<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักวิเคราะห์ชี้ $65,000 คือจุดเข้าซื้อที่สวยงาม!-ใครไม่เก็บตอนนี้อาจต้องระวังตกรถ!

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

หลังจากที่ Bitcoin สามารถสร้างปาฏิหาริย์ด้วยการดีดตัวกลับแบบ V-Shape จากเหตุการณ์ Flash Crash ที่ร่วงลงไปแตะ 60,000 ดอลลาร์ ล่าสุดหนึ่งในผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Fidelity Investments ได้ออกมาส่งสัญญาณว่า จุดต่ำสุดของตลาดอาจจะผ่านพ้นไปแล้ว และนี่คือโอกาสทองในการเข้าสะสม

Jurrien Timmer ผู้อำนวยการฝ่าย Global Macro ของ Fidelity ได้ออกมาวิเคราะห์กราฟเทคนิคและระบุอย่างชัดเจนว่า ช่วงราคาที่ระดับ 65,000 ดอลลาร์ ถือเป็นโซนแนวรับที่สำคัญและเป็น “จุดเข้าซื้อที่น่าสนใจ” สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในระยะยาว แม้ว่าตลาดจะเพิ่งผ่านพ้นความตื่นตระหนกมาหมาดๆ ก็ตาม

ทองคำยังเป็นพระเอก แต่ Bitcoin ไม่ได้แย่

อย่างไรก็ตาม Timmer ยอมรับความจริงที่ว่า “ทองคำ” กำลังทำผลงานได้ดีกว่า Bitcoin อย่างเห็นได้ชัด โดยราคาได้พุ่งทำจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่จากแรงซื้อของธนาคารกลางและความกลัวในสถานการณ์โลก ซึ่งเขามองว่าในระยะสั้นนี้ ทองคำน่าจะยังคงวิ่งนำหน้า Bitcoin ต่อไปอีกสักระยะ จนกว่ากระแสเงินทุนจะเริ่มไหลกลับเข้ามาสู่สินทรัพย์ดิจิทัล

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้มองว่าการที่ Bitcoin ตามหลังทองคำเกิดจากความล้มเหลวทางพื้นฐาน แต่เป็นเพียงเรื่องของจังหวะทางเทคนิคเท่านั้น โดยเขามองว่าสินทรัพย์ประเภท Hard Assets หรือสินค้าโภคภัณฑ์ ยังคงเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในยุคที่นโยบายการคลังมีอิทธิพลเหนือตลาด

พันธบัตรตายสนิท สินทรัพย์แข็งแกร่งผงาด

Timmer ได้กางกราฟเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่า พอร์ตการลงทุนแบบดั้งเดิม 60/40 กำลังเผชิญปัญหาใหญ่ เมื่อ “พันธบัตรระยะยาว” ซึ่งเคยเป็นที่พึ่งยามยาก กลับทำผลงานได้แย่ที่สุด และไม่สามารถปกป้องความเสี่ยงให้นักลงทุนได้อีกต่อไป หากความสัมพันธ์ระหว่างพันธบัตรและหุ้นกลับมาเป็นบวก

ในทางตรงกันข้าม สินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นต่ำอย่างทองคำและ Bitcoin กลับกลายเป็นทางรอดทางเดียวที่จะช่วยให้นักลงทุนฝ่าฟันความเสี่ยงในช่วงเวลานี้ไปได้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์กลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง

18 ปีของ Bitcoin เท่ากับ 5,000 ปีของแร่เงิน

ประเด็นที่ Timmer ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าทึ่งคือเรื่องของ “ความเร็ว” ในการเติบโต เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) ที่ปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อ พบว่าปัจจุบันทองคำมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 35 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Bitcoin และแร่เงิน (Silver) มีมูลค่าใกล้เคียงกันที่ประมาณ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์

สิ่งที่น่าตกใจคือ Bitcoin ใช้เวลาเพียงแค่ 18 ปี เท่านั้นในการสร้างมูลค่าระดับ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่แร่เงินต้องใช้เวลายาวนานถึง 5,000 ปี กว่าจะมาถึงจุดเดียวกัน ซึ่งแม้จะเป็นการเปรียบเทียบที่อาจดูต่างบริบท แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Bitcoin คือสินทรัพย์ที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

ที่มา: u.today