เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณชัดกลางเวที World Economic Forum 2026 ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ว่าสหรัฐฯ จะเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อรักษาตำแหน่ง “เมืองหลวงคริปโทฯ ของโลก” ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองและเศรษฐกิจโลกที่ตึงเครียด ทั้งประเด็นกรีนแลนด์และภาษีนำเข้า
ทรัมป์ระบุว่า สภาคองเกรสกำลังเร่งจัดทำกฎหมาย ‘โครงสร้างตลาดคริปโท’ ซึ่งครอบคลุมทั้ง Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลทุกประเภท ซึ่งตัวเขาเองหวังว่าจะได้ลงนามเป็นกฎหมายในเร็วๆ นี้ เพื่อปลดล็อกเส้นทางใหม่สู่อิสรภาพทางการเงินของชาวอเมริกัน
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังย้ำอีกว่า การแข่งขันในตลาดคริปโทมีนัยสำคัญไม่ต่างจากสมรภูมิเทคโนโลยีอย่าง AI พร้อมชี้ตรงไปที่จีนซึ่งต้องการครองตลาดนี้เช่นกัน แม้จะสั่งแบนการซื้อขายคริปโทมาตั้งแต่ปี 2013 และเลือกเดินหน้าผลักดัน “หยวนดิจิทัล” ในฐานะ CBDC ภายใต้การควบคุมของรัฐ
นับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดี ทรัมป์เดินเกมสนับสนุนวงการคริปโทฯอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การลงนามกฎหมาย Genius Act เพื่อวางกรอบกำกับดูแล Stablecoin ไปจนถึงการออกคำสั่งฝ่ายบริหารจัดตั้ง “Strategic Bitcoin Reserve” หรือ “คลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ” ควบคู่ไปกับการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน และดึงบุคลากรจากอุตสาหกรรมคริปโทเข้ามามีบทบาทในรัฐบาล
ตลาดคริปโทฯ ตอบรับข่าวนี้ ในทิศทางบวก โดยราคา Bitcoin ฟื้นตัวแรง กลับขึ้นมายืนเหนือระดับ $90,000 หลังจากก่อนหน้านี้ร่วงลงไปเกือบ $87,000 สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อทิศทางนโยบายคริปโทของสหรัฐฯ ที่กำลังเปลี่ยนจากความไม่แน่นอน สู่การ “เปิดไฟเขียว” อย่างเป็นทางการ
ที่มา: yahoonews

