หลังจากที่เหรียญมีมต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักตลอดปี 2025 ดูเหมือนว่าในปี 2026 นี้ เหล่าเหรียญมีมจะกลับมาแจ้งเกิดได้อย่างสง่างามอีกครั้ง โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มูลค่ารวมของเหรียญกลุ่มนี้พุ่งทะยานขึ้นไปแล้วกว่า 30% ซึ่งถือเป็นการกลับตัวที่รุนแรง และรวดเร็วหลังจากซบเซามานาน
การพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ สะท้อนให้เห็นว่า “ความกล้าเสี่ยง” ของนักลงทุนเริ่มกลับคืนสู่ตลาด และอาจเป็นสัญญาณชัดเจนว่า กลุ่มนักลงทุนรายย่อย เริ่มจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังผ่านพ้นช่วงหยุดยาวปีใหม่
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 5 มกราคม 2026 ชี้ชัดว่า ปีนี้คือปีทองของเหรียญมีมอย่างแท้จริง โดยเหรียญกลุ่มนี้โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นทิ้งห่างเหรียญ Altcoin อื่น ๆ แบบไม่เห็นฝุ่น ด้วยมูลค่าตลาดรวมที่พุ่งทะลุ 47,000 ล้านดอลลาร์ และมียอดการซื้อขายสูงถึง 9.2 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักขั้นสุด หากเทียบกันตั้งแต่ต้นปีจะเห็นภาพชัดมาก
ในขณะที่เหรียญกลุ่ม Altcoin ทั่วไป (ดัชนี TOTAL3) ปรับตัวขึ้นเพียง 7.5% แต่ฝั่งเหรียญมีม ราคากลับพุ่งทะยานไปแล้วเกิน 30% จนนักวิเคราะห์หลายคนเริ่มมองว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของรอบการวิ่งที่รุนแรง เพราะเม็ดเงินมหาศาลกำลังไหลออกจากเหรียญพื้นฐาน เข้าสู่สินทรัพย์สายเก็งกำไรที่เน้นพลังของคอมมูนิตี้แทน
กระแสของเหรียญมีม ในช่วงต้นปี 2026 นี้มาแรงจนนักวิเคราะห์คนหนึ่ง ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
“มีมคอยน์กลับมาพุ่งแล้ว มาร์เก็ตแคปเพิ่ม 12,000 ล้านดอลลาร์ใน 4 วัน คนเริ่มรู้สึกอีกครั้งว่า ‘มีม’ มันเหนือกว่า Altcoin นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของรอบวิ่งโหด ๆ”

มูลค่าตลาดของเหรียญมีม (Meme Coin) ที่มา: TradingView
ข้อมูลล่าสุดจาก CoinGecko ยืนยันว่า เหรียญมีมตัวท็อปกำลังพากันเด้งแรง รับต้นปี 2026 โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พี่ใหญ่อย่าง Dogecoin (DOGE) ปรับตัวขึ้นถึง 20% ตามมาด้วย Shiba Inu (SHIB) ที่บวกเพิ่ม 18.9% แต่ที่เซอร์ไพรส์ที่สุดต้องยกให้ Pepe (PEPE) ที่ราคาพุ่งทะยานอย่างรุนแรงถึง 62.8 % ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา และราคาเพิ่มขึ้นกว่า 6.9% ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา


ในขณะที่ Bonk ราคาก็เพิ่มขึ้นกว่า 46.3 % ภายใน 7 วัน โดยในขณะที่รายงาน ราคาซื้อขายอยู่ที่ $0.00001185 ดอลลาร์

และความร้อนแรงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เหรียญมีมแถวหน้าเท่านั้น เพราะเหรียญมีมระดับรองอีกหลายตัว ก็ทำกำไรเป็นตัวเลขสองหลัก จนพากันติดอันดับเหรียญที่ทำกำไรสูงสุดบนหน้าเว็บ CoinGecko กันอย่างคึกคัก
นักวิเคราะห์มองว่า นี่คือสัญญาณของ “เงินใหม่” จากกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่เริ่มกลับเข้ามาลุยตลาดอีกครั้งหลังจากยืนคอยอยู่ข้างสนามมานาน สอดคล้องกับข้อมูลจาก Santiment ที่ระบุว่า แรงซื้อเริ่มกลับมาหลังจากช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัว (FUD) จนถึงจุดสูงสุด
นอกจากนี้ข้อมูลจาก Google Trends ยังยืนยันชัดเจนว่า ยอดการค้นหาคำว่า “meme coin” พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ซึ่งพิสูจน์ได้ว่า ความสนใจจากมหาชนกำลังกลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนราคาให้พุ่งทะยานในขณะนี้

ความสนใจในการค้นหา Meme Coin แหล่งที่มา: Google Trends
อีกเหตุผลที่น่าสนใจคือ กลไกด้าน “ภาษี” โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯ นักวิเคราะห์มองว่า แรงซื้อที่ถล่มทลายในช่วงสัปดาห์แรกของปี 2026 เกิดจากการที่นักลงทุนรายใหญ่ใช้วิธีขายเหรียญที่ขาดทุนทิ้งในช่วงปลายธันวาคม เพื่อนำไปลดหย่อนภาษี แต่เนื่องจากคริปโตถูกจัดเป็น “ทรัพย์สิน” (Property) ไม่ใช่หลักทรัพย์เหมือนหุ้น จึงไม่ติดกฎ Wash Sale ที่ห้ามซื้อคืนภายใน 30 วัน ทำให้พวกเขาสามารถขาย เพื่อเคลียร์ภาษีเสร็จแล้ว “กดซื้อกลับได้ทันที” ในช่วงต้นปี เพื่อชิงความได้เปรียบในไตรมาสที่ 1 ส่งผลให้เหรียญสายเก็งกำไรอย่างเหรียญมีม ได้รับอานิสงส์จากโมเมนตัมการซื้อคืนนี้จนราคาพุ่งแรงอย่างที่เห็น
ที่มา : beincrypto

