สรุปข่าว
- พิชัย จาวลา นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง และเจ้าของทฤษฎีผลประโยชน์ ออกมาเตือนว่า Bitcoin จะไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีกแล้ว โดยมองว่าราคาจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบหมื่นดอลลาร์ได้ไม่เกิน 5 ปี ก่อนที่ราคาจะร่วงลงไปอยู่ในระดับหลักพันดอลลาร์
- พิชัย จาวลา มองว่า ทองคำและ Bitcoin กำลังเข้าสู่ช่วงขาลงที่มีลักษณะคล้ายกัน คือค่อยๆ ซึมลง มีการรีบาวด์เป็นระยะ สลับกับการไหลลงต่อ พร้อมยืนยันว่า จะไม่เข้าซื้อทองคำเพิ่มในจังหวะนี้
- พิชัย จาวลา เชื่อว่า คนส่วนใหญ่ในตลาด Bitcoin ยังคงมีความเชื่อแบบเดิมว่าราคาจะฟื้นตัวกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ หลังทุกครั้งที่ราคาร่วงลง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ทำให้คนกลุ่มนี้ ไม่มีทางหลุดพ้นจากวงจรการซื้อขายแบบเดิมได้
มีแนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bearish
เนื่องจากมุมมองของพิชัยชี้ตรงไปที่การคาดการณ์ว่า Bitcoin จะไม่สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้ พร้อมประเมินว่า ราคาในระยะยาวจะร่วงลงไปแตะหลักพันดอลลาร์ ซึ่งเป็นมุมมองที่ตรงข้ามกับความเชื่อของนักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดขณะนี้ หากมุมมองนี้ถูกเผยแพร่ในวงกว้าง อาจสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาต่อนักลงทุนบางกลุ่มที่ยังไม่มั่นใจในทิศทางตลาด
พิชัย จาวลา นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังและเจ้าของทฤษฎีผลประโยชน์ ออกมาแสดงมุมมองผ่านรายการ Money Chat Thailand ในตอน “หุ้นเทคไทยจบ ฉุด SET ขาลง ทอง Bitcoin ไม่รอด” เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ทั้งทองคำ หุ้น SET และ Bitcoin กำลังเข้าสู่พฤติกรรมขาลงในลักษณะเดียวกัน คือ ค่อยๆ ไหลลงอย่างช้าๆ มีจังหวะยืนราคา และรีบาวด์สลับขึ้นมาเป็นระยะ ก่อนจะซึมลงต่อไปเรื่อยๆ และย้ำชัดว่า จุดยืนของเขาตอนนี้คือ จะไม่เข้าซื้อสินทรัพย์เหล่านี้เพิ่มอีกแล้ว
พิชัย จาวลา เล่าว่า จากการพูดคุยกับผู้คนรอบตัว เขาพบว่าคนส่วนใหญ่ที่สนใจทองคำในตอนนี้ ยังคงมีความหวังว่า ราคาจะไต่ระดับไปแตะ 6,000 ดอลลาร์ หรือราว 100,000 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเขามองว่า นี่คือความคิดของ “คนส่วนใหญ่” ในตลาด ไม่ใช่คนส่วนน้อยอย่างที่หลายคนเข้าใจตัวเอง
พิชัย จาวลา อธิบายว่า สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับนักลงทุนคือ การทลายกำแพงความเชื่อที่ตัวเองสร้างขึ้น ด้วยต้นทุนและเวลา ยิ่งเหตุผลสนับสนุนการถือครองทองคำระยะยาวฟังดูน่าเชื่อถือมากเท่าไหร่ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐ ฟองสบู่ AI หรือความไม่มั่นคงของเงินดอลลาร์ ก็ยิ่งทำให้คนจำนวนมาก ยึดติดกับแนวคิดเดิม และไม่กล้าคิดต่าง
พิชัย จาวลา ยกตัวอย่างเหตุการณ์ปี 1971 ที่สหรัฐฯ ประกาศยกเลิกการผูกค่าเงินดอลลาร์กับทองคำ ซึ่งในตอนนั้นสร้างความกังวลใจให้ผู้คนอย่างมาก เพราะเงินกลายเป็นเพียงกระดาษที่ไม่มีทองคำหนุนหลัง
ราคาทองคำพุ่งขึ้นจาก 500-600 ดอลลาร์ ไปแตะ 800 ดอลลาร์ในเวลาไม่นาน แต่หลังจากนั้น ราคากลับดิ่งลงยาวนานถึง 20 ปี เขาเชื่อว่าเหตุผลที่คนใช้สนับสนุนการซื้อทองคำในวันนั้นกับวันนี้ไม่ต่างกันเลย
ผู้ดำเนินรายการ : แต่ที่คุณพิชัยเคยให้สัมภาษณ์กับเราไว้ก่อนหน้านี้ บอกว่าต่อไปทองคำอาจจะกลายเป็นแค่ก้อนหินสีเหลือง อันนั้นมันเป็นเรื่องระยะยาวมากใช่มั้ยคะ? ถ้าสมมุติมันมีเทคโนโลยี Quantum ที่ผลิตทองคำเลียนแบบขึ้นมาได้? มันมีห้องลงห้องแลบที่สามารถผลิตทองได้
คุณพิชัย : อันนั้นมันเรื่องเป็นเรื่องระยะยาวมาก ซึ่งอันนั้นน่ะ มันจะมีความสำคัญในอนาคตระยะยาวมาก วันเนี้ยเราไม่ต้องคิดตรงนั้นก็ได้ เราคิดแค่ที่ผมบอกก็ได้ เอาแค่ปัจจุบัน มันก็มันก็ควรจะลงแล้ว จากทุกอย่างที่มันก็ไม่ควรขึ้นแล้วอ่ะ ถามว่ามันรีบาวด์ 4,500 อะไรแบบนี้ ผมไม่ได้มองอย่างงั้น มันเป็นไปได้
คือวิธีการลงของทองอ่ะ มันก็เหมือนกับ SET มันก็เหมือนกับ Bitcoin มันก็เหมือนทุกอย่างนั่นแหละ คือมันจะลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ยืนได้มีการรีบาวด์ เป็นระยะๆ แล้วค่อยๆลงถูกมั้ย แบบมันจะเป็นอย่างนั้น ปีหน้าก็ 3,000 กว่า เห็นอยู่แล้ว แบบค่อยเป็นค่อยไป ปีนี้ก็ 4,000 ไหม ไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมรู้ว่า เราไม่ซื้อแล้ว
ผู้ดำเนินรายการ : คุณพิชัย มองว่า คือไอ้ที่ขึ้นไป 5,000 กว่า 6,000 ไม่ได้เห็นละไม่เห็นละ เพราะว่าตอนนั้นที่คุณพิชัยมาพูดเนี่ย เข้าใจว่า ตอนนั้นมัน 5,000 นิดๆนะ ที่คือฟันเปรี้ยงเลยบอกว่า ต่อไปทองหมดแล้ว จบละไม่ได้เห็นอีกแล้ว แฟนคลับก็สงสัยบอกว่า เอ๊ะคุณคุณพิชัย อันนี้พูดนี่คือ เห็นภาพอนาคตจริงๆหรือเปล่า
คุณพิชัย : ก็เห็นตามวิธีที่ผมบอกนี่แหละ ตามที่ผมอธิบายนี่แหละ ซึ่งอันนี้ก็ดูกราฟเหมือนกัน แล้วก็อ่านพฤติกรรมในการดูด้วย เพราะว่าความคิดคนอยู่ในนั้น ก็ควรดู ยิ่งดูยิ่งได้เปรียบนะครับ

ฟันธง Bitcoin จะไม่ทำ New High อีกแล้ว
พิชัย จาวลา มองว่า สถานการณ์ปัจจุบันที่หลายฝ่ายมองว่า “วิกฤตเป็นโอกาส” และแนะนำให้อดทนถือรอ คือความคิดของคนส่วนใหญ่ในตลาด Bitcoin ไม่ใช่คนส่วนน้อยอย่างที่หลายคนคิด และเมื่อไหร่ก็ตามที่ตลาดยังไม่หลุดพ้นจากความคิดแบบนี้ วงจรการไล่ซื้อตามความหวัง แล้วราคาร่วงลงก็จะยังคงเกิดขึ้นซ้ำต่อไป
“วันนี้ยังพูดอยู่เลยว่า นี่คือวิกฤตนะ วิกฤตคือโอกาสนะให้ใจเย็นๆให้อดทนถือรอไว้ มันก็เป็นอย่างนี้มาทุกครั้ง จำได้มั้ย เพราะฉะนั้นคราวนี้ให้อดทน เชื่อผมมั้ย คนที่คิดแบบเนี้ยคือ คนส่วนใหญ่นะวันเนี้ย ไม่ใช่คนส่วนน้อยนะ
คือคนพูดอาจจะคิดว่า ตัวเองกำลังเป็นคนส่วนน้อยอยู่นะ จริงๆไม่ใช่นะ คนส่วนใหญ่ใน Bitcoin คิดอย่างงี้ทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นเนี่ย เรายังไม่หลุดออกจากความเป็นคนส่วนใหญ่เลย เพียงแต่ว่า มันจะลงช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป แล้วรีบาวด์”
พิชัย จาวลา ระบุตรงไปตรงมาว่า ราคา Bitcoin จะแกว่งตัวอยู่ในกรอบระหว่าง 30,000-50,000 ดอลลาร์ในฝั่งล่าง และในกรอบ 80,000-100,000 กว่าดอลลาร์ในฝั่งบน โดยกรอบราคานี้ จะคงอยู่ได้ไม่เกิน 5 ปี ก่อนที่ราคาจะร่วงลงไปอยู่ในระดับหลักพันดอลลาร์
“เอาอย่างงี้ ผมพูดอย่างงี้ดีกว่า Bitcoin อ่ะ ผมพูดแบบกว้างๆเลยอ่ะ แบบยังไงก็ไม่ผิดนะ ก็คือว่า มันก็จะอยู่ด้านล่างอ่ะ 50,000 40,000 30,000 ดอลลาร์ ด้านบน 80,000 90,000 แสนแสนต้นเนี่ย กรอบเนี้ยอยู่ได้ไม่เกิน 5 ปี หลังจากนั้น ราคาก็ลงหลักพัน”
เมื่อถูกถามว่า นักลงทุนจะสามารถรอขายที่ราคาแสนดอลลาร์ได้หรือไม่ พิชัย จาวลาตอบว่า เขาไม่สามารถฟันธงได้ อาจเป็นไปได้หรือไม่ได้ก็ได้ แต่สิ่งที่เขายืนยันคือ ราคาจะไม่สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้อีกต่อไป

“แต่กรอบหลักหมื่นน่ะ มันจะเด้งไปเด้งมายังไงผมไม่รู้ ผมไม่อยากดู เพราะอะไรก็เป็นไปได้ครับ ถามว่าวันนี้ คนชอบถามผมแบบนี้ว่า ถ้างั้นเราก็รอขายที่แสนได้มั้ย ผมบอก ผมไม่รู้ อาจจะได้ อาจจะไม่ได้ ผมไม่รู้ แต่มันจะไม่สร้าง new high ก็แล้วกัน อ่าผมตอบได้แค่นี้
แล้วด้านล่างล่ะ ก็ก็แบบที่บอก มันจะ มันก็จะอยู่ได้ ณ จุดนึงอ่ะ คือ รายละเอียดกว่านี้อ่ะ ผมไม่สนใจ ไม่รู้เพราะมันดูยาก เราไม่จำเป็นต้องรู้ตลอดเวลา เราไม่จำเป็นต้องดูออกตลอดเวลานะ ไม่จำเป็นนะ ไม่จำเป็นเลย เราดูออกในจุดสำคัญสำคัญก็พอ แล้วชนะแล้วจบเลิก ไปทำอย่างอื่นเลย
พอตอนนี้ อย่างมากที่สุดอ่ะ เอาใจช่วยให้มันยืนได้ ออกข้าง ปี 2 ปีกลับไปที่ 80,000-90,000 ดอลลาร์ คนจะได้ขาย แล้วกลับไป 100,000 ต้นๆ ยิ่งดีคนจะได้ขาย”
พิชัย จาวลา ยังคาดการณ์ต่อไปด้วยว่า หากในอีกราว 2 ปีข้างหน้าราคา Bitcoin ร่วงลงไปแตะระดับ 30,000-50,000 ดอลลาร์ แล้วค่อยฟื้นตัวกลับขึ้นมาที่ 80,000-90,000 ดอลลาร์ นักลงทุนส่วนใหญ่จะกลับมาเชื่อมั่นอีกครั้งว่า นี่คือสัญญาณการกลับตัวหลังเหตุการณ์ Having และจะกลับเข้าซื้อกันอีกรอบ ซึ่งพิชัยมองว่าพฤติกรรมแบบนี้จะวนซ้ำและฉุดราคาให้ร่วงลงต่อไปเรื่อยๆ
“แต่เชื่อผมมั้ย วันไหนมันกลับมานะ เราจะเชื่อมั่นกันอีก เราจะไม่มีทางขายออกแน่นอน เราไม่มีทางขายเลย เพราะผมรู้ไงว่า ถ้าเกิดอ่ะ
ลองจินตนาการเล่นๆนะ สมมุติว่า อีก 2 ปีข้างหน้านะ ใกล้ๆ 2 ปีข้างหน้า เกิดมันเริ่มฟอร์มตัวลงไป 40,000 30,000 50,000 whatever แล้วราคาเริ่มกลับมา 80,000 90,000 นะ เราจะคิดอย่างงั้นเลยนะ
เราจะบอกว่า นี่ไงมันกลับตัวแล้วเห็นมั้ย หลัง having แล้ว เดี๋ยวมันต้องขึ้นแน่นอน นี่เป็นโอกาสเซอร์ไพร์ส แพทเทิร์นมันกลับมาแล้ว เราก็จะซื้อกันอีกแล้ว ราคามันก็จะลงอีก เนี่ยผมทายได้เลย”
เตือนคนถือทองและ Bitcoin ไม่มีใครเชื่อคำเตือนนี้
เมื่อถูกถามว่า นักลงทุนที่ถือทองคำสะสมไว้และหวังให้ราคาไปแตะ 80,000-100,000 บาทควรทำอย่างไร พิชัยตอบสั้นๆ ว่า คนกลุ่มนี้ไม่เชื่อเขาอยู่แล้ว และให้ถือครองต่อไปตามชะตากรรมของแต่ละคน พร้อมย้ำว่า สำหรับ Bitcoin ก็ไม่มีใครเชื่อคำเตือนของเขาเช่นกัน
“เพราะฉะนั้นน่ะผมถึงบอกไงมันไม่มีประโยชน์ วันเนี้ยเหมือนผมมาพูด เพื่อคนจำนวนนึงอ่ะ ที่เขาเห็น value ของทฤษฎีนี้ แล้วเขาก็เอาไปคิด แล้วได้ประโยชน์ แล้วรู้สึก appreciate ทุกครั้ง ไม่ได้พูดให้คนล้านคน ที่เขาไม่เชื่ออยู่แล้ว เขาไม่เชื่ออยู่แล้ว ผมบอกได้เลย เพราะเขาคือ คนส่วนใหญ่ เขาไม่เชื่ออยู่แล้วครับ”
ที่มา : Money Chat Thailand
มุมมองผู้เขียน : มุมมองของพิชัย จาวลา ในครั้งนี้ สะท้อนแนวคิดแบบคนส่วนน้อย ที่เขายึดถือมาตลอด คือการมองสวนกระแสความเชื่อของคนส่วนใหญ่ในตลาด ซึ่งต้องยอมรับว่าในอดีตทฤษฎีนี้เคยให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำในหลายจังหวะ แต่ก็ต้องระวังว่าตลาดคริปโทและทองคำในปัจจุบันมีปัจจัยแวดล้อมที่ซับซ้อนกว่าในอดีตมาก ทั้งการเข้ามาของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ETF และนโยบายการเงินที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นักลงทุนจึงควรรับฟังมุมมองนี้ไว้เป็นอีกมุมหนึ่งสำหรับประกอบการตัดสินใจ ไม่ควรเชื่อหรือปฏิเสธไปเสียทั้งหมด และที่สำคัญที่สุดคือ การบริหารความเสี่ยงของตัวเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดที่ยังคงผันผวนสูงในระยะนี้

