<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เลิกเทรดด้วย ‘ใจ’ ถ้าไม่อยากเจ๊ง! เผย 5 เหตุผลทำไมเม่าไทยถึงอาจพลาด Supercycle 2026

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

เคยสงสัยไหมครับ? ทำไมเวลาเรามั่นใจสุดขีดว่าตัวนี้พุ่งแน่ ราคามันถึงชอบดิ่งสวน หรือบางทีพอตัดสินใจ “คัท” ปุ๊บ ราคาก็เด้งใส่หน้าปั๊บเหมือนโดนแกล้ง ใครที่กำลังเจอแบบนี้อยู่ บอกเลยว่าคุณไม่ได้คิดไปเองคนเดียว

แม้ปี 2026 หลายคนบอกว่าเป็นปีทองของคริปโต หรือ Supercycle 2026 แต่กลับยังมีนักเทรดไทยอีกจำนวนมากที่พอร์ตยังคงแดงเถือก ซึ่งสาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะเรามักจะใช้ความรู้สึกแทนข้อมูลดาต้าในการตัดสินใจเทรด

วันนี้ Siam Blockchain จะพาไปทุกคนไปเจาะลึก 5 ข้อผิดพลาดคลาสสิกที่เป็นกำแพงกั้นความร่ำรวยของคุณ

ยึดติดกับ “เหรียญซิ่ง” จนลืมมอง Real World Utility

ข้อแรกของความผิดพลาดที่เป็นกันเยอะมาก คือการติดภาพจำจากตลาดรอบก่อนๆ ที่ซื้อเหรียญกระแสแล้วรวยข้ามคืน แต่ความเป็นจริงของการเทรดคริปโตปี 2026 คือเงินก้อนใหญ่จากสถาบันไหลเข้าเฉพาะโปรเจกต์ที่มีพื้นฐานแน่นเท่านั้น

ปัจจุบันเทรนด์โลกพุ่งไปที่ RWA (Real World Assets) และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ใช้งานได้จริง การเอาเงินทั้งหมดไปทิ้งไว้กับเหรียญที่ไม่มีที่มาที่ไป เพียงเพราะเห็นกราฟมันพุ่งแรง คือเหตุผลอันดับต้นๆ ที่ทำให้เราพลาดรถด่วนขบวนหลักที่สถาบันเขากำลังไล่เก็บกันอย่างเงียบๆ 

เชื่อข่าวลือ “โซเซียล” มากกว่า On-chain Data

นักเทรดไทยส่วนใหญ่ชอบตามข่าวจากโซเซียล กลุ่มปิด หรืออินฟลูฯ ที่บอกว่า “เหรียญนี้กำลังจะมา” โดยไม่ได้เช็กข้อมูลอย่างละเอียดในขณะที่นักลงทุนระดับโลกเขาดูข้อมูลบนออนเชนกันเป็นหลัก 

แน่นอนว่าข้อมูลบนบล็อกเชนนั้นโกหกไม่ได้ นักลงทุนเหล่านี้สามารถดูว่าเจ้ามือตัวจริงโอนเหรียญเข้าหรือออกกระดานเทรดตอนไหน หรือปริมาณการถือครองของรายใหญ่เพิ่มขึ้นไหม การไปไล่ซื้อตามคำบอกเล่าโดยไม่ดูข้อมูลดาต้าประกอบ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินหลับตาข้ามถนนท่ามกลางรถที่วิ่งสวนมาด้วยความเร็วสูง ทั้งเสี่ยง ทั้งอันตราย

ใช้ “สัญชาตญาณ” สู้กับระบบ AI Trading

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของปี 2026 เราต้องยอมรับว่าเราสู้ความเร็วของบอทไม่ได้ปัจจุบันปริมาณการซื้อขายมหาศาลมาจาก AI Trading Bots และอัลกอริทึมที่ถูกออกแบบมาเพื่อดึง Liquidity จากรายย่อย

การที่เราเทรดด้วยความรู้สึกว่า “มันลงมาเยอะแล้วนะ น่าจะรับอยู่” มักจะเป็นกับดักที่บอทพวกนี้วางไว้เสมอ ถ้าเราไม่เริ่มใช้เครื่องมือวิเคราะห์ที่เป็นระบบ หรือศึกษาการใช้ AI มาช่วยคัดกรองสัญญาณเทรด เราจะกลายเป็นเพียง “เหยื่อ” ในสนามที่เสียเปรียบตั้งแต่วินาทีแรก

Leverage สูงเกินไปจนกลายเป็น “หายนะ”

ในยุคที่ตลาดผันผวนสูง การใช้ Leverage 50x หรือ 100x คือ การฆ่าตัวตายทางอ้อมเพราะในปัจจุบันเจ้ามือมีเครื่องมือล้างพอร์ตที่แม่นยำมาก หรือที่เรียกว่า Stop Loss Hunt

พวกเขาแค่ลากราคาไปแตะจุดที่คนส่วนใหญ่ตั้ง SL ไว้เพียงเสี้ยววินาทีเพื่อเคลียร์รายย่อยออกไปก่อน แล้วค่อยดันราคาไปในทิศทางที่ถูกต้อง การที่คุณพอร์ตแตกก่อนที่กราฟจะพุ่งตามที่คุณเดาไว้ คือความเจ็บปวดที่เกิดจากการบริหารความเสี่ยงไม่เป็นและรู้ไม่เท่าทันเจ้ามือเหล่านี้ ซึ่งบางครั้งเจ้ามือเหล่านี้กำลังเล่นกับ ‘Herd Mentality’ หรือชุดความคิดแบบเดียวกันเป็นหมู่คณะ ซึ่งแม้จะมีจำนวนที่มากแต่ไม่มีกำลังมากพอจะต่อสู้ได้

ขาดกลยุทธ์ Exit Strategy : กำไรที่ยังไม่ได้ขาย คือ “กำไรทิพย์”

ข้อสุดท้ายคือ สิ่งที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักพลาด นักเทรดทุกคนจะเก่งตอนซื้อ แต่ตกม้าตายตอนขาย หากเรามักไม่มีแผนทำกำไรที่ชัดเจน พอเห็นกำไร 100% ก็อยากได้ 1,000% สุดท้ายจากกำไรมหาศาลกลายเป็นขาดทุนเพียงเพราะ “ความโลภ” ของตัวเอง

อย่าลืมว่า Supercycle มีจุดจบของมันเสมอ คนที่รวยจริงๆ ไม่ใช่คนที่เห็นตัวเลขกำไรสูงสุด แต่คือ คนที่วินัยจัดและรู้ว่าควรจะพอที่ตรงไหนเพื่อรักษาเงินต้นและกำไรออกมาใช้ในชีวิตจริง

ปรับกลยุทธ์การเทรดอย่างไรให้รอดในปี 2026?

สุดท้ายแล้ว การจะรอดจากการเป็น “เม่า” ในปี 2026 ไม่ได้วัดกันที่ว่าใครมีสูตรลับหรือได้ข่าววงในไวกว่าใคร แต่วัดกันที่ใครมีวินัยมากกว่ากัน

ในวันที่ตลาดคริปโตมันบ้าคลั่งทุกอย่างจะดูน่าซื้อไปหมด แต่กำไรที่เห็นในจอมันคือตัวเลขสมมติจนกว่าคุณจะกดขายแล้วถอนเงินออกมาใช้ได้จริง เลิกเอาเงินเก็บทั้งชีวิตไปเดิมพันกับความรู้สึกชั่ววูบ หรือเทรดตามอารมณ์เพราะเห็นคนอื่นรวย

ดังนั้น เทรดเดอร์ควรหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผน มีจุดกำไรที่พอใจ มีจุดยอมแพ้ที่ชัดเจน และหมั่นทำการบ้านกับข้อมูลจริงๆ ให้มากขึ้น  ตลาดรอบนี้โอกาสเยอะมากก็จริง แต่ถ้าคุณยังใช้ “ใจ หรือ อารมณ์” เทรดแบบเดิมๆ ต่อให้ตลาดพุ่งไปถึงดวงจันทร์ คุณก็อาจจะยังติดดอยอยู่ที่เดิม 

บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

บทความที่เกี่ยวข้อง