<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เกมการเงินระดับโลก? เปิดเบื้องหลังจังหวะนรกที่ “เป๊ะเกินไป” ของ Morgan Stanley และ MSCI

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

(7 ม.ค. 2026) – ประเด็นร้อนฉ่าสะเทือนวอลล์สตรีทและโลกคริปโทฯ เมื่อนักวิเคราะห์จาก @BullTheoryio ได้ตั้งข้อสังเกตสุดช็อกว่า วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่อย่าง Morgan Stanley อาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง “การปั่นตลาดคริปโทฯ ครั้งมโหฬารที่สุด” โดยชี้ว่าลำดับเหตุการณ์การร่วงลงอย่างหนักของ Bitcoin ในเดือนตุลาคม 2025 และการดีดตัวกลับอย่างรุนแรงในเดือนมกราคมนี้ ดูเหมือน “แผนการที่ถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้า” และมีข้อมูลสถิติรองรับข้อสงสัยนี้

ทฤษฎีนี้เริ่มต้นจาก “จุดชนวน” ในวันที่ 10 ตุลาคม 2025 เมื่อ MSCI (บริษัทจัดทำดัชนีระดับโลกที่มีรากฐานมาจาก Morgan Stanley) ได้เสนอแผนที่จะถอดถอนบริษัทที่มีการถือครองคริปโทฯ อย่างมีนัยสำคัญ (เช่น MicroStrategy) ออกจากดัชนีหลักต่างๆ ข่าวดังกล่าวส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาด ทำให้ราคา Bitcoin ดิ่งลงกว่า 18,000 ดอลลาร์ และมูลค่าตลาดร่วงลงถึง 31% ในไตรมาสนั้น สร้างความเสียหายจนมีการล้างพอร์ตนักลงทุน (Liquidations) มูลค่ารวมกว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์

ข้อมูลกราฟราคาชี้ชัดว่า ในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนั้น ราคา Bitcoin ถูกกดดันอย่างหนักจากจุดสูงสุดที่ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 80,500 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เม็ดเงินลงทุนจากกองทุน Passive Fund ต่างๆ หยุดชะงักในช่วงระยะเวลาการหารือ 3 เดือนของ MSCI

ความน่าสงสัยมาถึงจุดพีคในวันที่ 6 มกราคม 2026 เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญสองอย่างขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันจนน่าตกใจ:

  1. Morgan Stanley ได้ยื่นเอกสารต่อ SEC เพื่อขอจัดตั้ง Spot ETF สำหรับ Bitcoin, Ethereum และ Solana
  2. เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา MSCI ได้ประกาศกลับลำการตัดสินใจ โดยระบุว่าจะ ยกเลิก แผนการถอดถอนบริษัทคริปโทฯ ออกจากดัชนี

การกลับลำของ MSCI ช่วยปลดล็อกความกังวลของตลาดทันที ส่งผลให้ราคา Bitcoin ดีดตัวกลับ และมีเม็ดเงินไหลเข้า Spot ETF ถึง 1.17 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นั้น แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานยืนยันความร่วมมือกันโดยตรงระหว่างสองเหตุการณ์นี้ แต่จังหวะเวลาที่ประจวบเหมาะกันอย่างเหลือเชื่อ ทำให้เกิดคำถามตัวโตๆ จากนักลงทุนว่า นี่คือการจงใจสร้างสถานการณ์กดดันราคาเพื่อรอจังหวะเข้าซื้อ ก่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ETF ของตัวเองหรือไม่?

ที่มา: @BullTheoryio