กลายเป็นเรื่องฮาปนอึ้งรับปีใหม่ เมื่อ Elon Musk มหาเศรษฐีเจ้าของ Tesla และ X ได้ออกมาเล่าเกร็ดความหลังสุดพีคผ่านโพสต์ล่าสุดว่า เขาเคยจ่ายภาษีให้รัฐบาลสหรัฐฯ ในปีหนึ่งเป็นจำนวนมหาศาลมาก จนถึงขั้นทำเอาระบบคอมพิวเตอร์ของกรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) “พัง” ไปเลยทีเดียว
Musk เล่ารายละเอียดแบบติดตลกว่า สาเหตุที่ระบบรวนนั้นเป็นเพราะ “ตัวเลขมันเยอะเกินไป” (Too many digits) จนซอฟต์แวร์ดั้งเดิมของ IRS ไม่สามารถประมวลผลช่องตัวเลขที่ยาวเหยียดขนาดนั้นได้ ทำให้ทางหน่วยงานต้องเร่งทำการอัปเกรดระบบซอฟต์แวร์ใหม่เป็นการด่วน เพื่อให้สามารถรองรับและตัดยอดการจ่ายภาษีระดับประวัติศาสตร์ของเขาให้ผ่านไปได้
แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ระบุปีในโพสต์นี้ แต่ข้อมูลบ่งชี้ชัดเจนว่าเขากำลังพูดถึงเหตุการณ์ในปี 2021 ซึ่งเป็นปีที่เขาเทขายหุ้น Tesla ล็อตใหญ่และต้องจ่ายภาษีเป็นมูลค่ารวมกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ (กว่า 3.7 แสนล้านบาท) โดย Musk เคลมว่านั่นคือยอดภาษีจากบุคคลธรรมดาที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ การออกมา “ขิง” เรื่องนี้จึงเปรียบเสมือนการตอกกลับข้อครหาที่ว่ามหาเศรษฐีมักจะหาช่องโหว่เพื่อเลี่ยงภาษี
เรื่องเล่า “รวยจนระบบเออเร่อ” นี้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงในโลกโซเชียลทันที ฝั่งผู้สนับสนุนต่างเชิดชูว่านี่คือหลักฐานความแฟร์ของ Musk ที่แบกรับรายจ่ายประเทศไว้มหาศาล ในขณะที่อีกฝั่งกลับตั้งคำถามเสียดสีไปยังภาครัฐว่า ได้เงินก้อนโตขนาดนี้ไปแล้ว เอาไปพัฒนาประเทศจริงหรือเอาไปละลายแม่น้ำกับนโยบายที่ไม่มีประสิทธิภาพกันแน่?
ที่มา: @WatcherGuru
