Kevin Warsh (ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่) กำลังมีความคิดจะทำ “ข้อตกลงใหม่” กับกระทรวงการคลังสหรัฐฯเพื่อช่วยให้รัฐบาลจัดการหนี้ก้อนโตได้ง่ายขึ้น
ไอเดียนี้ทำเอาหลายคนต้องเริ่มหวั่นเพราะดันไปคล้ายกับบทเรียนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เฟดช่วยกดดอกเบี้ยพันธบัตร ให้ต่ำมากๆ เพื่อให้รัฐบาลจะได้กู้เงินไปทำสงครามได้ในราคาถูก แต่ส่งผลให้หนี้พุ่งทะยานจาก 48,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 260,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 6 ปี โดยกดดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ 0.375% และระยะยาวที่ 2.5% เงินเฟ้อพุ่งไปถึง 19% ในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ยังมีบทเรียนจาก ญี่ปุ่น ในช่วงปี 2016-2024 ที่ธนาคารกลางกว้านซื้อพันธบัตรจนถือกว่าครึ่งของตลาดเพื่อคุม Yield ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าอย่างหนักและเกิดปัญหาสภาพคล่องตึงตัว ซึ่งหากสหรัฐฯ เดินตามรอยนี้ อาจต้องเจอกับวิกฤตค่าเงินดอลลาร์ในระยะยาว
อย่าไรก็ตามหาก Kevin Warsh นำโมเดลลักษณะนี้มาใช้ เพื่อกดบอนด์ยีลด์ให้ต่ำลงอีกครั้ง อาจส่งผลดีในระยะสั้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง หุ้น และ Crypto เพราะเมื่อพันธบัตรให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า เงินทุนจะไหลออกไปหาสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
สรุปแล้ว “New Accord” ของ Kevin Warsh อาจเป็นดาบสองคม หากทำสำเร็จอาจช่วยอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดได้มหาศาล แต่หากผิดพลาด อาจเป็นการจุดชนวนระเบิดเวลาในตลาดพันธบัตรที่สร้างความเสียหายรุนแรงกว่าที่คิด
ที่มา: @BullTheoryio

