กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Bitcoin (BTC) ที่รัฐบาลกลางยึดมาได้ทั้งหมด จะไม่ถูกนำออกมาขายอีกต่อไป แต่จะถูกโอนเข้าสู่ “Strategic Bitcoin Reserve” หรือคลังสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ
Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเรื่องนี้ระหว่างการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส โดยระบุว่า นโยบายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ในการผลักดันนวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลให้เติบโตในสหรัฐฯ ขณะเดียวกันรัฐบาลยังคงมีอำนาจกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกยึดมาอย่างเต็มรูปแบบ
ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมา หลังจากมีคำถามเกี่ยวกับการบริหารจัดการ Bitcoin ที่ถูกยึดจากคดี Tornado Cash ในเขตทางตอนใต้ของนิวยอร์ก รวมถึงคดีของนักพัฒนา Samourai Wallet ซึ่งก่อนหน้านี้ มีความกังวลว่า BTC เหล่านี้อาจถูกนำออกประมูลขายเหมือนในอดีต
แม้ Bessent จะไม่ให้ความเห็นในรายละเอียดของคดีที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่เขาย้ำชัดว่า Bitcoin ที่ถูกยึดจะถูกเก็บรักษาไว้โดยรัฐบาลกลาง หลังเคลียร์กระบวนการทางกฎหมายทั้งหมดแล้ว และจะไม่ถูกขายทอดตลาดอีกต่อไป
Strategic Bitcoin Reserve ถูกจัดตั้งขึ้นตามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อเดือนมีนาคม 2025 โดยกำหนดให้ Bitcoin มีสถานะเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” คล้ายคลังสำรองทองคำหรือพลังงานของประเทศ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังออกมาปฏิเสธข่าวลือว่า Bitcoin ที่ยึดจากนักพัฒนา Samourai Wallet ถูกขายออกไปแล้ว โดย Patrick Witt จากสภาที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ยืนยันว่า BTC จำนวน 57.55 เหรียญ มูลค่าราว 6.3 ล้านดอลลาร์ ยังคงถูกเก็บรักษาไว้และจะถูกรวมอยู่ใน Strategic Bitcoin Reserve ภายใต้คำสั่งฝ่ายบริหารที่ 14233
การชี้แจงดังกล่าว เกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า U.S. Marshals Service โอน BTC ไปยัง Coinbase Prime จนเกิดข้อสงสัยเรื่องการเทขาย อย่างไรก็ตาม ทางการย้ำว่า หากมีการขายจริงจะถือเป็นการละเมิดคำสั่งฝ่ายบริหารโดยตรง
จุดยืนล่าสุดของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Bitcoin กำลังถูกยกระดับจากทรัพย์สินที่ถูกยึดในคดีอาชญากรรมไซเบอร์ ไปสู่ “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ในมือรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
ที่มา:bitcoinmagezine

