เข้าสู่ปี 2026 กันแล้ว ตลาดคริปโตในบ้านเรายังคงคึกคักและเข้มข้นกว่าเดิมเยอะเลย ใครที่กำลังมองหาลู่ทางขยับขยายพอร์ต หรือเป็นมือใหม่ที่อยากกระโดดเข้ามาแจมในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล สิ่งสำคัญที่สุดที่ห้ามมองข้ามเลยก็คือ “ความปลอดภัย” และการเลือกใช้งานกระดานเทรดที่ไว้ใจได้
ในบทความนี้ทางสยามบล็อกเชน จะมาแนะนำ 5 กระดานเทรดที่ถูกกฎหมายในปี 2026 ที่ได้รับใบอนุญาตการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจากทาง ก.ล.ต. พร้อมข้อดีข้อเสีย แล้วเปรียบเทียบฟีเจอร์ และค่าธรรมเนียม มาดูกันว่า เว็บเทรดแต่ละเจ้า จะเป็นอย่างไรกันบ้าง และเจ้าไหนจะตอบโจทย์สไตล์การเทรดของคุณมากที่สุด
1. Bitkub

เจ้าตลาดเบอร์หนึ่งที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ปี 2026 นี้ Bitkub ยังคงรักษามาตรฐานการเป็นกระดานเทรดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในไทยไว้ได้เหมือนเดิม จุดเด่นคือความ “ใช้ง่าย” และการซัพพอร์ตภาษาไทยที่เข้าถึงใจสุดๆ
ข้อดีของ Bitkub
- เป็นเว็บเทรดที่มีวอลุ่มการเทรดสูงที่สุดในประเทศ หมดปัญหาเรื่องสภาพคล่องต่ำ
- มีเหรียญจำนวนมากให้เลือกเทรด มากกว่า 228 สกุล และแต่ละเหรียญสามารถเทรดเป็นสกุลเงินบาทได้เลย
- ใช้งานง่าย มีคู่มือศึกษาให้เพียบพร้อม มีตัวอย่างผู้ใช้จริงมากมาย
ข้อเสียของ Bitkub
- ไม่สามารถเทรดเหรียญมีมได้หลากหลาย (ยกเว้น Dogecoin, BONK,PENGU,Memecoin)
- ค่าธรรมเนียมการเทรดสูงถึง 0.25%
- มีการปิดปรับปรุงระบบบ้าง ทำให้นักลงทุนต้องตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา
ค่าธรรมเนียม : การเทรดอยู่ที่ 0.25% (อาจมีโปรโมชันลดค่าธรรมเนียมตามระดับสมาชิก)
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ
แอปพลิเคชัน Bitkub เวอร์ชันล่าสุด ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของนักเทรดอย่างตรงจุด
- เทรดลื่นไหล เร็วกว่าที่เคย: สัมผัสประสบการณ์การเทรดที่เหนือกว่าด้วยประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันที่ตอบสนองได้รวดเร็วและมีเสถียรภาพสูงสุด
- ไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญด้วย Order Book แบบสตรีมมิ่งสด (Live Streaming) ทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหวของตลาดได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้อ่านแนวโน้มและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ
- ออกแบบเพื่อนักเทรดทุกระดับ: มาพร้อมอินเทอร์เฟซที่สะอาดตาและใช้งานง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น พร้อมเครื่องมือเทรดขั้นสูง (Advanced Trading) ที่ครบครันสำหรับนักเทรดมืออาชีพ
2. Binance TH

เว็บเทรด Binance TH ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Binance Global เว็บเทรดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ Gulf Innova บริษัทลูกของ Gulf energy ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทย ทั้งนี้แม้จะพึ่งเปิดตัวมาได้ไม่นานแต่ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของทั้งสองบริษัทนั้นเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
ข้อดีของ Binance TH
- สามารถใช้งานร่วมกับ Binance Global ได้ในด้านต่าง ๆ
- สามารถเทรดเหรียญอื่น ๆ ได้มากกว่า โดยให้บริการคู่เหรียญที่จับคู่กับ USDT มากกว่า 110 คู่เหรียญ และมีแผนจะเพิ่มให้ครบ 350+ คู่ เนื่องจากมีในอนุญาตการเป็น Broker
- แพลตฟอร์มสามารถดึงสภาพคล่องมาจาก Global ได้ จึงมีสภาพคล่องที่สูง
ข้อเสียของ Binance TH
- มีคู่เทรดสกุลเงินบาทที่น้อย และเหรียญส่วนใหญ่ต้องทำการตั้งคำสั่งซื้อผ่าน Broker
- ฟีเจอร์ต่าง ๆ ใน Binance Global ไม่สามารถใช้งานได้เช่นการ Stake
- ยังไม่รองรับการบริการลูกค้า 24 ชั่วโมงอย่างเต็มรูปแบบ เช่น Call center
ค่าธรรมเนียม : ค่าธรรมเนียมเทรด Binance TH คือ 0.25% สำหรับคู่เงินบาท (THB) กับคริปโต และ 0.1% สำหรับคู่คริปโตกับคริปโต โดยค่าธรรมเนียมจะถูกหักเป็นสินทรัพย์ที่คุณได้รับหลังการเทรด (เช่น ซื้อ USDT ด้วยบาท ค่าธรรมเนียมจะถูกหักจาก USDT ที่ได้รับ).มีการรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เข้าไปในอัตรานี้แล้ว และมีบริการฝากเงินบาทฟรี แต่ถอนมีค่าธรรมเนียม
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ
- Easy Buy/Sell – แปลง THB เป็นคริปโต หรือกลับกัน ได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเทรดแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือเทรดขั้นสูง
- Spot Trading – เทรดคริปโตด้วยราคาตลาดแบบเรียลไทม์
- THB On/Off Ramp – ฝากหรือถอนเงินบาทผ่านบัญชีธนาคารได้ทันที
3. Orbix

กระดานเทรดจากค่ายกสิกร (K-Bank) ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือแบบสถาบันการเงิน ใครที่เน้นความชัวร์และชอบสิทธิพิเศษแนวไลฟ์สไตล์ต้องเจ้านี้เลย
ข้อดีของ Orbix
- ดูแลโดยเครือธนาคารกสิกร ที่มีความปลอดภัยสูง
- ยืนยันตัวตน KYC ได้ทันทีผ่าน NDID หากมีบัญชี K+
- มีระบบช่วยคำนวณต้นทุนเหรียญแบบอัตโนมัติ ทำให้รู้กำไรขาดทุนทุกเหรียญ โดยไม่ต้องเสียเวลาคำนวณ
ข้อเสียของ Orbix
- มีจำนวนฐานผู้ใช้งาน และสภาพคล่องที่ยังค่อนข้างต่ำ
- ค่าธรรมเนียมการเทรดอยู่ในเรตที่ค่อนข้างสูงที่ 0.25%
ค่าธรรมเนียม : มีค่าธรรมเนียมซื้อ-ขายมาตรฐานอยู่ที่ 0.25% ต่อรายการ สำหรับทุกเหรียญ แต่มีโปรโมชันให้เทรดฟรี หรือรับคืนค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไขกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การกรอกโค้ดโปรโมชั่น
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ
- Price Alert ฟีเจอร์ตั้งเตือนราคาที่ใช่ ไม่ต้องเฝ้าจอ
- Wallet Lock ฟีเจอร์ช่วยล็อกกระเป๋าสองชั้น และปลดล็อกผ่านการสแกนใบหน้า
- orbix Balance ฟีเจอร์ที่จะช่วยเรียกดูข้อมูลกำไร หรือขาดทุนแยกรายเหรียญ ในการตรวจสอบสุขภาพของ Crypto Portfolio ของคุณ
4.Innovest X

Innovest X เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนซื้อขายเหรียญคริปโตที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับเดียวกับธนาคาร เป็นแอปพลิเคชันจากฝั่ง SCBX ที่รวมโลกการลงทุนไว้ในที่เดียว ไม่ใช่แค่คริปโต แต่คุณสามารถเทรดหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และกองทุนได้ในแอปเดียวจบ
โดยได้คัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีคุณภาพ ผ่าน Listing Rules ที่ได้รับการอนุมัติจาก ก.ล.ต. รวมถึงการวิเคราะห์ผลการตรวจสอบ Smart Contract โดยมีการทบทวนคุณสมบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ
ข้อดี
- สภาพคล่องสูง เพราะแพลตฟอร์มมีการเชื่อมต่อกับ Regulated Exchange ระดับโลก
- มั่นใจด้วยความปลอดภัยระดับสูงสุด เทรดคริปโตด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับเดียวกับธนาคาร และเชื่อมต่อทุกระบบที่มี Cyber Security Certificate ระดับสูงสุด
- สะดวกสำหรับคนที่มีพอร์ตหลายอย่าง ไม่ต้องโหลดหลายแอป จัดการเงินง่ายมาก
ข้อเสีย
- เหรียญคริปโตที่มีให้เลือกจำกัดกว่า อาจมีเหรียญคริปโตให้เลือกน้อยกว่าแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างกว่า
- หน้าตาแอปอาจจะดูซับซ้อนไปนิดสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเทรดแค่คริปโตอย่างเดียว
ค่าธรรมเนียม : การเทรดคริปโตที่ InnovestX มีค่าธรรมเนียม 0.2% ของมูลค่าการซื้อขาย และ 0.1% สำหรับ USDT/THB ในวันธรรมดา (ไม่รวมวันหยุดธนาคาร)

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ
- Conditional Order เทรดได้แม้ไม่อยู่หน้าจอเพื่อทั้งล็อกกำไร และตัดขาดทุน ด้วยการตั้ง Take Profit, Stop Loss พร้อมกัน รวมถึงตั้งคำสั่งล่วงหน้าแบบ Stop Market, Stop Limit และ Trailing Stop เพื่อควบคุมจังหวะการลงทุนได้ตามแผน
- Price Alert แจ้งเตือนเมื่อราคาแตะระดับเป้าหมาย
- Real-time Market Data จาก Nasdaq ข้อมูลคุณภาพที่สะท้อนราคาซื้อขายจริงจากตลาดสหรัฐฯ (Subscription $1/เดือน)
- Markets Overview & Heatmap มองภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลก พร้อม Heatmap แสดงความเคลื่อนไหวครบทุก Sector และรายตัว
- Personalized Advisory แจ้งข่าว ข้อมูลการลงทุนสำคัญ รวมถึง Corporate Action, Portfolio Alert ที่ตรงกับพอร์ตของคุณ
- Invest Ideas กลยุทธ์และคำแนะนำจาก InnovestX สำหรับนักเทรดและนักลงทุน พร้อมไอเดียตามเทรนด์สำคัญ เช่น Mega Trends, Talk of the Town, Top Investors
- INVX Point ใหม่ สะสมคะแนนจากทุกการซื้อ-ขาย ทุกสินทรัพย์ เพื่อนำไปแลกเป็นค่าธรรมเนียม หรือส่วนลดกองทุนผ่านแอป InnovestX
5. Bitazza

Bitazza กระดานเทรดที่เป็นมากกว่าแค่ที่ซื้อขายเหรียญ แต่เน้นการสร้างคอมมูนิตี้และ Ecosystem ของตัวเองอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะการใช้ Crypto ในชีวิตจริง
ข้อดี
- เหรียญให้เลือกเทรดเยอะ: เนื่องจากเป็น Broker จึงมีเหรียญจำนวนมาก (มากกว่าเว็บเทรดที่เป็น Exchange ทั่วไปในไทยบางแห่ง) รวมถึงเหรียญที่เป็นกระแสในตลาดโลก
- ระบบ Bitazza Levels & FDM Token: มีการใช้เหรียญ Freedom Token (FDM) เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด ซึ่งลดได้สูงสุดถึง 75% และมีระบบสะสมระดับเพื่อรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม
- Freedom Card: มีบริการบัตรเติมเงิน (Visa Card) ที่ให้เราสามารถเปลี่ยนคริปโตเป็นเงินบาทเพื่อใช้จ่ายผ่านบัตรได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมรับ Cash Back เป็นเหรียญคืนมา
- สภาพคล่องสูง: ด้วยการเชื่อมต่อกับเว็บเทรดระดับโลก ทำให้การซื้อขายเหรียญจำนวนมาก (Large Order) ทำได้ง่ายและราคาไม่เพี้ยนมาก (Slippage ต่ำ)
- รองรับเงินบาท (THB): ฝาก-ถอนเงินบาทได้สะดวกรวดเร็วผ่านระบบ Mobile Banking ของไทย
ข้อเสีย
- ค่าธรรมเนียมพื้นฐานค่อนข้างสูง: หากไม่ได้ใช้เหรียญ FDM หรือไม่ได้อยู่ในระดับ Level ที่สูง ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 0.25% ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งบางเจ้าที่เน้นตัดราคา
- ความซับซ้อนของ Ecosystem: สำหรับมือใหม่อาจจะงงกับความแตกต่างระหว่าง Bitazza Thailand (ที่กลต. คุม) กับ Bitazza Global รวมถึงการใช้งาน Token (BTZ เดิม และ FDM ใหม่)
- แอปพลิเคชันมีฟีเจอร์เยอะเกินไป: ในบางครั้งผู้ใช้อาจรู้สึกว่า UI ของแอปดูหน้าตา และซับซ้อนกว่าเว็บเทรดที่เน้นความเรียบง่าย
- การบริการลูกค้า : ในช่วงที่ตลาดผันผวนหนักหรือมีผู้ใช้งานจำนวนมาก อาจมีการตอบกลับที่ล่าช้าในบางกรณีตามรีวิวของผู้ใช้งานในโซเชียลมีเดีย
ค่าธรรมเนียม : หากคุณไม่ได้ถือเหรียญ FDM หรือไม่ได้เลือกใช้ FDM จ่ายค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมปกติ: อยู่ที่ 0.25% ต่อรายการ (ทั้งฝั่งซื้อและขาย)
หมายเหตุ: ในบางช่วงอาจมีโปรโมชั่นเฉพาะคู่เหรียญ เช่น BTC/THB, ETH/THB หรือ USDT/THB ที่ลดเหลือ 0.1% หรือลด 50% ตามแคมเปญในช่วงนั้นๆ
การใช้เหรียญ FDM เพื่อเป็นส่วนลด สามารถลดได้ สูงสุดถึง 75% ทำให้ค่าธรรมเนียมลดลงเหลือเพียง 0.0625% เท่านั้น โดยระดับส่วนลดจะขึ้นอยู่กับปริมาณ FDM ที่คุณถือ (Staking/Holding)
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ
- บันทึกรูปแบบกราฟเทคนิค ไม่ต้องวาดกราฟใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งาน
- มีภารกิจให้ทำภายในแอป (เช่น การเทรดตามเงื่อนไข หรือร่วมกิจกรรมคอมมูนิตี้) เพื่อสะสม Freedom Shards (FDS)
- Rewards นำ Shards ที่ได้ไปแลกเป็นของรางวัลจริง (Real-world rewards) เช่น บัตรของขวัญร้านค้า สินค้า Limited Edition หรือสิทธิพิเศษในอีเวนต์ต่างๆ
- Social & Chat มีระบบแชทและกลุ่มคอมมูนิตี้ในแอป Freedom World เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการลงทุน

