การโอนคริปโตเคอร์เรนซีจริงอยู่ว่ามันจะช่วยอำพรางตัวตนของเราขณะทำธุรกรรมได้ ทำให้มันมักจะถูกใช้ในธุรกิจมืดเป็นบางครั้ง แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่สามารถติดตามร่องรอยการทำธุรกรรมได้ เนื่องจากข้อมูล onchain จะเป็นหลักฐานที่มัดตัวเราไว้ไม่หายไปไหนเหมือนเหตุการณ์ที่เรากำลังจะนำเสนอ
Rommel Callos Baltazar ชายชาวสหรัฐฯ วัย 44 ปีจากรัฐมิชิแกน ถูกหน่วยงาน FBI เข้าจับกุมเมื่อวันที่ 24 กรกฏาคมที่ผ่านมาในข้อหา ครอบครองสื่อลามกอนาจาร ของผู้เยาว์มากถึง 722,000 ไฟล์
ทาง FBI เปิดเผยว่าพวกเขาจับสังเกตได้ในขณะที่ทำการสืบสวนในคดีของฝั่ง ผู้ขายสื่อลามกอนาจาร โดยได้ข้อมูลเป็นบัญชีที่โอนคริปโตเข้ามายังผู้ขาย โดยพวกเขาระบุว่าบัญชีดังกล่าวได้มีการทำธุรกรรมกับผู้ขายเป็นจำนวน 3 ครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา โดยธุรกรรมดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ $750
ซึ่งภายหลังจากนั้นพวกเขาก็ตามสืบจนได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่าวและชี้ตัวมายังนาย Baltazar ไม่ว่าจะเป็นใบขับขี่ ทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน ทำให้หน่วยงาน FBI ได้รับไฟเขียวในการบุกเข้าจับกุม Baltazar ในปีถัดมา
ภายในรายงานระบุว่าทาง FBI ได้ตรวจพบเพียงแค่สื่อลามกเพียงเท่านั้นในปัจจุบัน และยังคงทำการสืบสวนอยู่ต่อไป โดยในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของ Baltazar มีภาพล่อแหลมกว่า 690,000 ภาพ และวิดีโออีก 32,000 คลิป ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นสื่อที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กอายุระหว่าง 14-19 ปีกำลังทำเรื่องไม่เหมาะสม มากไปกว่านั้น Baltazar ยังได้แสดงความวิปริตด้วยการตั้งชื่อไฟล์เป็นชื่อและอายุของเหยื่ออีกด้วย ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก่อนถูกจับกุม Baltazar ได้เข้าไปเยือนแพลตฟอร์มซื้อขายสื่อดังกล่าวกว่า 89 ครั้ง
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยว่าตัวของ Baltazar จะต้องรับโทษอย่างไรบ้าง
ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวได้แสดงให้เราเห็นว่าประวัติการทำธุรกรมมของเราบนบล็อกเชนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ว่าจะหายไปได้ง่าย ๆ และมันจะช่วยทำให้เกิดความโปร่งใสในสังคมมากยิ่งขึ้นหากนำมันมาใช้งานอย่างถูกต้อง
ที่มา : Cryptopolitan
