ประธานาธิบดี คาสซึม-จอมาร์ต โตกาเยฟ แห่งคาซัคสถาน ได้ประกาศแผนการที่น่าจับตามองในแวดวงคริปโตของเอเชียกลาง โดยได้สั่งการให้จัดตั้ง “กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งชาติ” (State Digital Asset Fund) ซึ่งจะบริหารจัดการ โดยบริษัทการลงทุนของธนาคารกลาง เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งสำรองสำหรับคริปโตเคอร์เรนซี และสินทรัพย์ดิจิทัลที่สำคัญของประเทศ
ประธานาธิบดี คาสซึม-จอมาร์ต โตกาเยฟ กล่าวในสุนทรพจน์ประจำปี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยย้ำอย่างชัดเจนว่า “เราต้องสร้างระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบโดยเร็วที่สุด” พร้อมทั้งสั่งการให้ฝ่ายนิติบัญญัติเร่งออกกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลให้เสร็จสิ้นภายในปี 2026 เพื่อควบคุมแพลตฟอร์มโทเคนและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาดได้ง่ายขึ้น
มาริโอ นาวฟาล อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในวงการคริปโต ได้แสดงความคิดเห็นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า ปรากฏการณ์ SNOWBALL EFFECT กลายเป็นจริงแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กระแสที่ประเทศต่างๆ กำลังหันมาจัดตั้งทุนสำรองเงินคริปโตนั้นกำลังขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
คาซัคสถานไม่ได้แค่พูด แต่ได้ลงมือทำจริง โดยเริ่มทดลองใช้เงินสกุลดิจิทัลของตนเองที่มีชื่อว่า digital tenge ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 และได้นำมาใช้ในงบประมาณของรัฐบาลจริง ๆ ตั้งแต่กลางปี 2025 โดยปัจจุบันรัฐบาลกำลังใช้ digital tenge เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการต่างๆ ผ่าน กองทุนแห่งชาติ และวางแผนที่จะขยายการใช้งานไปทั่วประเทศในอนาคต
สิ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านั้นคือ แผนการสร้าง “CryptoCity” ในเมืองอาลาเทา ทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีประชากรประมาณ 52,000 คน โดยประธานาธิบดีโตคาเยฟ ยืนยันว่า เมืองนี้จะกลายเป็น “เมืองดิจิทัลเต็มรูปแบบแห่งแรกในภูมิภาค” ที่ผู้คนสามารถใช้คริปโต เพื่อชำระเงินในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง โตคาเยฟ อธิบายว่า นี่คือโมเดลที่
คาซัคสถานไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ โดยประเทศแห่งนี้เป็นศูนย์กลางด้านการขุด Bitcoin ที่สำคัญมานานแล้ว เนื่องจากมีต้นทุนพลังงานที่ถูก และมีกฎระเบียบที่เอื้ออำนวย ครั้งหนึ่งเคยมีรายงานว่า ประเทศ คาซัคสถานรับผิดชอบ hashrate ของโลกถึงประมาณ 13% แต่การเติบโตนี้ ก็ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าของประเทศตึงตัว และเกิดปัญหาการขุดที่ผิดกฎหมายตามมา
ที่มา : beincrypto

