เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา Vitalik Buterin ผู้สร้าง Ethereum ได้ออกมาแสดงความเห็นที่น่าสนใจว่า กลุ่ม Bitcoin Maximalists หรือกลุ่มที่เชื่อมั่นใน Bitcoin จริง ๆ แล้ว “คิดถูก” ในเรื่องการโหยหา อธิปไตยดิจิทัล
Vitalik Buterin มองว่า อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันกำลังเดินหน้าไปสู่ระบบที่ถูกควบคุมโดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งค่อย ๆ ริบอำนาจไปจากผู้ใช้งานทีละน้อยโดยที่เราไม่รู้ตัว
Vitalik ย้ำว่า ปัญหาที่น่ากลัวไม่ใช่แค่เรื่องการแทรกแซงจากรัฐบาลเท่านั้น แต่คือการที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ คอยจ้องจะเก็บข้อมูล ดูดเวลา และใช้จิตวิทยาชี้นำพฤติกรรมของผู้คน เพื่อสร้างผลกำไรให้ตัวเอง ซึ่งแนวคิดการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่มีใครควบคุมได้อย่าง Bitcoin จึงกลายเป็นเกราะป้องกันสำคัญในโลกที่ถูกผูกขาดเช่นนี้
Vitalik Buterin ได้คาดการณ์ว่า อินเทอร์เน็ตในอนาคต จะแตกออกเป็น 3 ขั้วใหญ่โดยขั้วแรกคือ Open Web หรือเว็บแบบเปิดที่เราคุ้นเคยกัน ขั้วที่สองคือ Fortress Web หรือเว็บป้อมปราการที่ถูกควบคุม และคัดกรองอย่างเข้มงวดโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ และขั้วที่สามคือ Sovereign Web ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดเล็ก แต่เน้นการเข้ารหัส เพื่อให้ผู้ใช้งาน มีอำนาจตัดสินใจและมีความเป็นส่วนตัวสูงสุด
Vitalik ระบุว่า เขาเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ประมาณ 60% แต่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือ การลากเส้นแบ่งให้ชัดเจนระหว่าง “ระบบที่ผู้ใช้งานเป็นเจ้าของ และสามารถควบคุมได้จริง” กับสิ่งที่เขาเรียกว่า “corposlop”
ซึ่งคำว่า “Corposlop” ที่ Vitalik ใช้นิยาม คือโลกออนไลน์ยุคปัจจุบันที่ฉาบหน้าด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดีและสะดวกสบาย แต่มันคือการรวมตัวกันของกลยุทธ์ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ใช้เพื่อควบคุมเรา ตั้งแต่การใช้ การตลาดหรู ๆ และ อัลกอริทึม ที่คอยป้อนคอนเทนต์ซ้ำ ๆ เพื่อดักจับสายตา ไปจนถึงการสร้าง แพลตฟอร์มแบบปิด ที่พยายามกักขังไม่ให้เราหนีไปไหน พร้อมกับแอบ เก็บข้อมูลส่วนตัว ของเราไปสร้างผลกำไรอยู่ตลอดเวลา
สิ่งที่น่ากลัวคือ คอนเทนต์เหล่านี้มักจะถูกทำให้ “ปลอดภัยและเป็นมิตร” จนเกินไป จนขาดความลึกซึ้ง ซึ่ง Vitalik มองว่า กระบวนการทั้งหมดนี้กำลังกัดกิน “อิสรภาพและอธิปไตย” ของผู้ใช้งานไปอย่างช้า ๆ โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว
Vitalik Buterin ชี้ให้เห็นว่ากลุ่ม Bitcoin Maximalists เป็นกลุ่มที่มองเห็นปัญหาเรื่องการผูกขาดอำนาจดิจิทัลมานานแล้ว
การที่พวกเขาแสดงท่าทีต่อต้านทั้งการระดมทุนเหรียญใหม่ ๆ ( ICO), เหรียญ Altcoins หรือแอปพลิเคชันที่ซับซ้อนเกินไป ไม่ได้เกิดจาก ใจที่แคบหรือหัวโบราณ แต่เป็นความพยายามที่จะรักษา Bitcoin ให้บริสุทธิ์ และไม่ถูกกลืนกินโดยแรงจูงใจทางธุรกิจหรือผลกำไรของบริษัทใหญ่
อย่างไรก็ตาม Vitalik มองว่า จุดที่ชาว Bitcoin สายสุดโต่งพลาดไปคือ การไปฝากความหวังไว้กับการ “สั่งห้าม” หรือรอให้ “รัฐบาล” เข้ามาช่วยจำกัดสิ่งต่าง ๆ แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การสร้าง เครื่องมือทางเทคโนโลยี ใหม่ ๆ ที่จะช่วยเพิ่มอำนาจให้อธิปไตยดิจิทัลของผู้ใช้งานได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับภาพลักษณ์ของ Sovereign Web หรืออินเทอร์เน็ตที่คืนอำนาจให้ผู้ใช้นั้น Vitalik Buterin มองเห็นอนาคตที่แอปพลิเคชันจะเปลี่ยนมาใช้ระบบ “Local-first” หรือการเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในเครื่องของเราเองแทนที่จะส่งไปฝากไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทใหญ่
ในส่วนของโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้งานต้องเป็นคนเลือก “อัลกอริทึม” หรือควบคุมฟีดข่าวด้วยตัวเอง ไม่ใช่ถูกแพลตฟอร์มป้อนข้อมูลเพื่อปั่นหัว ด้านระบบการเงินก็ต้องมีความรับผิดชอบ ไม่มุ่งเน้นแต่การเก็งกำไรจนเสี่ยงสุดโต่ง
และที่สำคัญคือต้องมี AI แบบ Open AI ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่เคารพความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่ AI ที่มาเพื่อแย่งงานหรือเก็บข้อมูลเราไปใช้ประโยชน์
สำหรับ Vitalik Buterin แล้ว การก้าวเข้าสู่ยุค Sovereign Web ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่มันคือ “การต่อสู้ทางวัฒนธรรม” ครั้งใหญ่
Vitalik Buterin ต้องการให้เราปรับเปลี่ยนวิธีคิดและลุกขึ้นมาปฏิเสธระบบออนไลน์แบบเดิม ๆ ที่คอยแต่จะดูดกลืนอำนาจและความเป็นส่วนตัวไปจากเรา แล้วหันมาสนับสนุนหรือสร้างซอฟต์แวร์ที่ “คืนการควบคุม” กลับมาไว้ในมือของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
ซึ่งหัวใจสำคัญที่ Vitalik ฝากไว้คือ เราต้องไม่เป็นเพียงผู้ถูกเลือก แต่ต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางชีวิตดิจิทัลของตัวเองผ่านเครื่องมือที่เคารพในเสรีภาพของเรา
ที่มา : cryptopotato

