Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้งเครือข่าย Cardano (ADA) และหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการคริปโทฯเคอร์เรนซี ได้ออกมายอมรับเกี่ยวกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมตลอด 4 ปีที่ผ่านมา รวมถึงความผิดหวังที่มีต่อประเด็นทางการเมือง
Hoskinson กล่าวว่าในด้านของเทคโนโลยี คริปโทฯไม่ได้ล้มเหลวแต่ความโกลาหลทางการเมืองจากสหรัฐฯ ต่างหากที่ทำให้ตลาดต้องรับเคราะห์ ซึ่งตัวเขาเองก็สูญเงินส่วนตัวไปแล้วมากถึง $2.5 พันล้านดอลลาร์
จริงอยู่ที่ว่าการมาถึงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวคริปโทฯ แต่เมื่อได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีแล้วรัฐบาลทรัมป์กลับทำผลงานได้ไม่ตรงตามที่เขาคาดหวัง
Hoskinson โจมตีการเปิดตัวเหรียญมีม TRUMP ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมแทนที่จะนำเวลาไปสร้างความชัดเจนโปร่งใสให้กับอุตสาหกรรม กลายเป็นว่าความหวังที่คิดว่ารัฐบาลจะเข้ามาทำให้ชาวคริปโทฯรวยขึ้น ต้องเป็นฝันร้ายเพราะสิ่งแรกที่พวกเขาทำคือการ rugpull สูบเงินจำนวนมากออกจากตลาดไม่ต่างจากสแกมเมอร์
แม้ว่าในปัจจุบัน Bitcoin จะเริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัว แต่ Hoskinson มองว่าตลาดคริปโทฯโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Altcoin ในปี 2026 จะหยุดชะงัก เพราะปีนี้ไม่ใช่ปีของตลาดกระทิงขาขึ้น แต่เป็นปีสำหรับการรีเซ็ต ตอนนี้นักลงทุนต่างเหนื่อยล้าเหลือเกินกับคำหวานที่คอยบอกว่าจะได้ผลกำไรเป็นสิบเท่าแต่ก็ยังไม่มาสักที
ทั้งนี้ Hoskinson มองว่าอนาคตของวงการคริปโทฯจะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี “รุ่นที่ 4” เพราะโครงสร้างต่างๆในปัจจุบัน (Wallet, Private keys, DEX) มีความซับซ้อนและจำเป็นต้องเปลี่ยน
เขายกตัวอย่างจากเรื่องของ Starbucks ว่า พนักงานไม่เคยต้องมาอธิบายที่ละขั้นตอนในการสั่งกาแฟลาเต้แก้วหนึ่ง สิ่งที่ลูกค้าทำก็แค่เดินเข้าไปแล้วก็สั่ง ซึ่งคริปโทฯควรจะเป็นแบบนั้น มันควรที่จะง่าย อารมณ์ประมาณว่าผู้ใช้อยากซื้อคริปโทฯในราคานี้ จากนั้นก็ให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของเทคโนโลยีของจัดการอยู่เบื้องหลังไม่ต้องผลักภาระให้ผู้ใช้
ที่สำคัญไปกว่านั้น Hoskinson ระบุว่า เรื่องของคริปโทฯควรจะเป็นกลางไม่มีการเอนเอียงไปยังประเทศใด หรือมหาอำนาจใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดของ “American crypto” ที่เป็นการขัดแย้งกับรากฐานต้นกำเนิดของคริปโทฯเคอร์เรนซี
อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงโปรเจกต์ของเขาอย่าง Cardano ตัวของ Hoskinson กล่าวว่าขณะนี้เครือข่ายได้บรรลุโครงสร้างการปกครองแบบกระจายศูนย์อย่างสมบูรณ์แล้ว แต่เขาได้กล่าวเตือนทิ้งท้ายว่าภายในปี 2026 ตลาดคริปโทฯ จะตกอยู่ในมือของสถาบันการเงินจากวอลล์สตรีทและกลายสภาพเป็น ‘หอคอยแห่งการสอดแนมดิจิทัล’ หรือไม่เช่นนั้น ตลาดก็จะกลับคืนสู่เงื้อมมือของผู้ใช้งานผ่านการปฏิวัติโดยผู้ใช้รายย่อย
ที่มา : Bitcoinsistemi
