้น”

3. เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

อย่างที่รู้กันว่าตอนนี้เงินดอลลาร์สหรัฐได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นในวงกว้างในตอนนี้

ในกรณีที่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างหุ้นหรือคริปโตนั้นเสี่ยงจะประสบปัญหา เงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะได้รับประโยชน์สูงสุด

แนวโน้มดังกล่าวดูเหมือนว่าจะดำเนินต่อไปเนื่องจากเฟดกดดันทุกสกุลเงินในโลกและคริปโต

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) แม้จะมีมูลค่าลดลงไปบ้างในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้นี้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่มั่นคงและตั้งเป้าหมายที่ระดับสูงสุดที่ 105 ในเดือนพฤษภาคม สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ USD สูงสุดตั้งแต่ปี 2002 โดยมีมูลค่าห่างกันเพียง 0.5 จุดเท่านั้น

“$DXY (ดอลลาร์) กำลังแข็งไม่น่าแปลกใจเลยที่สินทรัพย์อย่างอื่นจะเสียเปรียบ” Tony Edward โฮสต์ของ Thinking Crypto Podcast กล่าวตอบ

นับตั้งแต่การพังทลายของตลาดในเดือนมีนาคม 2020 จุดแข็งของ DXY เป็นตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือสำหรับราคาของ BTC จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มที่สำคัญ อย่างไรก็ตามแนวโน้มของ Bitcoin อาจยังคงลงต่อไป

“การแข็งค่าของเงินดอลลาร์มักนำไปสู่รายรับที่น้อยลงของบริษัททั่วโลก เช่นเดียวกับปัญหาเงินเฟ้อในปัจจุบันยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออัตรากำไรที่จะถูกบีบคั้น” Otavio Costa ผู้ก่อตั้งบริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับมหภาคระดับโลก Crescat Capital กล่าวกับผู้ติดตาม Twitter เกี่ยวกับค่าเงินดอลลาร์กับการบรรยายเรื่องเงินเฟ้อของเฟดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน

4. ดัชนีความทุกข์ยาก ตอกย้ำความกลัวตลาด

จะไม่มีเรื่องน่าประหลาดใจใดๆ เมื่อพูดถึงความเชื่อมั่นของตลาดสกุลเงินดิจิทัลในสัปดาห์นี้ 

ดัชนี Crypto Fear & Greed ซึ่งใช้ปัจจัยต่างๆ เพื่อกำหนดเงื่อนไขโดยรวมในหมู่เทรดเดอร์ กำลังสั่นคลอนด้วยความกลัว

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน (วันนี้) ดัชนีความ วัดได้ ต่ำถึง 11/100 แต่ก็ยังสูงกว่า เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2020

อย่างไรก็ตามข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของสัปดาห์ที่แล้วส่งผลกระทบในทำนองเดียวกันกับดัชนี Fear & Greed ซึ่งขณะนี้กลับมาอยู่ในโซน “ความกลัว” ที่ 28/100 ตามข้อมูลจาก

“ดัชนีความทุกข์ยาก” ซึ่งวัดอัตราเงินเฟ้อและการว่างงาน กำลังส่งสัญญาณ ด้านนักเศรษฐศาสตร์ Lyn Alden อธิบายว่า “นี่คือสิ่งที่ไม่ดี”

5. โอกาสแห่งชีวิต?

จากสถานการณ์ปัจจุบัน อาจรู้สึกเหมือนราคา Bitcoin อาจจะไม่กลับตัวและพุ่งขึ้นอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ในช่วงเวลาแบบนี้ก็มีหลายคนที่บอกว่ามันคือโอกาสในการลงทุนที่ดีที่จะลงทุนในช่วงที่ราคาต่ำ

ซึ่งหนึ่งในคนที่พูดก็คือ Filbfilb ผู้ร่วมก่อตั้ง Decentrader ได้ซื้อขายในช่วงสุดสัปดาห์เรียกและบอกว่า Bitcoin ว่าเป็น “โอกาสของชีวิต”

“เพื่อให้ชัดเจน แม้จะมีปัญหาระยะสั้น/ระยะกลางซึ่งน่าเสียดาย  แต่ถ้าหากคุณสามารถเอาชีวิตรอดและเล่นตามตลาดได้อย่างถูกต้อง โดยมีความเสี่ยงที่น้อยหรือไม่มีเลย และคุณไม่ต้องเงินทุน ในความคิดของผมนะนี่คือโอกาสแห่งชีวิตเลย” เขาเขียนเป็นส่วนหนึ่งของเธรด Twitter

อย่างไรก็ตามบริบทของ Bitcoin ในตอนนี้อยู่ในช่วงครึ่งปีแรก นักวิเคราะห์ Venturefounder แย้งว่าสถานการณ์แย่ ๆ อาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ขณะนี้อยู่ในช่วงกลางของวงจร BTC ซึ่งรู้สึกเหมือนในช่วงตลาดหมีสองครั้งก่อนหน้านี้ ทั้งในปี 2014 และ 2018