bitkub-banner

การเงินแบบเก่าหลบไป!! ทรัมป์จ่อ ‘ลงโทษ’ ธนาคารที่กีดกันธุรกิจคริปโต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เตรียมที่จะลงนามในคำสั่งผู้บริหาร (Executive Order) ในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อสั่งการให้หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกลางทำการตรวจสอบและลงโทษสถาบันการเงินที่มีส่วนร่วมในพฤติกรรม “Debanking” หรือการปฏิเสธการให้บริการทางธนาคารอย่างไม่เป็นธรรม การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มสมาคมธนาคารที่ทรงอิทธิพลกำลังพยายามอย่างหนักที่จะ “ขัดขวาง” ไม่ให้บริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลหลายแห่ง รวมถึง Ripple สามารถขอใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Bloomberg ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาว ระบุว่าคำสั่งผู้บริหารดังกล่าวจะกำหนดให้หน่วยงานกำกับดูแลต้องทบทวนข้อมูลการร้องเรียน และสั่งการให้สถาบันการเงินพยายามคืนสิทธิ์ในการเข้าถึงบริการธนาคารให้กับลูกค้าที่เคยถูกปฏิเสธอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ประเด็นเรื่อง “Debanking” นี้เป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานในแวดวงคริปโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่มีการกล่าวหาถึงปฏิบัติการ “Operation ChokePoint 2.0” ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นความพยายามที่จะผลักดันให้ธุรกิจคริปโตต้องย้ายออกไปนอกประเทศ แม้ว่าบรรยากาศจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นภายใต้รัฐบาลของทรัมป์ แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการกีดกันก็ยังคงมีอยู่ โดยคำสั่งผู้บริหารฉบับนี้จะสั่งการให้หน่วยงานกำกับดูแล “กำจัด” หมวดหมู่ “ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง” (reputational risk) ออกจากแนวทางปฏิบัติ ซึ่งนักวิจารณ์ชี้ว่าเป็นหมวดหมู่ที่เคยถูกใช้เพื่อกีดกันบริษัทคริปโตอย่างไม่เป็นธรรม

แต่ในขณะที่ทำเนียบขาวกำลังพยายามจะยุติการกีดกัน กลุ่มสมาคมธนาคารยักษ์ใหญ่ ซึ่งรวมถึง American Banking Association และ Consumer Bankers Association กลับกำลังเดินเกมในทิศทางตรงกันข้าม ในจดหมายที่ส่งถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลการเงิน (OCC) เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พวกเขาได้เรียกร้องให้มีการขัดขวางการยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล 4 แห่ง ซึ่งรวมถึง Ripple และ Fidelity โดยให้เหตุผลว่าแผนธุรกิจที่เสนอนั้น “มีคำถามสำคัญเชิงนโยบายและกฎหมาย” และ “ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะนั้นไม่เพียงพอที่จะให้ทำการตรวจสอบอย่างมีความหมายได้”

การต่อสู้กันระหว่างสองขั้วอำนาจในครั้งนี้จึงเป็นการนำ “ประธานาธิบดีผู้สนับสนุนคริปโต” เข้าสู่บททดสอบครั้งสำคัญ ว่าเขาจะสามารถปกป้องอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลจากแรงต้านของสถาบันการเงินดั้งเดิมที่ทรงอิทธิพลได้สำเร็จหรือไม่

ที่มา: cointelegraph