<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

มิติใหม่แห่งการออมทอง! Tether ออกหน่วยย่อย “Scudo” เทียบเคียงกับหน่วยซาโตชิของ Bitcoin

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Tether บริษัทแม่ผู้อยู่เบื้องหลัง Stablecoin ดอลลาร์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง USDT และ Stablecoin ทองคำอย่าง XAUT ได้ทำการเปิดตัวหน่วยนับทองคำใหม่ที่จะใช้งานร่วมกับโทเคนทองคำดิจิทัลของพวกเขาในชื่อของ “หน่วยยูนิต Scudo”

ทางบริษัทเปิดเผยความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ว่าเป็นการ “ทลายกำแพง” การเข้าซื้อทองคำให้นักลงทุนสามารถซื้อขาย “ส่วนหนึ่ง” ของทองคำได้ ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางที่กว้านซื้อทองคำและโลหะมีค่าสูงเป็นประวัติการณ์

ตัวของยูนิต Scudo จะทำหน้าที่แทน 1/1000 ต่อ ทรอยออนซ์ ซึ่งเป็นยูนิตหลักในการซื้อขายทองคำและโทเคน XAUT (1000 Scudo = 1 XAUT)

Tether ยังกล่าวอีกว่า ทองคำนั้นถือเป็นแหล่งกักเก็บมูลค่าชั้นดีมาอย่างยาวนาน แต่ตัวของทองก็ถูกจำกัดศักยภาพด้วยเรื่องของการเก็บรักษา,ขนย้าย และ การแบ่งส่วน

จริงอยู่ที่ว่าโทเคน XAUT ก็สามารถแก้ไขปัญหาข้างต้นดังกล่าวได้แล้ว แต่ทาง Tether มองว่า Scudo จะยิ่งทำให้ทองคำถูกใช้งานเป็นธุรกรรมในยุคดิจิทัลมากกว่าเป็นแค่เครื่องมือในการเก็บรักษาเพื่อเพิ่มมูลค่า

ทั้งนี้ Scudo เปรียบเสมือนกับซาโตชิ หรือ Sats หน่วยย่อยที่สุดของ Bitcoin ซึ่งในปัจจุบันการทำธุรกรรมส่วนใหญ่ของ Bitcoin ก็อยู่ในรูปแบบของ Sats มากกว่าการโอนแบบเต็มเหรียญ และสามารถนำมาใช้กับธุรกรรมในชีวิตประจำวันได้ลื่นไหลกว่า

Paolo Ardoino ซีอีโอของบริษัท นิยามทองคำว่าเป็น “สุดยอดแหล่งเก็บรักษามูลค่าเทียบเคียงกับ Bitcoin” หลังจากที่ทองคำทุบสถิติราคาใหม่ที่ $4,550 ทรอยออนซ์ 

ท่ามกลางการพุ่งทะยานของราคาทองคำที่บวกขึ้นกว่าเท่าตัว Peter Schiff เตือนว่านี่คือสัญญาณเตือนภัยวิกฤตเงินเฟ้อสหรัฐฯที่อาจรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ในฝั่งคริปโต Tether ยืนยันหนักแน่นว่าเหรียญทองคำดิจิทัลอย่าง XAUt มีทองคำแท้หนุนหลังเต็มจำนวน มูลค่ารวมกว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์ มั่นใจได้ว่าทุกเหรียญมีค่าเท่าทองคำจริง

สำหรับสายออมทองในไทย แม้เราจะคุ้นชินกับการออมทองอยู่แล้ว แต่ XAUt และหน่วยย่อยอย่าง Scudo (ราคาประมาณ 139 บาท) มีจุดเด่นที่เหนือกว่า คือ ‘สภาพคล่อง’ ที่ถอนออกได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องรอสะสมให้ครบสลึงเหมือนการออมทองแบบเดิมๆ หากในอนาคตเข้าถึงคนไทยได้ง่ายขึ้น นี่อาจเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจมากสำหรับนักลงทุนรายย่อย”

ที่มา : Cointelegraph