Binance ภายใต้การนำของซีอีโอ ริชาร์ด เต็ง (Richard Teng) ได้เข้าพบ นายเหงียน ฮัว บินห์ (Nguyen Hoa Binh) รองนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ระหว่างการเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เพื่อหารือเชิงลึกด้าน เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain Technology) และ การพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Development) ในโครงการ “ศูนย์การเงินนานาชาติเวียดนาม” หรือ Vietnam International Financial Center (IFC)
เป้าหมายหลักของ IFC คือการยกระดับเวียดนามให้เป็นหนึ่งใน ศูนย์กลางทางการเงินและเทคโนโลยีดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดึงดูดเงินทุน สตาร์ทอัพฟินเทค และผู้ให้บริการคริปโตจากทั่วโลก ขณะที่ Binance เองก็กำลังมองหาตลาดใหม่และต้องการทำงานร่วมกับรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียที่ยังเปิดกว้างต่อสินทรัพย์ดิจิทัล
การพูดคุยครั้งนี้สะท้อนว่า เวียดนามเริ่มแสดงท่าที “เปิดรับ” การลงทุนและนวัตกรรมด้าน Web3 มากขึ้น แม้ประเทศจะยังไม่มีกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจน แต่การหารือกับผู้นำระดับสูงอาจเป็นสัญญาณว่ากำลังพิจารณาออกนโยบายหรือใบอนุญาตให้แพลตฟอร์มคริปโตต่างชาติสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องในอนาคต
นักวิเคราะห์มองว่า หากเวียดนามเดินหน้าออกโครงสร้างกฎหมายที่ชัดเจน จะเป็นโอกาสใหญ่สำหรับ Binance ในการขยายอิทธิพลของ BNB Chain และโครงการที่อยู่บนระบบนิเวศของ Binance ไปสู่ผู้ใช้งานชาวเวียดนามซึ่งมีจำนวนมากและมีความสนใจด้านคริปโตอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มศักยภาพการดึงสตาร์ทอัพและเม็ดเงินลงทุนในภาคฟินเทคและ Web3
ในอีกด้านหนึ่ง การเคลื่อนไหวของ Binance ก็อาจถูกมองว่าเป็นความพยายามสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับตลาดเกิดใหม่ หลังเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศ การผูกสัมพันธ์กับรัฐบาลที่กำลังพัฒนาโครงสร้างดิจิทัลจึงอาจเป็นทางเลือกสำคัญเพื่อสร้างฐานธุรกิจระยะยาว
แม้ยังไม่มีการยืนยันว่า Binance จะยื่นขอใบอนุญาตดำเนินการในเวียดนาม แต่หากเกิดขึ้นจริง อาจทำให้ประเทศนี้กลายเป็นศูนย์กลางใหม่ของสินทรัพย์ดิจิทัลในอาเซียนและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาล พร้อมเพิ่มแรงหนุนเชิงบวกต่อราคา BNBและความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรม
ที่มา: @binance
