กลายเป็นเรื่องราวสุดสลดที่ทำเอาชาวเน็ตและนักลงทุนคริปโตทั่วโลกต้องหนาวๆ ร้อนๆ ไปตาม ๆ กัน เมื่อเกิดเหตุการณ์ “ปล้นผิดตัว” ขึ้นที่เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม เมื่อช่วงคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
เรื่องของเรื่องคือ มีโจรสวมหน้ากาก 2 คน วางแผนมาอย่างดี บุกเข้าไปในบ้านของแพทย์หญิงวัย 60 ปี เพราะปักใจเชื่อว่าเธอคือ นักลงทุนรายใหญ่ที่มีคริปโตเคอร์เรนซีมหาศาลซุกซ่อนอยู่ แต่ความจริงกลับตลกร้ายกว่านั้น เพราะเธอไม่มีสินทรัพย์ดิจิทัลอะไรเลยแม้แต่เหรียญเดียว
ความโชคร้ายไม่ได้หยุดอยู่แค่การปล้นผิดบ้านครับ เพราะพอโจรหา Hardware Wallet ไม่เจอ พวกเขาก็เริ่มใช้ความรุนแรงเพื่อเค้นเอา “รหัสผ่าน” จากเหยื่อที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ผลที่ตามมาคือ พวกมันจัดการจับเธอใส่กุญแจมือเพื่อไม่ให้ขัดขืน ก่อนจะลงมือ ทุบตีเข้าที่บริเวณใบหน้าอย่างหนักซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเหยื่อบาดเจ็บสาหัสและเสียโฉม เพียงเพราะโจรโมโหที่คิดว่าเธอแกล้งปิดบังข้อมูล ทั้งที่ความจริงคือ เธอไม่รู้จักแม้กระทั่งวิธีใช้คริปโตด้วยซ้ำ
จากสถิติที่น่าตกใจของ Jameson Lopp นักวิจัยความปลอดภัยชื่อดัง ระบุว่าปี 2025 ที่ผ่านมา อาชญากรรมแบบบุกถึงตัวพุ่งสูงขึ้นถึง 75% เลยทีเดียวครับ นั่นหมายความว่า มิจฉาชีพเริ่มมองว่าการ “แฮ็กระบบ” มันยากกว่าการ “ปล้นซึ่งหน้า” เพราะแค่ข่มขู่หรือทำร้ายร่างกาย เหยื่อส่วนใหญ่ก็ยอมคายรหัสผ่านให้แล้ว กลายเป็นเทรนด์อาชญากรรมแนวใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมหลายเท่า
ที่น่ากังวลที่สุดคือในปี 2026 นี้ แค่เดือนมกราคมเดือนเดียวก็เกิดคดีลักษณะนี้ไปแล้วถึง 4 เคสในยุโรป โดยเฉพาะในฝรั่งเศสและเบลเยียมที่กลายเป็นจุดอันตรายที่สุดไปแล้วครับ ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่านี่ไม่ใช่การสุ่มปล้นมั่วๆ แต่เป็นอาชญากรรมแบบองค์กรที่มีการซื้อขาย “รายชื่อเป้าหมาย” กันในตลาดมืด แต่เคสคุณหมอท่านนี้คือความผิดพลาดทางข้อมูลของฝั่งโจรที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องมารับกรรม
เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับทุกคนครับว่า ความมั่งคั่งในโลกดิจิทัลอาจกลายเป็นดาบสองคม หากเราเปิดเผยตัวตนหรือมีข้อมูลหลุดรอดออกไปว่าถือครองคริปโตอยู่ แม้เราจะไม่ได้มีเยอะตามที่โจรคิด แต่ความเข้าใจผิดของอาชญากรก็อาจนำความซวยมาเคาะประตูบ้านได้ทุกเมื่อ
ที่มา : livebitcoinnews

