การเจรจานิวเคลียร์รอบสำคัญระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ณ ประเทศโอมาน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 ได้จบลงด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด โดยทางฝั่งอิหร่านได้แสดงท่าทีแข็งกร้าว “ปฏิเสธ” ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและส่งออกสต็อกนิวเคลียร์ไปไว้นอกประเทศอย่างสิ้นเชิง
สถานการณ์นี้ถือเป็นการเผชิญหน้าครั้งสำคัญระหว่างรัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอิหร่านพร้อมที่จะท้าทายอำนาจและมาตรการกดดันจากตะวันตก
ความล้มเหลวในการเจรจาครั้งนี้ได้จุดชนวนความตึงเครียดใหม่ด้านความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่เปราะบางทางยุทธศาสตร์ การที่อิหร่านยืนกรานจะเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ต่อ อาจกระตุ้นให้เกิดมาตรการตอบโต้ที่รุนแรงขึ้นจากสหรัฐฯ และพันธมิตร หรืออาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหารที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงที่สุดในปี 2026
ในมุมมองของตลาดการเงินและการลงทุน ข่าวนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม เพราะจากสถิติในอดีต ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมักส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและทองคำ รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ที่มักจะมีความผันผวนสูงเมื่อเกิดความไม่แน่นอนระดับโลกจึงเป็นการส่งสัญญาณให้นักเทรดเตรียมรับมือกับความผันผวน ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์บานปลาย
ที่มา: @cryptorover

