<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Citi Bank จ่อคลอด Citi Coin ท้าชน JP Morgan! พร้อมเจาะลึก USDCx สเตเบิลคอยน์ ‘ล่องหน’ รุ่นใหม่

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

กระแสธนาคารยักษ์ใหญ่ระดมพลบุกโลกบล็อกเชนเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ  ล่าสุด Jane Fraser ซีอีโอหญิงแกร่งแห่ง Citigroup (Citi) ได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองระหว่างการประชุมสรุปผลประกอบการ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ธนาคารกำลังพิจารณา “ออกเหรียญ Stablecoin ของตัวเอง” ในชื่อ Citi Stablecoin 

ไม่ใช่แค่เหรียญ Stablecoin แต่คือระบบนิเวศใหม่

ไม่ใช่เพียงแค่ Stable Coion เท่านั้น Citi ยังมีแผนล้ำ ๆ อย่างการทำ Tokenised Deposits หรือการเปลี่ยนเงินฝากในบัญชีให้เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการโอนที่รวดเร็ว รวมถึงการเปิดบริการ Custody หรือระบบรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่เน้นความปลอดภัยสูงสุด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าระดับสถาบัน ที่อยากก้าวเข้าสู่โลกคริปโตผ่านตัวกลางที่น่าเชื่อถืออย่างธนาคาร 

การที่ธนาคารยักษ์ใหญ่กล้าเดินหน้าบุกโลกคริปโตอย่างเต็มตัว เป็นผลมาจากการ “ไฟเขียว” ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนท่าทีมาเป็นมิตรมากขึ้น โดย Jane Fraser ซีอีโอของ Citi ยอมรับว่า กฎหมาย GENIUS Act ของรัฐบาลทรัมป์ช่วยปลดล็อกความกลัว และวางกรอบการออก Stablecoin ที่ชัดเจน จนธนาคารสามารถลงมาแข่งในสนามนี้ได้อย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ ฝั่ง ธนาคารกลางสหรัฐฯยังได้ยกเลิกกฎเหล็กเดิม ที่เคยบังคับให้ธนาคารต้องขออนุญาตทุกครั้งก่อนแตะต้องคริปโต ทำให้กำแพงความยุ่งยากพังทลายลง และเปลี่ยนจากยุคที่รัฐบาลพยายามกีดกัน ในสมัยไบเดน เข้าสู่ยุคที่ธนาคารสามารถนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องโดนสั่งปิดบัญชีเหมือนเมื่อก่อน

สมรภูมิ Stablecoin เดือด! ใครเป็นใครในศึกนี้?

Citi ไม่ใช่ธนาคารรายแรกที่ออกมาเปิดเผยแผน stablecoin แต่ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง JPMorgan, Bank of America และ Wells Fargo ต่างก็กำลังซุ่มพัฒนาเหรียญของตัวเองอยู่เช่นกัน แม้แต่ในยุโรป Société Générale ก็ชิงตัดหน้าออกเหรียญ USD CoinVertible เตรียมรันบน Ethereum และ Solana ในเดือนกรกฎาคมนี้แล้ว 

ความร้อนแรงของ Stablecoin ในปีนี้ สะท้อนผ่านตัวเลขผู้ใช้งานที่มีมากกว่า 109 ล้านกระเป๋า และความนิยมใน stablecoin ที่ให้ผลตอบแทนก็เติบโตอย่างรวดเร็ว จนทำให้บริษัทผู้ออกเหรียญอย่าง Circle สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นได้สำเร็จ ซึ่งตอกย้ำว่า Stablecoin กำลังจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ธนาคารขาดไม่ได้ในการทำธุรกิจยุคดิจิทัล

การมาของ  “USDCx” : เหรียญ StableCoin ที่มุ่งเน้นในเรื่องความเป็นส่วนตัว

ในขณะที่ธนาคารกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ฝั่งเทคโนโลยีก็ไม่หยุดนิ่ง Aleo Network Foundation ได้เปิดตัว USDCx บนเครือข่ายทดสอบ (Testnet) ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มี USDC หนุนหลัง แต่ยกระดับความสามารถให้เหนือกว่าเหรียญทั่วไป โดยเน้นแก้ปัญหาใหญ่ของบล็อกเชนในปัจจุบันที่ธุรกรรมทุกอย่างถูกเปิดเผยต่อสาธารณะจนขาดความเป็นส่วนตัว 

Aleo จึงนำเทคโนโลยี Zero-knowledge Cryptography มาใช้ เพื่อให้เราสามารถโอนเงินหรือทำธุรกิจได้แบบ “เป็นส่วนตัว 100%” โดยที่คนนอกมองไม่เห็นยอดเงินหรือข้อมูลธุรกรรม แต่ยังคงตรวจสอบความถูกต้องได้ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ USDCx ยังโดดเด่นเรื่องการเขียนโปรแกรมกำหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินที่ซับซ้อน และรองรับระบบ Circle xReserve ทำให้ผู้ใช้โอนเหรียญข้ามเชนได้โดยตรง ไม่ต้องเสี่ยงใช้ Bridge ของบุคคลภายนอกที่มักโดนแฮก

การมาของ USDCx และเทคโนโลยี Zero-knowledge จึงเปรียบเสมือนการเปลี่ยนผ่านของอินเทอร์เน็ตจากยุค HTTP (ที่ข้อมูลไม่ปลอดภัย) มาสู่ยุค HTTPS (ที่มีการเข้ารหัส) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ

ที่มา : financemagnates ,businesswire