<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ไม่ง้อแบงก์! Ripple ลุยตลาดองค์กร เปิดตัวระบบจัดการสภาพค่อลงครบวงจร ใช้งานได้ตลอด 24 ชม.

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Ripple บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังเหรียญ XRP ได้ประกาศเปิดตัว “Ripple Treasury” โซลูชันบริหารจัดการเงินสดองค์กรแบบรวมศูนย์ ที่ออกแบบมาเพื่อให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเข้าถึงสภาพคล่องทั่วโลกได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผสานการบริหารเงินสดแบบดั้งเดิมเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัล

การเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวในการทำให้ Ripple เป็นมากกว่าบริษัทเพื่อการชำระเงินและกลายเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการจัดทำงบดุลในยุคโมเดิร์น

Ripple Treasury ถือเป็นการรุกเข้าสู่ตลาดการเงินระดับองค์กรที่มีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์อย่างเต็มตัว หลังจากที่บริษัทได้เข้าซื้อกิจการ GTreasury มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่ง GTreasury เป็นผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการเงินสดรายใหญ่ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานและมีบริษัทข้ามชาติระดับโลกเลือกใช้งาน

ซอฟต์แวร์เดิมของ GTreasury จะถูกนำมาปรับใช้เพื่อเป็นกระดูกสันหลังให้กับ Ripple Trasury ซึ่งทำงานควบคู่กับเครือข่ายบล็อกเชน และมีการนำธุรกิจอื่นๆ ที่ Ripple เคยเข้าซื้อ เช่น Hidden Road บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ชั้นนำที่เน้นเจาะตลาดสถาบัน และ Rail ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้าน Stablecoin และระบบการชำระเงิน มาใช้งาน

หัวใจสำคัญของ Ripple Treasury คือ การเข้ามาแก้ปัญหาความไร้ประสิทธิภาพที่เรื้อรังที่สุดอย่างหนึ่งในระบบการเงินองค์กร ซึ่งนั่นคือ “เงินทุนที่จมอยู่เฉย ๆ” เนื่องด้วยวงจรการชำระเงินที่ล่าช้าและระบบธนาคารที่แยกส่วนกัน

แพลตฟอร์มของ Ripple จะแตกต่างจากเครื่องมือบริหารจัดการเงินสดแบบดั้งเดิมที่ผูกติดกับเวลาทำการของธนาคารและระบบโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละภูมิภาค เพราะสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ช่วยให้ทีมการเงินขององค์กรบริหารจัดการสภาพคล่อง, เคลื่อนย้ายเงินทุน และทำธุรกรรมข้ามพรมแดนได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

นอกจากนี้ บริษัทต่างๆยังสามารถจัดการสินทรัพย์หลายรูปแบบพร้อมกันในที่เดียวไม่ว่าจะเป็นเงินสด , Stablecoin , เงินฝากรูปแบบโทเคน โดยพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียวไม่ต้องง้อหลายธนาคาร อีกทั้งแพลตฟอร์มยังได้รวบรวมระบบการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลมาตรฐานระดับธนาคาร, การควบคุมด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และมาตรฐานการรายงานข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและการตรวจสอบบัญชี ที่ทีมบริหารเงินของบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 ต้องเผชิญ

ขณะเดียวกัน ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบขับเคลื่อนสภาพคล่องของ Ripple บริษัทต่าง ๆ ยังสามารถเข้าถึงตลาดซื้อคืนพันธบัตรระดับโลก (รีโป) และโอกาสในการสร้าง ผลตอบแทนระยะสั้น ซึ่งเป็นการปลดล็อกเงินทุนที่หากเป็นเมื่อก่อนคงจะถูก ‘กัก’ ไว้ในระบบชำระเงินที่ล่าช้าและล้าสมัย

Ripple ยอมรับว่าการสร้าง Ripple Treasury มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นบริษัทใหญ่มากกว่าการอำนวยความสะดวกให้บริษัทคริปโต และจุดมุ่งหมายของแพลตฟอร์มไม่ใช่เพื่อการเก็งกำไร แต่เป็นการทำให้ระบบปฏิบัติการและสภาพคล่องของบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สุดท้ายนี้ Monica Long ประธานของ Ripple กล่าวเมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมาว่าการถือครองคริปโตของบริษัทต่างๆ จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่า แตะระดับ $1 ล้านล้าน ภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งจะผลักดันให้ Stablecoins, สินทรัพย์แปลงโทเคน, และการชำระบัญชีแบบเรียลไทม์มีความต้องการสูงขึ้น 

ความเห็นของ Long สอดคล้องกับนักวิเคราะห์ที่เชื่อมั่นว่า 50% ของบริษัทใน Fortune 500 จะต้องมีการเริ่มปรับใช้กลยุทธ์ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลภายในปีนี้ ซึ่งการมาถึงของ Ripple Treasury ได้ทำให้พวกเขาได้เปรียบเป็นอย่างมากในศึกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

ที่มา : ethnews