bitkub-banner

ศาลสหรัฐฯ ตีตกคำขอ Trump เลื่อนคดีภาษีนำเข้า สงครามการค้าอาจถูกเบรก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ศาลสหรัฐฯ ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาล Trump ที่ขอเลื่อนการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการคืนเงินภาษีนำเข้า ถือเป็นการตรวจสอบอำนาจนโยบายการค้าโดยตุลาการ
  • คำตัดสินนี้ส่งสัญญาณว่าระบบตุลาการพร้อมตรวจสอบนโยบายภาษีนำเข้า ซึ่งอาจเป็นปัจจัยควบคุมการขยายตัวของสงครามการค้า
  • ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตอาจได้รับแรงสนับสนุนเล็กน้อยในระยะสั้น หากนักลงทุนมองว่าอำนาจภาษีนำเข้าถูกจำกัดลง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ศาลปฏิเสธคำร้องรัฐบาล Trump ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง เพราะสะท้อนว่านโยบายภาษีนำเข้าอาจถูกตรวจสอบและจำกัดขอบเขตโดยกระบวนการยุติธรรม ลดความกังวลต่อการยกระดับสงครามการค้าแบบไม่จำกัด อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาคริปโตในระยะใกล้ยังค่อนข้างจำกัด เนื่องจากตลาดมีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อื่นที่ต้องจับตาพร้อมกัน

เมื่อช่วงดึกของวันที่ 3 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Ash Crypto ศาลสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาล Trump ที่พยายามขอเลื่อนการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการคืนเงินภาษีนำเข้า คำตัดสินนี้ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของฝ่ายบริหาร และเป็นสัญญาณว่าระบบตุลาการพร้อมเข้ามาตรวจสอบอำนาจในการกำหนดนโยบายภาษีนำเข้าของ Trump อย่างจริงจัง การเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายบริหารกับระบบศาลครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศการค้าโลกและความเชื่อมั่นของตลาด

อาคารศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นศาลที่ตีตกคำขอของ Trump ในคดีเกี่ยวกับการเลื่อนคดีภาษีนำเข้า
อาคารศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นศาลที่ตีตกคำขอของ Trump ในคดีเกี่ยวกับการเลื่อนคดีภาษีนำเข้า (ภาพจาก: @AshCrypto)

ศาลส่งสัญญาณตรวจสอบอำนาจภาษีนำเข้า

การที่ศาลปฏิเสธคำร้องขอเลื่อนคดีของรัฐบาล Trump ไม่ใช่แค่เรื่องกระบวนการทางกฎหมายธรรมดา แต่สะท้อนให้เห็นว่าตุลาการสหรัฐฯ ไม่พร้อมจะยืดหยุ่นให้ฝ่ายบริหารหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในประเด็นภาษีนำเข้า คดีเกี่ยวกับการคืนเงินภาษีนำเข้านี้มีนัยสำคัญ เพราะถ้าศาลสั่งให้รัฐบาลคืนเงินภาษีที่เรียกเก็บไว้ ก็จะเป็นการบั่นทอนเครื่องมือนโยบายการค้าที่ Trump ใช้เป็นไม้ตายในการกดดันคู่ค้า

นักวิเคราะห์มองว่า หากกระบวนการศาลดำเนินต่อไปและฝ่ายบริหารพ่ายแพ้ในที่สุด จะเกิดบรรทัดฐานทางกฎหมายที่จำกัดอำนาจของรัฐบาลในการใช้ภาษีนำเข้าอย่างกว้างขวางโดยไม่มีการตรวจสอบ ซึ่งในระยะยาวอาจเป็นปัจจัยบวกต่อเสถียรภาพของการค้าโลก

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ในบริบทของตลาดคริปโต ข่าวนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกระดับอ่อน เนื่องจากการตรวจสอบอำนาจนโยบายภาษีนำเข้าโดยตุลาการช่วยลดความไม่แน่นอนของสงครามการค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมาตลอด ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitcoin ปิดแท่งเทียนรายเดือนสีแดงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ในเดือน ก.พ. โดยร่วงลง 15% สะท้อนว่าบรรยากาศตลาดโดยรวมยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง และข่าวเชิงบวกเล็กน้อยอย่างนี้อาจช่วยพยุงความเชื่อมั่นได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าตลาดคริปโตขณะนี้มีปัจจัยกดดันหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูง และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินในยุโรป ผลของคดีภาษีนำเข้าเพียงคดีเดียวจึงไม่น่าจะพลิกทิศทางตลาดได้โดยลำพัง แต่หากรวมกับปัจจัยบวกอื่นๆ เช่น กองทุนคริปโตที่เห็นเงินไหลเข้า $1 พันล้านในสัปดาห์ที่แล้ว ก็อาจช่วยหนุนให้ตลาดฟื้นตัวได้ในระยะสั้น

ท่าทีของ Trump และเส้นทางข้างหน้า

รัฐบาล Trump ยังมีทางเลือกในการต่อสู้ทางกฎหมายต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการอุทธรณ์หรือใช้ช่องทางนิติบัญญัติเพื่อรักษาอำนาจด้านภาษีนำเข้าไว้ แต่ทุกขั้นตอนที่ผ่านไปจะยิ่งสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาด นักลงทุนจึงต้องจับตาทั้งผลของคดีนี้และท่าทีของฝ่ายบริหารในการตอบสนอง โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์โลกยังมีความเปราะบางสูง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ยังได้รายงานด้วยว่า ประธานาธิบดี Trump มีกำหนดแถลงต่อชาติเรื่องอิหร่าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในช่วงนี้มีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์หลายเรื่องที่ต้องติดตามพร้อมกัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำตัดสินของศาลครั้งนี้น่าสนใจในแง่หลักการมากกว่าผลกระทบระยะสั้น เพราะมันส่งสัญญาณว่าอำนาจของ Trump ในด้านนโยบายการค้าไม่ได้ไร้ขีดจำกัด ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจโดยรวม แต่สำหรับนักลงทุนคริปโตที่รอสัญญาณฟื้นตัว ข่าวนี้อาจช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นได้เล็กน้อยเท่านั้น สิ่งที่ควรจับตาจริงๆ คือผลลัพธ์สุดท้ายของคดีและว่ารัฐบาลจะตอบสนองอย่างไร รวมถึงว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะรับข่าวนี้เป็นบวกหรือเปล่า เพราะตลาดคริปโตมักเดินตามทิศทางของ S&P 500 ในช่วงที่ความไม่แน่นอนสูงแบบนี้