Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และนักวิเคราะห์ c-node ล่าสุดได้จุดประเด็นร้อนขึ้นมาบนโลกคริปโตผ่านการตั้งคำถามว่าแท้จริงแล้ว Decentralized Finance ( DeFi) มีประโยชน์อะไร และต้องแก้ไขอะไรในตอนนี้
อะไรคือ DeFi ที่แท้จริง
ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองระบุประเด็นปัญหาที่แท้จริงของ DeFi ในขณะนี้คือ “กระแสความเห่อ” ซึ่งโปรเจกต์ส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น มีจุดประสงค์ทำมาเพื่อตอบสนองความต้องการในเชิงเก็งกำไร มากกว่าที่จะเป็นการพัฒนารากฐานโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินไร้ศูนย์กลางอย่างแท้จริง
C-node กล่าวว่า มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องใช้งาน DeFi เว้นแต่ว่าคุณจะมีการเก็งกำไรในคริปโตเคอร์เรนซีในระยะยาว และต้องการเข้าถึงบริการทางการเงินโดยที่ยังสามารถควบคุมสินทรัพย์ด้วยตัวเองได้
คำวิจารณ์ของผู้เชี่ยวชาญยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อทำการวิจารณ์โมเดลธุรกิจเพื่อสร้างผลตอบแทน อย่างการฝาก Stablecoin เข้าไปในโปรโตคอลกู้ยืม โดยระบุว่าเป็นเพียง ‘ลัทธิบูชาสิ่งของ’ ซึ่งสื่อว่ากลยุทธ์เหล่านี้ทำได้เพียงแค่เลียนแบบความสำเร็จของ DeFi แต่ไม่ได้เข้าถึงแก่นแท้หรือเจตนารมณ์ดั้งเดิมของมันเลย
พูดง่ายๆเลยก็คือ การเอา Stablecoin ไปฝากกินดอกเบี้ยคือการทำตามๆ กันไป เพราะเห็นว่ามันได้เงินง่าย แต่คนทำไม่ได้เข้าใจเลยว่าความเสี่ยงคืออะไร หรือระบบการเงินไร้ศูนย์กลางที่แท้จริงควรสร้างมูลค่าอย่างไรนอกจากการหมุนเงินไปมา
นั่นจึงส่งผลทำให้ DeFi ทุกวันนี้กำลังกลายเป็นแค่ ธนาคารจำลอง ที่ไม่ได้มีนวัตกรรมอะไรใหม่ นอกจากเอาศัพท์ยากๆ มาห่อหุ้มกิจกรรมทางการเงินแบบเดิมๆ เพื่อดึงดูดนักเก็งกำไร
นักวิเคราะห์ยังกล่าวอีกว่า เครือข่ายที่ไม่อยู่ในเครือ Ethereum แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะปลุกปั้นโปรเจกต์ให้ประสบความสำเร็จเหมือนกับช่วง DeFi boom เพราะรากฐานของคนใน Ethereum ตอนนั้นเกิดขึ้นมาจากอุดมการณ์ ขณะที่โปรเจกต์ในปัจจุบันถูกควบคุมโดย กลุ่มทุนและสถาบันการเงิน
ด้าน Vitalik Buterin เองก็เห็นด้วยกับแนวคิดบางส่วนโดยเฉพาะกลยุทธ์ยอดนิยมที่ใช้ USDC โดยเขามองว่า การฝาก Stablecoin ที่มีการควบคุมแบบรวมศูนย์เข้าไปยังโปรโตคอลกู้ยืมไม่อาจเรียกได้ว่าเป็น DeFi ได้เต็มปาก
Buterin มองว่า Algorithmic Stablecoins ถือเป็นตัวอย่างในเรื่องของ DeFi ที่แท้จริงในมุมมองของเขา สมมติว่าถ้าเรามี Stablecoin ที่ดีซึ่งค้ำประกันด้วย ETH ต่อให้สภาพคล่อง 99% จะมาจากคนที่เปิดสัญญาค้ำประกันซึ่งลึกๆ แล้วพวกเขาก็แค่ถือดอลลาร์ในโลกจริงควบคู่ไปกับการกู้ดอลลาร์ในระบบอัลกอริทึม แต่ประเด็นสำคัญคือ คุณมีความสามารถในการโยนความเสี่ยงเรื่อง ‘การเบี้ยวหนี้’ ไปให้ Market Maker จัดการแทนได้ซึ่งแค่นี้ก็ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว
นอกเหนือจากการนิยามทางเทคนิคแล้ว Buterin ยังได้นำเสนอวิสัยทัศน์ในระยะยาว นั่นคือการ ก้าวข้ามระบบการเงินที่อ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์ ไปสู่การใช้ ‘หน่วยวัดมูลค่า’ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งหนุนโดยโครงสร้างสินทรัพย์ค้ำประกันแบบไร้ศูนย์กลาง
ความเห็นที่แบ่งเป็นสองฝ่าย
สำหรับผู้ใช้งานแล้วความหมายของ DeFi ได้แตกต่างกันไปในแต่ละคน ฝ่ายหนึ่งมองว่า DeFi คือเครื่องมือสำหรับการเก็งกำไรอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสามารถทำการใช้งานเลเวอเรจ และการสร้างผลตอบแทนได้โดยไม่ต้องละทิ้งสิทธิ์ในการครอบครองสินทรัพย์
ขณะที่อีกด้าน มองว่า DeFi คือรากฐายใหม่ของระบบการเงินที่จะสามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเงินโลกผ่านระบบการกระจายอำนาจและความเสี่ยง
ปัจจุบัน DeFi กำลังที่จะก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 และการโต้แย้งในครั้งนี้จะช่วยสร้างทิศทางให้กับ DeFi ในอนาคตเพราะมันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผลตอบแทนและสภาพคล่องอีกต่อไป โดยสุดท้าย DeFi จะถูกตั้งคำถามว่าจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ของระบบการเงิน หรือเป็นเพียงแค่เครื่องมือการเก็งกำไรเท่านั้น
ที่มา : Beincrypto

