(16 ม.ค. 2026) – เข้าสู่ปี 2026 อย่างเต็มตัว โลกคริปโทเคอร์เรนซีดูเหมือนจะก้าวข้ามผ่านวัยระเริงมาสู่ช่วง “เติบโตเป็นผู้ใหญ่” (Maturing) อย่างเห็นได้ชัด เมื่อ Cointelegraph ได้เปิดเผยบทวิเคราะห์ที่ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรม โดยระบุว่าปี 2025 ที่ผ่านมาคือปีแห่งการพิสูจน์ “ปัจจัยพื้นฐาน” (Fundamentals) ที่เข้ามาแทนที่กระแสการเก็งกำไรใน Memecoin อย่างสิ้นเชิง
Leonard Dorlöchter ผู้ร่วมก่อตั้ง peaq ให้มุมมองว่า นักลงทุนเริ่มเมินเฉยต่อโปรเจกต์ที่ขายฝันและหันมาโฟกัสที่ “รายได้จริงของโปรโตคอล” (Protocol Revenue) เป็นหลัก ซึ่งหัวหอกสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ DePIN (Decentralized Physical Infrastructure Networks) หรือโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพแบบกระจายศูนย์ ที่พิสูจน์แล้วว่าบล็อกเชนสามารถนำมาใช้กับสินค้าและบริการในโลกความเป็นจริงได้ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายอุปกรณ์ IoT หรือระบบเซิร์ฟเวอร์ ที่สามารถสร้างรายได้ที่วัดผลได้จริงและเปลี่ยนกลับมาเป็นมูลค่าของโทเคน
อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงแซงทางโค้งคือ “Machine Economy” หรือเศรษฐกิจของเครื่องจักร ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่หุ่นยนต์ในโรงงาน แต่หมายถึงยุคที่อุปกรณ์ต่างๆ หุ่นยนต์ หรือแม้แต่ AI Agents สามารถทำธุรกรรม จ่ายเงิน และหารายได้ได้ด้วยตัวเองอย่างอิสระบนเชน (On-chain) โดย Dorlöchter ชี้ว่าปีที่ผ่านมามีการวางมาตรฐาน (Standardization) เสร็จสิ้นแล้ว และปี 2026 นี้จะเป็นปีแห่งการ “ลงสนามจริง” (Production) ที่เราจะได้เห็น AI ออกไปทำงานหาเงินและซื้อทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อดำรงอยู่ด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่การรักษาจิตวิญญาณแห่งความ “กระจายศูนย์” (Decentralization) ท่ามกลางกระแสการยอมรับจากโลกธุรกิจและกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น แต่เป้าหมายสูงสุดยังคงเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นกลาง (Neutral Infrastructure) ให้กับสังคมโลก ซึ่งการเปลี่ยนผ่านจากกระแสเหรียญมีมมาสู่ยุคที่เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริงนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะพา Web3 ไปสู่การยอมรับในวงกว้างอย่างยั่งยืน
ที่มา: @cointelegraph

