ไม่นานมานี้ได้เกิดเรื่องฮือฮาในวงการบริษัทประกันภัยและประกันชีวิต เมื่อ Delaware Life Insurance Company ได้ทำการเปิดตัวสิ่งที่เรียกว่า “ประกันบำนาญคงที่ซึ่งผูกกับดัชนี Bitcoin” เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมการประกัน
ทางบริษัทเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถเป็นไปได้ด้วยการเพิ่มดัชนี ‘BlackRock U.S. Equity Bitcoin Balanced Risk 12%’ เข้าไปเป็นทางเลือกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันบำนาญแบบดัชนีคงที่ (FIA) ของบริษัท โดยที่ FIA คือสัญญาประกันประเภทหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองเงินต้นพร้อมกับมีโอกาสสร้างผลกำไรจากการเติบโตที่จำกัด
สำหรับเงินต้น ประกอบด้วยเงินเบี้ยประกันที่จ่ายให้แก่บริษัทประกัน ซึ่งบริษัทประกันให้สัญญาว่าจะคุ้มครองเงินต้นจากการปรับตัวลงของตลาด ในขณะที่ผลกำไรจะถูกผูกโยงเข้ากับดัชนีแต่ผู้ถือกรมธรรม์ไม่ได้นำเงินไปลงทุนในตลาดนั้นโดยตรง”
สิ่งนี้หมายความว่านักลงทุนจะไม่จำเป็นจะต้องกังวลว่าอนาคต Bitcoin จะร่วงลงไปมากขนาดไหนเพราะคุณจะได้เงินต้นกลับคืนมา 100% เพียงแต่ว่าผลกำไรที่เกิดขึ้นจะถูกจำกัด ซึ่งเหมาะกับผู้ที่อยากลงทุนใน Bitcoin แต่ไม่กล้ารับความเสี่ยง
Colin Lake ซีอีโอของบริษัท Delaware Life marketing เปิดเผยว่า เนื่องด้วยการวางแผนเกษียณที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ทางบริษัทจึงจำเป็นต้องสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่วิวัฒนาการไปมากขึ้น
บริษัทจะรับมือกับความผันผวนได้อย่างไร
หลายคนที่อ่านมาแล้วอาจสงสัยว่า บริษัทประกันจะการันตีเงินต้นได้อย่างไรในเมื่อ Bitcoin มีความผันผวนที่สูงมากในแต่ละปี ซึ่งเคล็ดลับของพวกเขาอยู่ภายใต้กองทุน BlackRock U.S. Equity Bitcoin Balanced Risk 12%
สำหรับกองทุนดังกล่าวจะเป็นการถัวเฉลี่ยหุ้นสหรัฐฯ และ Bitcoin ผ่านกองทุน IBIT ETF โดยจำกัดความผันผวนไว้ที่ 12% และมีการใช้เงินสดในการปรับสมดุล เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการแกว่งตัวของราคาบิตคอยน์
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่ซื้อประกันกับ Delaware Life จะสามารถเข้าถึง Bitcoin ได้ โดยในขณะนี้จะจำกัดสิทธิให้กับ กรมธรรม์ประเภท Momentum Growth (เน้นการสะสมความมั่งคั่งระยะยาว) , Momentum Growth Plus (คล้ายกับตัวแรกโตไวแต่แพงกว่า) , และ DualTrack Income (เน้นพอร์ตโตและปันผล) เท่านั้น
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Delaware Life Insurance Company ได้แสดงให้เห็นว่า Bitcoin ได้กลายมาเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือกที่ลูกค้าหลายคนมองว่ามั่นคงในระยะยาว แต่ที่ใช้เวลาช้าขนาดนี้กว่าจะมีผลิตภัณฑ์ออกมาส่วนใหญ่ก็เป็นผลมาจากความผันผวนของ Bitcoin ที่ฉุดรั้งไม่ให้บริษัทหรือนักลงทุนเข้ามา
ที่มา : Decrypt

