ดูเหมือนว่า BlackRock ต้องเผชิญกับภาวะเงินไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติการณ์ หลังกองทุน IBIT มีเงินไหลออกสุทธิสูงถึง 418.1 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางการปรับฐานของตลาดคริปโตที่ดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่สาม
โดยสถิติก่อนหน้านี้ของ BlackRock อยู่ที่ 332.6 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนที่ราคา Bitcoin จะพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่ในวัน Inauguration Day ที่มากกว่า 109,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เปิดตัว IBIT ในเดือนมกราคม 2024 กองทุนนี้มีวันไหลออกสุทธิรวมเพียง 21 วันเท่านั้น

แม้ว่าจะสูญเสียเงินทุนไปแล้วกว่า 741.1 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ แต่ IBIT ยังคงเป็นกองทุน Bitcoin ETF ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าการลงทุนสะสมกว่า 40.2 พันล้านดอลลาร์ และสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ที่ 51.6 พันล้านดอลลาร์ โดยในวันพุธที่ผ่านมา IBIT ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 72% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 4.1 พันล้านดอลลาร์จากยอดรวม 5.7 พันล้านดอลลาร์

ขณะเดียวกัน กองทุน Ethereum ETF ของสหรัฐฯ ก็ประสบกับการไหลออกของเงินทุนเช่นกัน โดยในวันพุธมีการไหลออกสุทธิ 94.3 ล้านดอลลาร์ นำโดย ETHA ของ BlackRock ที่มีเงินออกสูงถึง 69.8 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดไหลออกสะสมในช่วงห้าวันแตะ 244.4 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ภาพรวมตลาดกองทุน Bitcoin ETF สหรัฐฯ พบว่ามีเงินไหลออกถึง 754.6 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเป็นอันดับสองตั้งแต่กองทุนเหล่านี้เปิดตัว โดยมียอดไหลออกในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมาถึง 3 พันล้านดอลลาร์
กระแสการไหลออกอย่างต่อเนื่องนี้เกิดขึ้นพร้อมกับราคาของ Bitcoin ที่ปรับตัวลดลง 15% ในสัปดาห์นี้ โดยปัจจุบันราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลถึง 21% หรือที่ประมาณ 86,211 ดอลลาร์

ในขณะที่ดัชนี GMCI 30 ซึ่งเป็นตัวแทนของ 30 สกุลเงินดิจิทัลชั้นนำ ลดลงประมาณ 12% ในสัปดาห์นี้ มาอยู่ที่ระดับ 150.16 จุด

นักวิเคราะห์จาก BRN ระบุว่า ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายภาษีของ Donald Trump เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการไหลออกของเงินทุนจากกองทุน ETF อย่าง “ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” พร้อมเสริมว่าการขาดแรงสนับสนุนจากสถาบันยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด และทำให้ราคาคริปโตเผชิญกับแรงขายต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม บทความดังกล่าวเป็นเพียงแค่การเสนอข่าวเท่านั้น การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจเสียเงินทั้งจำนวนได้ ดังนั้นผู้ลงทุนควรศึกษาและประเมินความเสี่ยงก่อนที่จะลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ อยู่เสมอ
ที่มา: TheBlock