Shytoshi Kusama ผู้นำคนสำคัญของเหรียญ Shiba Inu กลับมาสร้างความตื่นเต้นให้ชาวกองทัพ SHIB อีกครั้ง หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน
ล่าสุด Shytoshi Kusama ออกมาทิ้งข้อความปริศนาเกี่ยวกับ “โปรเจกต์ AI ส่วนตัว” ที่ซุ่มพัฒนามาอย่างเงียบ ๆ หลายสัปดาห์ และตอนนี้ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
การกลับมาครั้งนี้ Shytoshi Kusama ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่ใช่การออกมาเพื่อปั่นกระแส แต่เป็นผลงานที่เขาตั้งใจทำอย่างอิสระ เพื่อให้ใช้งานได้จริง
Shytoshi Kusama ชี้แจงผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า ที่เขาหายหน้าไปร่วม 50 วัน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2025 ก็เพื่อทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการพัฒนาโปรเจกต์ AI ตามคำขอของบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งแบบตัวคนเดียว
ซึ่งตอนนี้งานเดินหน้ามาถึงจุดที่พร้อมจะเปิดเผยสู่สาธารณะแล้ว โดย Kusama ย้ำชัดว่า นี่คืองานระดับ “โปรเจกต์ระยะยาว” ที่ต้องใช้ความประณีตสูง ไม่ใช่โปรเจกต์ฉาบฉวยที่ทำขึ้นมาเพื่อเก็งกำไรสั้นๆ เหมือนที่หลายคนกังวล
ทั้งนี้ เหล่านักวิเคราะห์มองว่า โปรเจกต์นี้มีแนวโน้มจะเป็น “ระบบหรือผลิตภัณฑ์ไอทีเกรดคุณภาพ” ที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจโดยเฉพาะ โดยโปรเจกต์นี้อาจจะวางตัวเป็นโปรเจกต์คู่ขนานที่อยู่ “ข้าง ๆ” ระบบนิเวศ Shiba Inu เพื่อเสริมภาพลักษณ์ความล้ำสมัย มากกว่าที่จะเข้าไปฝังเป็นกลไกหลักของตัวเหรียญโดยตรง
การกลับมาของ Kusama ในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาสำคัญที่ระบบนิเวศ Shiba Inu กำลังเดินหน้า “จัดระเบียบใหม่” อย่างจริงจัง โดยทีมงานหลัก ตั้งเป้าให้ปี 2026 เป็นปีแห่งการซ่อมแซม และสร้างวินัยทางการเงิน หลังจากที่ต้องบอบช้ำจากเหตุการณ์ Bridge Exploit เมื่อปลายปี 2025 ที่สร้างความเสียหายไปกว่า 2.3 ล้านดอลลาร์
ซึ่งตอนนี้ทีมงานได้พยายามฟื้นฟูความเชื่อมั่นผ่านโปรเจกต์ NFT อย่าง “Shib Owes You” (SOU) เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกัน ชุมชนทั่วโลกก็กำลังจับตามอง AI SHIB Whitepaper ฉบับเต็ม ที่เลื่อนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะเอกสารฉบับนี้เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวสำคัญที่จะเชื่อมโยง AI เข้ากับแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในเครือ เช่น Shib Fun เพื่อพิสูจน์ว่า Shiba Inu จะก้าวข้ามความเป็นเหรียญมีมสู่การเป็นอาณาจักรเทคโนโลยีที่ยั่งยืนได้จริง
อย่างไรก็ตาม Kusama ยังคงอุบเงียบเรื่องวันเปิดตัว และรายละเอียดทางเทคนิค รวมถึงยังไม่คอนเฟิร์มว่า โปรเจกต์ AI นี้จะเข้ามาเชื่อมกับระบบเดิมของ Shiba Inu หรือไม่ แต่ก็ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ช่วงเวลาของการซุ่มพัฒนาแบบลับ ๆ ได้สิ้นสุดลงแล้ว และข้อมูลสำคัญกำลังจะถูกเปิดเผยในเร็ว ๆ นี้
ที่มา : ethnews

