ราคา Bitcoin ในวันนี้ได้ร่วงลงมาเฉียดแตะ $95,000 หลังจากที่ไม่สามารถยืนเหนือระดับราคา $97,000 อันเป็นผลมาจาก funding rate ที่เริ่มหยุดชะงักลงพร้อมกับนักลงทุนรายย่อยเลือกที่จะตัดสินใจจับตารอดูสถานการณ์อยู่ข้างสนาม
การย่อตัวครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นการหยุดพักของ Bitcoin หลังจากที่พุ่งขึ้นมากว่า 8% ตลอดสามวันที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลเปิดเผยว่า การที่ราคา Bitcoin ย่อตัวลงมานั้นอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยตรง

เมื่อคืนวันพฤหัสที่ผ่านมาอัตรา Funding rate ของตลาด perpetual ฟิวเจอร์สได้ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 4% จากเดิมที่ 8%-12% แสดงให้เห็นถึงความต้องการเปิดโพสิชันฝั่งขาขึ้นที่ลดลงจากนักลงทุนรายย่อยที่เลือกใช้วิธีนี้มากกว่าการซื้อสัญญาแบบรายเดือนบนตลาด CME เพราะใกล้เคียงราคาสปอต

จากภาพด้านบนของ Google Trend เห็นชัดว่า การค้นหาคียเวิร์ด “crypto” อยู่ในระดับ 27/100 คะแนน ใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดในรอบปีที่ 22 คะแนน หมายความว่านักลงทุนรายย่อยได้หันไปให้ความสนใจกับสินทรัพย์อื่นมากกว่าสำหรับการเทรดแบบระยะสั้น เช่นแร่เงินที่พุ่งอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

อีกสาเหตุที่ทำให้นักลงทุน Bitcoin ยังกังวล เป็นผลมาจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงปฏิบัติการในเวเนซุเอลา และความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของเฟดต่อรัฐบาล ที่ในตอนนี้กำลังถูกสอบสวนและถูกกดดันจากทรัมป์ให้ลดอัตราดอกเบี้ย
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ในปัจจุบัน Bitcoin ยังคงไม่ถูกยอมรับหรือถูกใช้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในช่วงเวลาที่ยากลำบากเหมือนกับโลหะมีค่า โดยนักเทรดส่วนใหญ่ยังคงกังวลว่าตลาดคริปโตจะเป็นตลาดที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดในช่วงขาลง

อย่างไรก็ตามการที่นักลงทุนรายย่อยไม่ได้ให้ความสนใจในคริปโตอาจไม่ใช่เรื่องน่ากังวลขนาดนั้น เพราะกองทุน Bitcoin ETFs ยังคงทำผลงานได้ดีต่อเนื่องโดยมีมูลค่าของสินทรัพย์แล้วกว่า $1.2 แสนล้าน ในขณะที่บริษัทต่างๆ เช่น Strategy ยังคงทยอยเข้าซื้อไม่หยุด ทำให้ปัจจัยในการที่จะเกิดขาขึ้นยังคงอยู่ต่อไป ซึ่งความเคลื่อนไหวของผู้เล่นเหล่านี้จะเป็นผู้ชี้ชะตาว่า Bitcoin จะกลับไป $100,000 ได้หรือไม่
ที่มา : Cointelegraph

